ประธาน กมธ.แก้กฎหมายท้องถิ่น สว. ปรับเกณฑ์สอบภาค ก. ให้ยึดผล ก.พ. ชี้ไม่ขัดระเบียบ จ่อหารืออีกก่อนชงเข้าที่ประชุมสว.
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่รัฐสภา นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่…) พ.ศ… วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนเนื้อหาของร่างกฎหมาย ว่า กมธ. ได้ประชุมหารือถึงการปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อให้มีความสมบูรณ์ เป็นมาตรฐาน โดยได้การสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ให้ใช้การสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ส่วนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง หรือ ภาค ข. และการสอบสัมภาษณ์ หรือ ภาค ก. ยังเป็นส่วนที่กรรมการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะทำให้การสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป หรือ ภาค ก. มีมาตรฐานที่สูงขึ้น
นายกฤษณุ กล่าวอีกว่า จากการหารือกับผู้แทน ก.พ. ที่ได้พิจารณาระเบียบที่เกี่ยวข้อง พบว่าไม่ขัดกับระเบียบ และได้สอบถามกฤษฎีกาได้รับคำยืนยันว่าไม่ผิด ส่วนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ข้อมูลว่าสามารถทำได้ และเมื่อสอบถามในรายละเอียดถึงการขึ้นบัญชีบุคคลที่สอบผ่านภาค ก. ภาค ข. และ ภาค ค. หรือไม่ พบว่ากรมไม่ได้ขึ้นบัญชีไว้ ทั้งนี้จะได้พิจาณาซึ่ง กมธ.จะนัดพิจารณา
อีก 2 ครั้ง เพื่อพิจารณาเนื้อหาอีกครั้ง หากไม่ติดขัดระเบียบ หรือ ความเห็นขัดแย้ง คาดว่าในสมัยการประชุมหน้า ที่จะเปิดเดือน ส.ค. กมธ.จะเสนอร่างแก้ไขที่ปรับปรุงเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณา ช่วงปลายส.ค. หรือ ต้นก.ย.นี้
เมื่อถามว่าการปรับปรุงร่างกฎหมายจะปิดช่องทุจริตการสอบแข่งขันของท้องถิ่นได้หรือไม่ นายกฤษณุ กล่าวว่า การทุจริต หรือการหาประโยชน์ที่เกิดจากการเปลี่ยนคะแนนสอบ อาจไม่เกี่ยกับกระบวนการวางแนวข้อสอบ เช่น สอบไม่ได้ ยังวิ่งเต้นเปลี่ยนคะแนน ทั้งนี้กฎหมายที่แม้จะแก้ไขก็ไม่มีประโยชน์ เพระอยู่ที่ความสุจริตของคน
“ต่อให้กฎหมายที่ออกมาดี แต่กระบวนการที่ออกมาไม่ดี คนไม่ซื่อสัตย์ ทั้งส่วนข้าราชการ หรือ ผู้สอบแข่งขัน ดังนั้นการทำข้อมูลเปลี่ยนแปลงคะแนนในระบบ ต้องสร้างมาตรฐานให้ดีขึ้น” นายกฤษณุ กล่าว

