‘ศิริกัญญา’ ชวนจับตางบกลาง 6.5 พันล้านรับภัยแล้ง หวั่นซ้ำรอยโซลาร์บาดาลปี 68 เสี่ยงล็อกสเปก-เอื้อเอกชน เหน็บรัฐอ้างงบไม่พอแต่ยังเดินหน้าโครงการ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 ในส่วนของงบกลาง ว่า การอนุมัติงบกลางเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งวงเงิน 6.5 พันล้านบาท ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายทราบดีว่างบประมาณมีไม่เพียงพอ จนรัฐบาลต้องโอนงบประมาณของปี 2569 มาสำรองไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่กลับยังมีการใช้งบเพิ่มเติมสำหรับโครงการด้านน้ำอีกกว่า 6 พันล้านบาท โดยครั้งนี้เป็นโครงการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และที่สำคัญไม่ใช่เพียงโครงการน้ำบาดาลทั่วไป แต่เป็นโครงการโซลาร์บาดาล
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า มีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจซ้ำรอยกรณีในปี 2568 ที่มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม วงเงินประมาณ 7.5 พันล้านบาท ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติและสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จนรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกโครงการเหล่านั้น
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ครั้งนี้จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันจับตา เพราะขณะนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างทีโออาร์ หากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเห็นว่ามีประเด็นเรื่องการล็อกสเปก ก็ขอให้เข้าไปแสดงความคิดเห็น เนื่องจากโครงการโซลาร์บาดาลต้องมีทั้งเครื่องเจาะ ระบบโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ จึงต้องติดตามว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่
“ก็ต้องบอกจริงๆ ว่า เงินมานี้มีอยู่อย่างจำกัดแล้วก็เจ้าหนี้เนี่ยก็ส่งใบแจ้งหนี้กันกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม ค่าโง่คลองด่าน หรือในเรื่องที่เราจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนอื่นๆ แต่รัฐบาลเองก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องมีโครงการในลักษณะนี้ โดยอ้างการจัดการภัยแล้งเกิดขึ้น ก็ตลกดีเหมือนกันว่าเราเอางบกลางไป 6.5 พันล้านบาท แต่ว่ากรมชลประทานโดนตัดงบไปประมาณ 7 พันล้าน ก็ไม่รู้ว่าตกลงมันแล้งหรือว่าอะไร จึงต้องมาใช้งบกลางอย่างเร่งด่วนในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 เช่นนี้“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว



