หน้าแรก การเมือง กรวีร์ ซัดแร...

กรวีร์ ซัดแรง ยิ่งชีพ ปมใส่ร้ายฮั้วสว. ย้อน “ถ้าโดนเอี่ยว Forex-ปลุกม็อบเด็ก” จะอยู่เฉยไหม?

24.07.26 | 12:30 น.

“กรวีร์” ซัด “ย.ช.-ยิ่งชีพ-ยิ่งชั่ว“ กล่าวหาปมใส่ร้าย ฮั้วสว. ย้อน หากถูกกล่าวหาเอี่ยว forex-ปลุกม็อบเด็ก จะใช้สิทธิป้องกันตัวเองหรือไม่ จ่อถก ”ภท.“ ฟ้องหมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.เวลา 11.25 น.ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.โดยมีชื่อของนายกรวีร์อยู่ด้วย ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ ilaw เปิดเผยชื่อก็ได้พูดไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดคุยกันโดยจะให้ทั้ง 9 คนที่ถูกพาดพิง และได้รับความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งคงต้องพูดคุยกันว่าจะไปดำเนินคดีแบบไหน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนแปลกใจ จากที่ตนได้ติดตามจากข่าวในวันแรก มีการเปิดเผยรายชื่อทั้ง 9 คน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. แต่ต่อมานายยิ่งชีพ กลับบอกว่าไม่ได้มีหลักฐาน ในเรื่องพยานหลักฐานแต่ไปฟังจากคนอื่นที่มาเล่าให้ฟัง

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ตรงนี้ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะกระบวนการการเคลื่อนไหวในการตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในสาธารณะโดยเฉพาะการตรวจสอบนักการเมือง พวกตนดีอยู่แล้ว และทราบดีว่าต้องผ่านกระบวนการการตรวจสอบจากสังคม ทั้งจากฝ่ายค้าน ฝ่ายการเมือง องค์กรอิสระ ซึ่งเรายินดีให้การตรวจสอบ เราไม่เคยหลบหนีการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่ใช่เอาประเด็นที่ไม่มีหลักฐานมาใส่ความฝั่งตรงข้าม เพื่อให้เกิดความเสียหาย และทำให้สังคมเข้าใจผิด

นายกรวีร์ กล่าวว่า ตอนแรกตนคิดว่าเขามายื่นกับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นึกว่าจะมีอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ แต่เขาก็บอกเองว่าเป็นเรื่องเก่า ซึ่งนายพริษฐ์ ก็ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว ทั้งการตั้งกระทู้ การตรวจสอบจากกรรมาธิการ เมื่อรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเก่าทั้งหมด ก็ต้องถามว่าเจตนาจริงๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้มีข้อมูลอะไรใหม่ ทำไปเพื่ออะไร

ซึ่งตนอยากจะรู้ เพราะทำให้สังคมคิดได้ว่าการเคลื่อนไหวที่ออกมาในช่วงนี้ เป็นไปตามจังหวะทางการเมืองหรือไม่ ไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งไปในเรื่องของการตรวจสอบ เพราะข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลเก่า เรื่องเดิม จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เป็นประเด็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้อยากฝากถึงองค์กรภาคประชาสังคม ภาคประชาชนต่างๆ ว่ากระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดีถูกต้อง และคนที่เป็นนักการเมือง ก็ต้องถูกตรวจสอบมากกว่าบุคคลทั่วไป แต่รากฐานและพื้นฐานของการตรวจสอบต้องมาด้วยความชอบ และข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่มีเจตนาทางการเมืองที่แอบแฝง ทำให้คนอื่นเสียหาย

เมื่อถามถึงกรณีนายยิ่งชีพ มีการหยิบยกระเบียบศาลฎีกาเกี่ยวกับกฎหมายฟ้องปิดปาก (SLAPP) ซึ่งศาลอาจไม่สามารถรับฟ้องได้ นายกรวีร์ กล่าวว่า คิดว่าการฟ้องปิดปาก ถ้านายกรัฐมนตรี พวกตน และสส.ฝั่งรัฐบาล ใช้อำนาจของรัฐไปปิดปาก คนที่เอาความจริงออกมาเผยแพร่ต่อสังคม อันนี้ตนคิดว่าใช่ แต่เรื่องนี้เขายอมรับเองว่า สิ่งที่เขาออกมาพูดไม่ได้มีหลักฐาน ไม่ใช่เป็นความจริงและข้อเท็จจริงเลย แต่ทำให้คนอื่นเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ออกมาเปิดเผยชื่อทั้ง 9 คน ก็ชัดเจนมีการพูดถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ทำให้เขาเสียหาย พวกเราก็ต้องรักษาสิทธิ์และศักดิ์ศรีของตัวเอง

Advertisement

“ก็เหมือนกัน หากมีใครสักคนไปกล่าวหานายยิ่งชีพ อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลย เอาเป็นว่า “ย.ช. จะยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว” ก็ไปว่ากัน มีคนไปกล่าวหาเขา สมมติว่ามีคนไปกล่าวหาเขาว่าอยู่ในขบวนการ Forex ด้วย ที่พรรคทางโน้นเขาเกี่ยวข้องจะทำอย่างไร หรือมีคนไปกล่าวหานาย ย.ช. ว่ามีกระบวนการสมรู้ร่วมคิด ไปปลุกปั่นเยาวชน ให้ออกมาเคลื่อนไหว หรือทำให้สังคมเสียหาย ซึ่งเขาไม่ได้ทำ

แล้วจะออกมารักษาสิทธิ์ของตัวเองหรือไม่ ผมก็เหมือนกัน เราได้รับความเสียหาย ถูกใส่ร้ายป้ายสี เราก็ต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเอง ถ้าพวกผมไม่ออกมาตอบโต้หรือดำเนินคดี เขาก็จะบอกอีกว่า นี่ไง ก็เฉย ก็รับ ซึ่งกระบวนการขั้นตอนเหล่านี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย”นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามถึงรายละเอียดในเนื้อความของนายยิ่งชีพที่ออกมากล่าวหา ที่มีการไล่เรียงรู้จักกับคนนั้น คนนี้ ที่เป็นสว. นายกรวีร์ กล่าวว่า ในส่วนของคนอื่นตนไม่ได้ฟังโดยละเอียด ทราบว่าจึงไม่ทราบว่าใครมีพฤติกรรมอะไร แต่ในส่วนของตน เขาบอกว่าคนที่เป็นผู้ช่วยสส.ของตน ซึ่งรู้จักกับคนที่เป็นผู้สมัครสว.และขับรถพาไป
“ผมฟังที่เขาพูด 2 รอบ ก็ถามกับตัวเองเหมือนกันว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับผม ถ้าบอกว่าปมเป็นคนขับรถพาไปสมัครสว. หรือผมอยู่ในขบวนการมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง หลักฐานการโอนเงินว่าผมไปมีส่วนรู้เห็น ถ้าแบบนี้ก็ไปอย่าง แต่นี่ไม่ใช่ เพราะเป็นบุคคลอื่น แต่พยายามโยงให้มาถึงตัวผม จึงทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งผมฟังแล้วก็งง เพราะสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่ตัวผมเลย จึงทำให้เกิดความชัดเจนว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะมาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่เป็นประเด็นที่น่าจะโยงไปถึงการเมือง”นายกรวีร์ กล่าว