หน้าแรก การเมือง มาตามนัด สว.ส...

มาตามนัด สว.สมพาน แจ้งความ ยิ่งชีพ กล่าวหาขาดคุณสมบัติ

31.07.26 | 08:19 น.

“สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ” ที่อำนาจเจริญ ชี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ จุ 200 คนไม่ได้เหมือนห้องจูปิเตอร์ เชื่อหลักกฎหมายของ กกต.มากกว่า ”หลักไอลอว์”

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสมพาน พละศักดิ์ สว. กลุ่ม 10 (กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฏหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน) เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งค่าแบบสาธารณะชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิดว่านายสมพาน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภาและบิดเบือนข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10

นายสมพาน กล่าวว่า การโพสต์ของนายยิ่งชีพเป็นการนำความเท็จมาใส่ความตน เป็นการโฆษณาไขข่าวเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์แบบสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วราชอาณาจักร เป็นเหตุให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10 ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 11(10) บัญญัติไว้เพียง “กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการตาม(9)”

อีกทั้งในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตนได้ยื่นเอกสารหลักฐาน หนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (เอกสาร สว.4) ต่อผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสาร ค่าธรรมเนียม ตลอดจนมีหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายอย่างครบถ้วนถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ยกคำร้อง เรื่องคุณสมบัติที่มีผู้ร้องตน ตามคำวินิจฉัยที่ 17/2568 หลังจากนั้นตนก็ทำหน้าที่เป็น สว.เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นายสมพาน กล่าวต่อว่า ดังนั้น นายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย น่าจะตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ มิฉะนั้น สังคมจะมองว่านายยิ่งชีพใช้ “หลักไอลอว์” หรือ “หลักกฎหมายของฉัน” มาตีความแทนหลักการทางกฎหมายปกติที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และคนทั่วไปใช้กัน และจากการนำเสนอข้อมูลของไอลอว์ซึ่งมีนายยิ่งชีพเป็นผู้อำนวยการบริหาร ในทัศนะและวิธีคิดดังกล่าวได้สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อันจะเห็นได้จากข้อมูลเว็บไซต์ของไอลอว์ในการสมัครกลุ่ม 10 มีคนนำไปอ้างอิงจนนำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้ง จะเห็นได้จากกรณีคำวินิจฉัยของกกต. ที่ 706/2568 โดยผู้ร้องอ้างข้อมูลจาก เว็บไซต์ www.ilaw.or.th นำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดนนทบุรี โดยกรณีนี้ กกต.ก็ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องไปแล้วเช่นกัน

“ผมประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “บิ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ไม่ได้เขียนใบสมัครเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตียวไก่มะระตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหา การที่นายยิ่งชีพ ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเชื่อมั่น 97% ว่าผมสมัครผิดกลุ่มนั้น ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครคือกกต. ไม่ใช่นายยิ่งชีพ และ ยังมีการโพสต์เชิงเย้ยหยันและเห็นเป็นเรื่องน่าขบขันที่ผมได้เป็น สว.อีกด้วย”นายสมพาน กล่าว

Advertisement

นายสมพาน กล่าวด้วยว่า การที่นายยิ่งชีพ กล่าวหาใส่ความตนดังกล่าว และมีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้สร้างความเสียหาย ให้กับตนและครอบครัวเป็นที่สุด และขยายขอบเขตเป็นวงกว้าง สร้างความเสื่อมศรัทธาแก่อาชีพ การทำมาหาได้โดยสุจริต การคบค้าสมาคม และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สว. และทำให้ตนซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ถูกมองเป็นคนไม่ดี และเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ยืนยันว่าไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตน

“ในฐานะคนทำมาหากินสุจริตในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญมาหลายปี แอบเสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับนายยิ่งชีพและคณะทัวร์ เนื่องจากต้องปิดร้านชั่วคราวเพราะพ่อค้าต้องทำหน้าที่ สว.เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว และที่ร้านก็ไม่ได้มีลูกจ้างถึง 200 คน ตามที่นายยิ่งชีพตีความไปเอง อีกอย่างพื้นที่ร้านมีขนาดเล็ก ไม่พอให้คน 200 คนมารวมตัวกันเหมือนที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี“ นายสมพานกล่าว