นักกฎหมาย แนะ ‘อนุทิน’ สางข้อกฎหมาย ปมปลด ‘นพ.สรณ’ พ้นปธ.กสทช. ชี้ยังมีข้อโต้แย้งอำนาจ กก.สรรหา
ความคืบหน้ากรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความในคดีนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการสรรหากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.โดยระบุคณะกรรมการสรรหาฯมีความไม่เป็นกลาง ไม่โปร่งใส ไม่ครบองค์ประชุม ใช้อำนาจเกินขอบเขตขัดต่อกฎหมาย โดยศาลเห็นว่า นพ.สรณ ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่า คำสั่งของศาลปกครองกลางส่งผลให้นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธาน กสทช.ต่อไปเนื่องจากยังไม่นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
นอกจากนี้ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำวินิจฉัยในประเด็นคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยให้นพ.สรณสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช.ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นประเด็นที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯให้นพ.สรณพ้นจากตำแหน่งจึงยังไม่ได้ข้อยุติในแง่กฎหมาย
ทั้งนี้นพ.สรณ เข้าปฎิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเมื่อวันที่ 13เมษายน 2565 ระหว่างนั้นมีการร้องเรียนว่า นพ.สรณยังทำหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง
ต่อมาคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยและลงมติเป็นเอกฉันท์4:0ว่า นพ.สรณสละสิทธิในการเข้าเป็นตำแหน่งกรรมการ กสทช. แต่นพ.สรณ โต้แย้งเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องนี้เนื่องจากอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กสทช.สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่คณะกรรมการสรรหาเลือก นพ.สรณและยื่นชื่อให้วุฒิสภา
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า ประเด็นอำนาจของคณะกรรมการสรรที่วินิจฉัยคุณสมบัติ นพ.สรณ ยังเป็นที่ถกเถียงและไม่ได้ข้อยุติเนื่องจาก นายณรงค์ รัฐอมฤต อดีตกรรมการสรรหา กสทช.ยื่นหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภา ระบุหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา สิ้นสุดลงแล้วนับตั้งแต่ดำเนินการสรรหาเสร็จและบุคคลที่ได้รับเลือกได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้วและไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจคณะกรรมการสรรหากลับมาวินิจฉัยการพ้นตำแหน่งของนพ.สรณ นอกจากนี้นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ เป็นกรรมการสรรหา กสทช.อีกคนที่มีความเห็นคัดค้านการใช่อำนาจของคณะกรรมการสรรหาเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า ยังมีประเด็นข้อกฎหมายที่เห็นแย้งอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ดังเช่นในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีการะบุชัดถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา กสทช.จะเป็นผู้ดำเนินการนั้นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า นพ.สรณ เปิดหลักฐานยืนยันยื่นใบลาออกจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2565 หลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. ซึ่งนายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯในเดือนมกราคม 2565 และได้รับโปรดเกล้าฯ ในวันที่ 13 เมษายน
ผุ้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้ชี้ประเด็นนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล กรรมการสรรหา กสทช.ที่ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการสรรหา กสทช.ในวันที่ 21กรกฎาคมว่า ในพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7กำหนดคุณสมบัติของกรรมการสรรหากสทช.ต้องมีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี แต่ไม่เกิน70ปี แต่ในวันที่นายเกียรติพงศ์ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหา นายเกียรติพงศ์อายุเกิน 70 ปี จึงมีประเด็นข้อกฎหมายว่า ในวันที่ 21กรกฎาคม 2569 นายเกียรติพงศ์ยังดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเสนอแนะในตอนท้ายว่า ความขัดแย้งข้อกฎหมายทั้งในประเด็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ความโปร่งใส และความขอบธรรมในการจัดประชุมกรรมการสรรหาที่มีนายเกียรติพงศ์เป็นประธานฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีควรนำประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาให้รอบคอบครบถ้วนก่อนจะดำเนินการต่อไปในขั้นตอนอื่นๆ
- ด่วน ศาลปกครองไม่รับวินิจฉัย หมอสรณ ปมขอเพิกถอนมติกก.สรรหาฯฟันพ้นตำแหน่ง
- ณรงค์ ร่อนหนังสือ ‘นายกฯ’ ยกกม. ยันกก.สรรหา กสทช. ไร้อำนาจฟัน หมอสรณ

