หน้าแรก การเมือง ศุภมาส กางผลง...

ศุภมาส กางผลงานสคบ. 3 เดือนเกลี่ยปัญหาผู้บริโภค 5 พันเรื่อง จ่อใช้ AI ตรวจซื้อ-ขายออนไลน์เรียลไทม์

24.08.26 | 17:54 น.

‘ศุภมาส’ กางผลงาน สคบ. 3 เดือน ไกล่เกลี่ยปัญหาผู้บริโภคสำเร็จเกือบ 5,000 เรื่อง มูลค่ากว่า 24 ล้านบาท เดินหน้าปราบสินค้าอันตราย จ่อใช้ AI เฝ้าระวังแบบเรียลไทม์

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 5/2569 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 โดยภายหลังการประชุม นางสาวศุภมาส เปิดเผยผลการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อยุติเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคได้แล้ว 4,920 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 24.2 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่า สคบ.จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน


นางสาวศุภมาส กล่าวว่า สำหรับกรณีสำคัญที่ สคบ.ให้ความสำคัญ มีทั้งปัญหาเครื่องทำน้ำอุ่นไฟรั่ว สินค้าและบริการด้านความงาม เหตุเพลิงไหม้ รวมถึงปัญหาบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและสิทธิของผู้บริโภค

นอกจากนี้ สคบ.ยังเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะการจัดทำ e-book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่เพียงพอและสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันเรื่อง “สิทธิในการซ่อม” หรือ Right to Repair และเตรียมออกประกาศควบคุมฉลากและสัญญาในธุรกิจโซลาร์เซลล์ รวมถึงธุรกิจซ่อมรถยนต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค

ด้านการรับเรื่องร้องเรียน สคบ.ได้พัฒนาระบบ OCPB FastTrack หรือระบบ สคบ.ฟาสต์แทร็ก ซึ่งเป็นระบบจัดการเรื่องร้องทุกข์ออนไลน์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการรับและติดตามปัญหาของประชาชน ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการเฝ้าระวังการซื้อขายและการโฆษณาสินค้าออนไลน์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

Advertisement

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า สคบ.ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า แอพพลิเคชันเงินกู้ และการดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมายบนช่องทางออนไลน์ โดยสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้หลายรายแล้ว

ส่วนด้านการปรับปรุงกฎหมาย สคบ.ได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติความรับผิดกรณีสินค้าชำรุดบกพร่อง เพื่อสร้างกลไกในการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีได้รับความเสียหายจากสินค้า โดยร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร

นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ สคบ.ยังอยู่ระหว่างทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการขายตรงและการโฆษณา เพื่อให้สามารถรองรับรูปแบบการค้าขายและการโฆษณารูปแบบใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือ OCPB FastTrack กับภาคเอกชน และเตรียมหารือกับหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้ทัดเทียมกับระดับสากล

นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อประชาชนเข้ามาขอความช่วยเหลือ สิ่งสำคัญคือทำให้เรื่องเดินหน้า และต้องทำให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาอย่างดีที่สุด

สำหรับปัญหาการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และมีมติให้ดำเนินคดีแพ่งในกรณีที่มีมูลตามกฎหมาย จำนวน 27 เรื่อง

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า คดีดังกล่าวครอบคลุมการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Facebook, Instagram, TikTok และเว็บไซต์ โดยมีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงสินค้าเฉพาะกลุ่ม

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไม่ว่าการซื้อขายจะเกิดขึ้นที่หน้าร้านหรือบนโลกออนไลน์ หากมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภค และสร้างความเสียหายให้กับประชาชน รัฐบาลพร้อมเข้าไปดูแลและดำเนินการตามกฎหมายทันที

ขณะเดียวกัน สคบ.ได้พัฒนากลไกในการเฝ้าระวังการซื้อขายสินค้าออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบผู้ขาย ตรวจสอบตัวสินค้า และตรวจสอบข้อความโฆษณา ตลอดจนการนำสินค้าที่ไม่ถูกต้อง สินค้าผิดกฎหมาย หรือสินค้าไม่เหมาะสม ออกจากช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ส่วนการป้องกันสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบและปราบปรามสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย โดยหนึ่งในกรณีสำคัญ คือการตรวจสอบ “ของเล่นสกุชชี่” ซึ่ง สคบ.ร่วมกับศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ หรือ ศวอ. เข้าตรวจสอบและยึดสินค้าได้มากกว่า 30,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,590,000 บาท

ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายเข้าสู่ตลาดและถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ส่วนการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า สคบ.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกหน่วยงาน เข้าตรวจค้นจุดเก็บและจุดกระจายสินค้าในพื้นที่คลองถม พบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องประมาณ 15,000 ชิ้น พร้อมนำตัวผู้ต้องหา 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า การดำเนินการในลักษณะนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยง่าย

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจห้องเช่า ผ่านโครงการ “ผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่าสีขาว” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใสในการทำสัญญา และให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้เช่า โดยโครงการดังกล่าวยังมุ่งให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เพียงพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกที่พักอาศัย สามารถเปรียบเทียบข้อมูลและเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานก็จะมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นธรรม

นางสาวศุภมาส ยังกล่าวถึงภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือและเยียวยาผู้บริโภค การดำเนินการทางกฎหมาย การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายหรือสินค้าอันตราย รวมถึงการวางมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันประชาชนซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น เช่าที่พักอาศัยผ่านช่องทางต่างๆ และต้องเผชิญกับสินค้าและบริการรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นกลไกของภาครัฐก็จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า สิ่งที่ สคบ.ให้ความสำคัญ คือ เมื่อประชาชนมีปัญหาจะต้องมีหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อมีความเสี่ยงจะต้องมีระบบเฝ้าระวัง และเมื่อพบว่ามีการละเมิดสิทธิ จะต้องมีกฎหมายเข้าไปจัดการได้อย่างทันท่วงที ยืนยันว่าจะติดตามการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ