นายกฯ ขึ้นเรือหลวงจักรีนฤเบศร ตรวจความพร้อมรบ ‘กองทัพเรือ’ โชว์ลีลาผัดกะเพราหมูสับ เลี้ยงกำลังพล
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามความพร้อม และขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย

เมื่อเดินทางถึงสนามบินกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (อู่ตะเภา) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) รายงาน และเรียนเชิญนายกฯตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้น นายกฯ เข้ารับมอบเครื่องหมายความสามารถ เพื่อแสดงความขอบคุณ เชิดชูเกียรติ และสดุดีในคุณูปการที่มีต่อกองทัพเรือ โดยรับมอบเครื่องหมายความสามารถผู้ทำการรบพิเศษกิตติมศักดิ์ และนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์ แก่นายกฯ และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และมอบเครื่องหมายความสามารถนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์แก่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ก่อนจะรับฟังบรรยายสรุป

จากนั้น นายกฯ และคณะ เดินทางต่อไปยังเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเล เพื่อเยี่ยมชมการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569 โดยนายกฯ ได้รับการเคารพบริเวณดาดฟ้าบิน จากนั้นรับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องศูนย์ยุทธการ และภายหลังการบรรยายนายกรัฐมนตรีได้ชมการยิงสลุตจำนวน 19 นัดจากเรือหลวงเจ้าพระยา
จากนั้น นายกฯเดินทางไปยังหอบังคับการบิน เพื่อชมการสาธิตการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือและอากาศยาน รวมทั้งการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานควบคุมยานไร้คนขับสำหรับภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้า และโจมตี (UXV Carrier) ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) บริเวณดาดฟ้าเก็บอากาศยาน สะท้อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร และการรักษาความมั่นคงทางทะเล

ต่อมา นายกฯลงนามในสมุดเยี่ยม ความว่า “จากการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการและเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศในวันนี้ ผมมีความประทับใจในความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ขอชื่นชมและส่งกำลังใจถึงกำลังพลทุกนายในการรักษาอธิปไตย ความมั่นคงและความสงบสุขของประเทศไทยตลอดไป “ราชนาวีไทย คือความภาคภูมิใจของชาติ”
ภายหลังเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมการฝึกกองทัพเรือฯ นายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) เพื่อเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองทัพเรือ (Incident Command Center: ICC)


ต่อมา เวลา 12.10 น. นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางถึงสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึก และสาธิตการจัดตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองทัพเรือ (Incident Command Center: ICC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief: HADR) โดยมุ่งให้กองทัพเรือสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ

นายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุป และตรวจเยี่ยมส่วนปฏิบัติการสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1.โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 2.ชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) และ 3.ชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ โดยหน่วยเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางบก กองทัพเรือ เป็นหน่วยงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ มีภารกิจสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของรัฐบาล

สำหรับการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 ถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ และสอดคล้องกับนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” ทำการฝึกให้เสมือนการรบจริง เมื่อรบจริงต้องชนะ โดยมุ่งทดสอบความพร้อมของกำลังพล การวางแผนและอำนวยการยุทธ์ การปฏิบัติการทางเรือและทางอากาศ ตลอดจนการใช้กำลังและยุทโธปกรณ์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการปฏิบัติการตามแบบและการปฏิบัติการนอกแบบ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การฝึกและสาธิตการจัดตั้งศูนย์ ICC แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการบูรณาการกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการบริหารจัดการ เพื่อสนับสนุนภารกิจการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ โดยเฉพาะการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ

ช่วงหนึ่งระหว่างนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ นายกรัฐมนตรีได้โชว์ฝีมือทำอาหารเลี้ยงกำลังพลที่มาฝึกซ้อมในวันนี้ บนรถครัวสนาม โดดได้ทำเมนู “ผัดกะเพราหมูสับ” ซึ่งได้ใส่ผ้ากันเปื้อน หน้าอกปักคำว่า “นายกรัฐมนตรี” ในการผัดอาหาร
ภายหลังการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กล่าวว่า วันนี้มาดูความพร้อมของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นไปตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารเรือ โดยตนเองก็จะพยายามไปตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพ เพราะเราทำงานด้วยความเข้าใจ และให้การสนับสนุน ด้วยวัตถุประสงค์ในการป้องกันอธิปไตยของชาติ
ส่วนยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่เห็นอยู่ ก็ถือว่า มีความพร้อม แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องจัดหาเสริม เพราะที่เรามีอยู่ก่อนหน้านี้บางชนิดก็ใกล้จะปลดระวางแล้ว ขณะนี้ประเทศก็มีความอ่อนไหวในเรื่องของความมั่นคง และอธิปไตย ซึ่งตนเอง และผู้บัญชาการเหล่าทัพก็ต้องนั่งหารือกันว่า จะจัดหาสิ่งที่จะมาเสริมความมั่นคงของกองทัพอย่างไร

สำหรับการตรวจการฝึกในวันนี้ ตมมองว่า ศักยภาพของกองทัพเรือไม่เป็นรองใคร ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ได้วางรากฐานเอาไว้เป็นอย่างดี ฐานทัพเรือต่าง ๆ มีความเข้มแข็ง และกองทัพเรือยังได้ขยายพื้นที่ในการดูแลประชาชน ไม่ใช่รบทางน้ำอย่างเดียว แต่สามารถทำการยึดทางบกได้ด้วย ช่วยเหลือประชาชนได้ด้วย รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย และป้องกันอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องให้การสนับสนุน เพื่อให้ทุกเหล่าทัพมีความพร้อมเข้มแข็ง มีสันติสุข
เมื่อถามว่า เรือของกองทัพเรือเก่าหมดแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องค่อย ๆ ทดแทน พร้อมระบุว่า ที่เคยพูดกันว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีรบแล้ว แล้วเป็นอย่างไร เมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา กองทัพเรือก็ต้องปฏิบัติภารกิจในจังหวัดติดทะเลฝั่งตะวันออก เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่า เอาเรือธรรมดามารบก็คงไม่ได้ มันต้องมีความพร้อม และต้องแสดงความเข้มแข็ง และแสดงถึงแสนยานุภาพ ซึ่งคำว่า “แสนยานุภาพ” คำนี้มันขลัง ถ้าเรามีแสนยานุภาพที่ดี อริราชศัตรูก็คงต้องคิดว่า ต้องมาต่อกรหรือไม่ เราก็ต้องมีความพร้อมในศักยภาพที่เราทำได้ ซึ่งเราต้องให้การสนับสนุนเหล่าทัพให้มีความเข้มแข็ง
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีไปตรวจความพร้อมรบบริเวณชายแดน แต่ฝ่ายกัมพูชาออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองทำตาม Joint Statement ซึ่งระบุว่า ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงจุดนั้น ถ้าเขาทำตาม Joint Statement ด้วย มันก็จะได้นำไปสู่การหารือ แต่ถ้าเขาไม่ทำ ก็ไม่รู้จะหารืออย่างไร
เมื่อถามว่า มีสิ่งใดจะต้องเสริมแสนยานุภาพให้กองทัพเรืออย่างเร่งด่วน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้สอบถามผู้บัญชาการทหารเรือในรายละเอียด เพราะตนเองไม่รู้ว่า ตรงไหนจะสามารถพูดได้ เราต้องไม่บอกทุกอย่างว่า เรามีอะไร ให้มาถึงก็ “อุ๊ย มีอย่างนี้ด้วยหรือ ?“
สำหรับการฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวความคิดในการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” เพื่อเป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะ และความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ
อีกทั้งระบบไร้คนขับบางส่วนที่นำมาใช้ในการฝึกครั้งนี้เป็นผลงานวิจัย และพัฒนาของนักวิจัยกองทัพเรือ ซึ่งนำองค์ความรู้ และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการทางยุทธการ การทดลองใช้งานในสภาพการฝึกจริงจะนำไปสู่การปรับปรุงและต่อยอดระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
นอกจากนี้ในการฝึก ยังมีเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูง และหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึกครั้งนี้อย่างเต็มภารกิจ เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบ และโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่น
ทั้งนี้การฝึกยังสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในฐานะแกนหลักของกองเรือ ทั้งด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การต่อต้านเรือผิวน้ำ และเรือดำน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูล และการควบคุมการปฏิบัติการทางทะเล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับดังกล่าวจำนวนจำกัด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคกำลังพัฒนากำลังทางเรือ และเทคโนโลยีทางทหารอย่างก้าวกระโดด





