หน้าแรก การเมือง แฉทุจริต สอบท...

แฉทุจริต สอบท้องถิ่น เรียกเงินเป็นซี-นายหน้าฟันกำไร ยับ กมธ.เช็กบิลย้อนหลังอธิบดี

27.08.26 | 16:44 น.

“อาสพลธ์” ลากไส้ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ผู้ว่าจ้าง-ผู้รับจ้าง-กสถ. ร่วมมือใช้ช่องโหว่ TOR ทุจริตสอบปี 68 ด้าน สถ. แจงเปลี่ยนระบบจัดซื้อจัดจ้างสอบฯปี 68 ส่วนปปง.ลุยเช็กบิล 3 กลุ่มใหญ่ พบพิรุธเรียกรับเงินเป็นซี นายหน้ารับส่วนต่าง 1 แสนต่อราย แบบ”กบกระโดด”ขณะที่ DSI ตั้งสอบคนในฟันไม่เลี้ยง กมธ. จี้สืบย้อนหลังอธิบดีถึงนายหน้า


เมื่อวันที่ 27 ส.ค.เวลา 15.00 น.ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า พิจารณาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลต่อ กมธ.ฯ เช่น นายวิบูลย์ ฝ่ายดี ที่ไปแจ้งความว่าจ่ายเงินให้กับนายหน้า 2 ล้านบาท ผู้แทนซึ่งเป็นกรรมการร่าง TOR และตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้ข้อสรุปว่า คณะกรรมการร่าง TOR จัดสอบแข่งขันท้องถิ่น ขอเข้าให้ข้อมูลส่วนตัวต่อกมธ.ฯ ซึ่ง TOR ฉบับปัจจุบันปี 2568 แตกต่างกับ TOR การสอบปี 2564 และ 2566 ซึ่งมีการระบุเงื่อนไขเพิ่มเติมในการป้องกันการทุจริต เช่น การให้เก็บเอกสารหลักฐานเป็นเวลา 1 ปี ทำให้หลักฐานหลายอย่างแต่ปี 2560 ไม่สามารถหาได้

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า มีการชี้แจงเพิ่มเติมว่าการทุจริตไม่ว่า TOR จะร่างมีมาตรการดีอย่างไร คนที่ตั้งใจทุจริตต้องหาช่องทางทุจริต และรับทราบแล้วว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นประกอบไปด้วยผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และ กสถ. ที่ใช้ช่องว่างของ TOR ในการทุจริตการสอบท้องถิ่น นอกจากนี้ยังอ้างถึงข้อมูลจากนายวิบูลย์ ว่าการทุจริตเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั้งจังหวัดยโสธรหรืออำนาจเจริญ จึงยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจังหวัดศรีสะเกษ เท่านั้นเกิดขึ้นหลายพื้นที่ในประเทศไทยตั้งแต่อดีต โดยสถ.ได้ชี้แจงถึงการจัดสอบแข่งขันนับแต่คำสั่ง คสช.8/2560 การสอบบรรจุในปี 2560 ผู้รับจ้างคือม.บูรพา ปี 2562 ผู้รับจ้างคือ ม.เกษตรฯ ส่วน ปี 2564 ผู้รับจ้างคือ ม.บูรพา ซึ่งการสอบที่ได้กล่าวมาใช้วิธีคัดเลือก ซึ่งแตกต่างจากการใช้ระบบอีบิดดิ้งในปี 2568

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนผู้แทน ปปง.ได้แจ้งถึงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งยังคงต้องใช้ระยะเวลาตรวจสอบอีกระยะหนึ่ง และยืนยันว่าทำงานอย่างเต็มที่ โดยตรวจสอบ 3 กลุ่ม คือ 1. รายชื่อ ป.ป.ช. ส่งให้ตรวจสอบ 2. รายชื่อผู้ทุจริต 5925 คน 3. เป็นรายชื่อที่ ปปง. ได้รับแจ้งจากคณะทำงานของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่พบว่ามีการจ่ายเงินค่าสมัครแทนการเป็นพวงๆ ผ่านธนาคารกรุงไทย

Advertisement

ประธานกมธ.ฯ กล่าวว่า ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ชี้แจงกรณีที่มีการพาดพิงว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน 1 คน รับเงินจากนายหน้าจังหวัดศรีสะเกษ ขณะนี้ อธิบดี ดีเอสไอได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และขยายผลไปยังบุคคลอื่นด้วย และได้ย้ำต่อที่ประชุมว่า อธิบดี ดีเอสไอให้ความสำคัญ หากพบการทุจริตและประพฤติมิชอบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ไม่เอาไว้

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่กรรมการร่างทีโออาร์ ในกรณีทุจริตได้บอกเองว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ ปี 68 แต่มีตั้งแต่ปี 64 ในการสอบคัดเลือกที่กระดาษคำตอบและกระดาษคำถามไม่ตรงกัน ซึ่งเราเรียกว่ารุ่นกบกระโดด จึงอยากให้ทางกมธ.ฯ เชิญนิติกรที่ทำคดี ณ ขณะนั้น คือ ผอ.น. มาให้ข้อมูลเพื่อขยายผลการทุจริตสอบท้องถิ่น แต่ในการสืบหาข้อเท็จจริง ก็อยากฝากไปถึง ปปง. และป.ป.ช. หากต้องการทำคดีย้อนหลัง ก็น่าจะตรวจสอบตั้งแต่อธิบดีและรองอธิบดี สถ. ที่ดำรงตำแหน่งในเลขานุการ และผู้ช่วยเลขาฯ กสถ. แม้กระทั่ง ผอ. กลุ่มงานที่มีการจัดสอบแข่งขัน ซึ่งธุรกรรมทางการเงิน หากตรวจสอบย้อนหลังไปถึงปี 60 เชื่อว่าพบแน่นอน

เมื่อถามว่า ตั้งแต่มีการตรวจสอบมาเรื่องไหนชัดเจนที่สุด นาย อาสพลธ์ กล่าวว่า เห็นว่ามีความตั้งใจในการทุจริตจริงๆ และอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนอยากรู้ ว่าเขาเรียกรับเงินกันอย่างไร ผู้ชี้แจงวันนี้ก็บอกว่าเงินที่เขาเรียกรับ เขาเรียกรับเป็นซี คือ ซี 2 จ่าย 5 แสน นายหน้าได้ส่วนต่าง 1 แสนบาทต่อราย ซี 3 จ่าย 6 แสนบาท แต่นายหน้าเรียก 8 แสนบาท ได้กำไร 2 แสนบาทต่อราย โดยจ่ายผ่านนายหน้าอีกคนหนึ่งที่เป็นเครือข่ายกันก่อนสอบ ซึ่ง กมธ.ฯจะติดตามไปเรื่อยๆ เพราะอยากให้คนที่ทุจริตทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พยายามเก็บให้ครบ เพื่อที่อีกสองปีข้างหน้า การจัดสอบจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

“ทางผู้ชี้แจงระบุว่าหากการสอบแข่งขันครั้งนี้ดำเนินการสำเร็จทั้ง 5 รายชื่อ ตามที่ได้จ่ายเงินไป และสอบผ่านได้จริง เขาก็บอกว่าการจัดสอบคัดเลือกเลื่อนตำแหน่งระดับบริหาร ซึ่งทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการสอบครั้งที่แล้ว ก็มีการเรียกรับเงิน และมีนายหน้าเช่นเดียวกัน ให้โควตามา 20 ตำแหน่ง แต่ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ โควตาดังกล่าวจึงถูกยกเลิกไป” นายอาสพลธ์ กล่าว

นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมกมธ.ฯในสัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณา กรณีผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้าเรียกรับเงินจำนวน 5 แสนบาท เพื่อให้มีรายชื่อในหลักสูตร ปปร. และอีกกรณีคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นำรถหลวงและสิ่งของหลวงไปใช้ในภารกิจส่วนตัว ก็จะมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน