หน้าแรก การเมือง ลุ้นผลเลือกตั...

ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อุดร เขต 3 อาทิตย์นี้ เผยหาเสียงไม่คึกคัก ไร้เงาพรรคใหญ่สู้ภูมิใจไทย

27.08.26 | 19:59 น.

ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อุดร เขต 3 อาทิตย์ 30 ส.ค.นี้ เผยหาเสียงไม่คึกคัก ไร้เงาพรรคใหญ่สู้ภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ส่ง ตุ๋ง-อธิการ แก้วเครือศรี ลูกเขย “หรั่ง ธุระพล” ส.ส. 2 สมัย ที่จากไปด้วยสุขภาพ ขณะพรรคใหญ่อื่นๆ ไม่ส่งผู้สมัคร ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ทำให้ในช่วงโค้งสุดท้าย ประชาชนยังไม่ตัดสินใจกว่าครึ่ง


เขตเลือกตั้งที่ 3 อุดรธานี ประกอบด้วย อ.สร้างคอม, อ.เพ็ญ และ ต.บ้านขาว อ.เมือง เลือกตั้งครั้งก่อนผู้มีสิทธิ 125,833 คน มาใช้สิทธิ 63.42% คะแนน 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 นายหรั่ง ธุระพล พรรคภูมิใจไทย (ถึงแก่กรรม) อันดับ 2 นายสมัคร บุญปก พรรคเพื่อไทย (หลีกทางไม่ลงสมัคร) และอันดับ 3 นายอริยะฤทธิ์ สุวรรณสิริ พรรคประชาชน (ปัญหาสุขภาพ)

การเลือกตั้งครั้งนี้ (อาทิตย์ 30 สิงหาคม) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 125,283 คน (อ.เพ็ญ 93,524 คน, อ.สร้างคอม 23,359 คน และ ต.บ้านขาว อ.เมือง 8,400 คน การเลือกตั้งซ่อมไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่มีการเลือกตั้งในต่างประเทศ ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งมี 3 คน เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ในพื้นที่ทั้งหมด การรณรงค์หาเสียงไม่คึกคัก แรงกระตุ้นการเมืองน้อย

Advertisement

หมายเลข 1 นายขจิตร ชัยนิคม หรือ ครูขจิตร อายุ 75 ปี พรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นอดีต ส.ส.6 สมัย สมัยแรก ปี 2535 พรรคความหวังใหม่ และอีก 2 สมัย, ปี 2552 เป็น ส.ส.มหาสารคม พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อมกรณีนายสุทิน คลังแสง ถูกตัดสิทธิทางการเมือง, ปี 54 และ 62 กลับมาสมัครสมัครที่ จ.อุดรธานี เขต 4 สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้เป็น ส.ส. แต่ปี 2566 พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนผู้สมัคร การย้ายเขตมาลงสมัคร เขต 3 ทำให้พรรคประชาธิปไตยใหม่ถูกเมินจากพันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ “ครูขจิตร” ต้องควงเพื่อนนักปราศรัยลงพื้นที่ถี่ยิบ แต่ก็คงจะเหนื่อยมากหากต้องการชัยชนะ

หมายเลข 2 นายอธิการ แก้วเครือศรี หรือ ตุ๋ง อายุ 47 ปี พรรคภูมิใจไทย ใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า “ลูกเขยอดีต ส.ส.หรั่ง ธุระพล คนบ้านเฮา” ซึ่งคำว่า “คนบ้านเฮา” อดีต ส.ส.หรั่ง ก็ใช้คำนี้ในการเล่นการเมือง ปูฐานการเมืองมานานหลายสิบปี โดยนายอธิการถือเป็นทีมงานสำคัญของพ่อตา แต่ในฐานะนักปฎิบัติการ ขณะที่ภรรยาเป็น ส.อบจ.เขต 3 อ.เพ็ญ และภรรยานายหรั่งก็เป็นนายก อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ ซึ่งทั้ง 2 คน ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ จากคุณสมบัติเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ ได้ลงพื้นที่หาเสียงแบบปูพรม “พูดน้อย ต่อยหนัก” ถือว่าเป็นต่อทั้งความพร้อม และเป็นผู้สมัครในพื้นที่

หมายเลข 3 นายคำผัน จันทจร อายุ 69 ปี พรรคเพื่อบ้านเมือง อดีตรองนายก อบต.บ้านชัย อ.บ้านดุง 3 สมัย และอดีตผู้สมัคร ส.อบจ.บ้านดุง มีประสบการณ์เป็นผู้ประสานงานแรงงานในต่างประเทศ (ภาคแรงงาน) ประเทศซาอุดิอาระเบีย, ลิเบีย และอีกหลายประเทศ ได้หาเสียงหลักใน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเครือญาติในพื้นที่ อ.สร้างคอม และ อ.เพ็ญ กลุ่มที่สองคือเครือข่ายแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ในบทบาทผู้ประสานงานแรงงาน มีเสียงตอบรับในระดับปานกลาง

ด้าน นายอริยะฤทธิ์ สุวรรณศิริ พรรคประชาชน ที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ได้ออกมาชี้แจงประชาชนในพื้นที่ว่า ยังมีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนเดิม การที่ไม่ลงสมัครเพราะขาดความพร้อม รวมทั้งปัญหาสุขภาพ และออกมาเรียกร้อง หากยังสนับสนุนพรรคประชาชน สนับสนุนตนเอง และไม่พอใจกับผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ก็ขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ด้วยการกา “โหวตโน”

ขณะที่ “อุดรโพล” โดย ผศ.เสกสรร สายสีสด อาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มรภ.อุดรธานี เก็บข้อมูลประชาชนในพื้นที่ 11-18 สิงหาคม 2569 จำนวน 228 คน ผลสำรวจสะท้อนประชาชน “ยังเปิดกว้าง” อย่างชัดเจน ในบริบทพิเศษที่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ซึ่งเป็นสองพรรคใหญ่ ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันในครั้งนี้ พบไม่ตัดสินใจ 56.1% ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน 9.6%

กรณีพรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัครเพื่อรักษามารยาททางการเมือง เห็นด้วย 50.9% ไม่เห็นด้วย 24.6% ส่วนกรณีพรรคประชาชนไม่ส่งผู้สมัคร 32.5% เห็นว่า “ส่งผลเสีย” ต่อพรรค เพราะทำให้ผู้สนับสนุนและคนรุ่นใหม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง

การสำรวจยังระบุว่า ประชาชนกังวลเรื่องการซื้อเสียงสูง 53.9% ขณะที่มีเพียง 8.8% เชื่อมั่นว่าเงินไม่สามารถซื้อเสียงได้ ส่วนวาระเร่งด่วนที่อยากให้ ส.ส.คนใหม่ผลักดัน อันดับ 1 คือการปราบปรามยาเสพติดและความปลอดภัยในสถานศึกษา 41.2% ตามด้วยการแก้ปัญหาปากท้องและลดค่าครองชีพ 31.6%