หน้าแรก การเมือง วิชา อัดองค์ก...

วิชา อัดองค์กรอิสระ ต้องยึดโยงประชาชน ชม ‘ยิ่งชีพ’ เปิดข้อมูลโกง ส.ว.

28.08.26 | 12:46 น.
องค์กรอิสระ

วิชา ชี้ องค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิด เพราะต้องเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน ชม ‘ยิ่งชีพ’ เป็นนวัตกรรมใหม่ของการเปิดเผยข้อมูล โกง ส.ว. หนุนแก้ที่มาองค์กรอิสระ มองสองทุจริตท้องถิ่น ไปไม่ถึงตัวนักการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตกรรมการกฤษฎีกาและอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวิชา มหาคุณ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ร่วมเสวนา


นายวิชา มหาคุณ อดีตปรธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  กล่าวว่า เมื่อตนได้พ้นจากตำแหน่ง ป.ป.ช.แล้วได้ศึกษาค้นคว้า ก็พบความอ่อนแอหรือความเสื่อมอย่างที่สุดกับระบบความศรัทธาความเชื่อและความโน้มเอียงในทางที่จะก่อให้เกิดเป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ไม่ใช่องค์กรอิสระด้วยซ้ำไป เราจะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งวิกฤตของชาวยิวหรือจีนเทาที่เกิดขึ้น ก็มาจากความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของมนุษย์ที่เรียกว่าคนไทย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์เฉยอย่างถึงที่สุด ไม่รับรู้ ไม่มีการยืนหยัด ไม่ประท้วง ไม่ยินยอม แต่พอเวลาประท้วงขึ้นมาทีก็ขอรับเงินก่อน ซึ่งไม่ใช่เป็นการต่อสู้อย่างที่เราเรียกว่าอารยะขัดขืน

นายวิชากล่าวว่า เหตุที่องค์กรอิสระมีปัญหาในปัจจุบัน ประเมินได้ว่าเพราะยอมตามผู้มีอำนาจอย่างไม่ขัดขืน และไม่ยอมขัดขืนต่ออำนาจรัฐ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการตรวจสอบมีปัญหาเพราะไม่ยอมเปิดเผยอ้างกฎหมายกำหนด แต่กรณีของไอลอว์ โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และจะเป็นตัวอย่างต่อความเพียรพยายามของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครปิดหู ปิดตาประชาชนได้ ทั้งนี้ การตรวจสอบทุจริตเป็นหน้าที่ของพลเมือง ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามฟ้องร้องปิดปาก คือส่วนช่วยที่ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะได้

Advertisement

“องค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นอิสระ แต่ต้องเป็นองค์กรของประชาชน ทำงานให้ประชาชน เพื่อประชาชน ผมเชื่อว่าหากออกนอกลู่นอกทางให้องค์กรที่ไม่ยึดโยงต่อประชาชน และปกปิดข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรรู้ ถือว่าทำลายหลักการขององค์กรอิสระ ที่เป็นองค์กรธรรมาภิบาล โปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ และเห็นว่าองค์กรอิสระต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันไม่มีอะไรเป็นความลับอีกแล้ว เพราะในโลกนี้ทะลุทะลวงโดยเทคโนโลยีสารสนเทศหมดแล้ว เราอยู่ในยุคเมต้าเวิร์สยุคใหม่ ดังนั้น การตรวจสอบก็ไม่ต้องไปตั้งองค์กรอะไรที่ยุ่งยาก เพราะทุกอย่างอยู่ในมือของประชาชน ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว เราต้องมีส่วนร่วมนอกเหนือจากสวัสดีวันจันทร์” นายวิชากล่าว

นายวิชากล่าวว่า ส่วนข้อกำหนดให้องค์กรอิสระ ต้องรายงานต่อรัฐสภา ต้องถูกเอาใจใส่ สมาชิกรัฐสภาต้องทำหน้าที่ ไล่บี้ ไล่เบี้ย ว่าเกิดผลอย่างไรกับประชาชน ต้องเอาผลลัพธ์ ไม่ใช่งานนับครั้งหรือนับคดีเท่านั้น

“องค์กรอิสระถูกทำให้ขยายตัวใหญ่ขึ้น ที่ทำผิดหลายเรื่อง เช่นในสิ่งที่เห็นอยู่และยอมรับว่าผมไม่ได้แก้ไขจนออกมา คือ การตรวจสอบทรัพย์สินของข้าราชการ ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หากไม่ยื่นถือว่าผิดจริยธรรม ลงโทษให้ออกจากราชการ ซึ่งระบบดังกล่าวไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก เหมือนอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ใช้ และทำให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีของราชการ” นายวิชากล่าว

นายวิชากล่าวต่อว่า ตอนที่เกิดทุจริตสอบท้องถิ่น ประธาน ป.ป.ช.โทรศัพท์หาตนเพื่อขอให้เป็นที่ปรึกษา ตนตอบไปว่าไม่ไป เพราะหากให้เป็นที่ปรึกษา ไม่มั่นใจจะปรึกษาหรือไม่ หากเขาต้องการให้ไปถึงใคร ตนนึกในใจว่าจะจบลงแค่ข้าราชการประจำ ไม่ไปถึงนักการเมือง

นายวิชากล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาขององค์กอิสระตนสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ เช่น ที่มาขององค์กอิสระ ตอนที่พิจารณาอย่างตระหนักว่า ส.ว.เป็นกรอบทำงานให้ แต่ใครจะนึกว่ามีการโกงตั้งแต่ตอนตั้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของการตั้งวุฒิสภา เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นต้องยอมรับว่าเป็นวิกฤตประเทศ ทั้งนี้ มองว่าทางออกของวิกฤตอยู่ที่ประชาชนต้องออกมา และตนไม่ไว้วางใจนอกจากประชาชน