คิกออฟ’มิสซิ่งลิงก์’ อนุทินลุยสะพานทะเลสงขลา-เกาะลันตา ดันบิ๊กโปรเจ็กต์โลจิสติกส์ใต้ เชื่อมพังงา-พัทลุง-กระบี่ ป้องท่วมหาดใหญ่
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจงาน ก่อนการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 1 กย. 69 โดยเริ่มจากเดินทางไปที่ ประตูระบายน้ำหน้าควน คลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 บริเวณด้านหลังโรงแรมอัลฟาฮัจย์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับฟังการบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 16 พร้อมพบปะประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือ และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่
นายกฯ กล่าวกับประชาชนในพื้นที่ว่า รัฐบาลเลือก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ครั้งแรก ขอให้พี่น้องชาวสงขลาเข้าใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะต้องการให้จ.สงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ และพื้นที่แห่งโอกาสของประชาชนให้ปลอดภัยจากอุทกภัย ตลอดจนความปลอดภัยในทุกด้าน ครม.จะอนุมัติหลักการเรื่องการทำประกันอุทกภัยให้กับประชาชนทุกหลังคาเรือน เมื่อเกิดเหตุประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการพิสูจน์ว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร เป็นผู้เช่าหรือเป็นเจ้าของเคหสถานบ้านเรือน ถ้าประชาชนลงทะเบียนอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไหนรัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครอง รายละเอียดวันที่ 1 กันยายน จะออกมาเป็นขั้นตอนวิธีการดำเนินการ และกำหนดคุณสมบัติต่างๆ
ต่อมาที่โรงแรมบุรีศรีภู ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทินเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้ ครอบคลุม 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่าง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับ ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่ ครม.และข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการริเริ่มโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ได้มีโอกาสเห็นความฝันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน
“เมื่อทั้งสองสะพานแล้วเสร็จจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพิ่มความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Missing Link ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางผ่าน จ.พังงาและกระบี่ นี่คือคำตอบอย่างชัดเจนว่า Missing Link คืออะไร เมื่อเชื่อมกันหมดแล้ว ต้องเชื่อมทั้งบนและล่าง รวมถึงทแยงด้วย เมื่อทำแล้ว เราจะได้เปรียบที่สุดในทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ ในฐานะศูนย์กลางของสมาคมอาเซียน การค้าในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประชากร 70 ล้านคน หากสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและการค้ากับประเทศต่างๆ ได้ ประเทศไทยจะเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนอีกกว่า 1,000 ล้านคนในภูมิภาค จึงต้องสะสมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของภูมิภาคอาเซียน และทั้งสองโครงการจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพ” นายกฯกล่าว
ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายกฯเป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) โดยมี ครม.เข้าร่วม
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มาร่วมประชุมกับทุกท่านมารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์กช็อป ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ครั้งแรก รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) วันที่ 1 กันยายน ที่ จ.สงขลา



