‘ภคมน’ เผยต้นเดือน ก.ย.นี้ ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อนัดหารือแผนยื่นซักฟอก แบไต๋ใช้ปมทุริตขยายแผล ฉายภาพระบบอุมถัมภ์ค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน
เมื่อวันที่ 1 กันยายน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีรายงานว่ารัฐมนตรีนัดทานอาหารกันในวันที่ 6 กันยายนนี้ ที่บ้านพักส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมรับมือการซักฟอกของฝ่ายค้าน ว่า เรื่องเขาเตรียมรับมือ และเราเตรียมยื่นก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย อยู่ที่ว่าจะรับมืออย่างไร แต่สุดท้ายอย่างที่ทราบกันดีว่า การซักฟอกไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ในอดีตไปดูก็ไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ เพราะเขาแพ็คกัน ยิ่งรอบนี้มีเสียงมากพอ แต่หน้าที่เราคือทำให้สังคมเดินไปกับเรา เชื่อว่าเราปล่อยให้รัฐบาลมีข้อกังขาเยอะไปหมดต่อการทุจริตคอร์รัปชัน การเอื้อประโยชน์ และการสร้างระบบอุปถัมภ์เพื่อค้ำจุนอำนาจในอนาคตของคุณ เรื่องนี้ประชาชนควรตระหนักเป็นอย่างดี
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การทุจริตเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเบื้องหลังคือการวางรากฐานค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน การอภิปรายรอบนี้ต้องทำให้เห็นภาพใหญ่ ไม่ใช่แค่การทุจริตสอบท้องถิ่น AI-Passport แต่ฉายภาพให้เห็นระบบอุปถัมภ์การเอื้อกัน การวางรากฐาน เรื่องราวทั้งหมดนี้ ใจความสำคัญ นอกจากการทุจริตที่เห็นรายวัน และประชาชนเชื่อทั้งหมดแล้ว มันคือการวางรากฐานอำนาจ ค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินในอนาคต
“วันนี้สอบท้องถิ่น คุณรับข้าราชการก็จริง แต่มายเซตให้ทุกตำแหน่งแบบนี้ คุณไปรับใช้นาย คิดว่าวันนี้วิธีคิดของระบบสีน้ำเงิน มันคือกำลังสร้างอาณาจักร สร้างฐานค้ำจุนตัวเอง สิ่งนี้น่ากลัวกว่าการทุจริตเป็นไหนๆ นี่คือหน้าที่ฝ่ายค้านต้องฉายภาพให้เห็น คิดว่าการซักฟอกครั้งนี้ คือการเฉลยภาพใหญ่ ที่ให้เห็นเป้าหมายสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือการค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะส่งสัญญาณอะไรหรือว่าจะมีการนัดหมายกันบ้างหรือไม่ เพื่อหารือในประเด็นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ภคมน กล่าวว่า เหมือนที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) บอก ตั้งแต่สมัยปิดสมัยประชุมว่า พรรคประชาชนได้พูดคุยกับ สส.แล้วว่าใครมีเรื่องอะไร ใครตามประเด็นอะไร ให้เก็บข้อมูลไว้ รวบรวมนำเสนออีกทีหนึ่งว่า เรื่องนี้น้ำหนักมากพอหรือไม่ การวางระบบค้ำจุนระบบสีน้ำเงินไปได้แค่ไหน

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เรื่อง สส.แต่ละคน แต่คือการทำงานกลุ่ม ฉายภาพให้เห็น และผลลัพธ์ที่อยากเห็นคือประชาชนต้องเชื่อ สิ่งที่การเมืองไทยเกิดขึ้นคือแข่งความศรัทธาของประชาชน ว่าประชาชนจะเชื่อข้อมูลแบบไหนมากกว่ากัน
“ส่วนรัฐมนตรีไปบ้านนายอนุทิน ไปประเมินผลงานหรืออะไรกัน ก็เป็นเรื่องของคุณ แต่ก็เห็นวิธีการแล้ว พวกเขาไปกันที่บ้าน คิดว่าชัดเจน ระบบอุปถัมภ์ที่คุณพยายามจะหนี เป็นวิถีวัฒนธรรมที่พวกคุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ทำไมไปประเมินที่บ้านพักส่วนตัวนายกฯ สิ่งที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องคำนึงมากกว่าเก้าอี้หรืออำนาจตัวเอง ต้องหันมาถามว่าประชาชนเชื่อหรือไม่ว่า การมีคุณนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไทยไปข้างหน้าได้มากกว่านี้จริงๆ คุณหวงเก้าอี้เพื่ออำนาจตัวเองทั้งนั้นแหละ ไม่คิดด้วยซ้ำว่า ประชาชนมองมา เขาเชื่อในศักยภาพพวกคุณมากแค่ไหน เขาศรัทธาว่าพวกคุณบริหารประเทศไปได้มากน้อยแค่ไหน” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า การหารือพูดคุยของฝ่ายค้านในเรื่องยื่นซักฟอก น.ส.ภคมน กล่าวว่า เข้าใจว่าต้นเดือนกันยายนนี้ฝ่ายค้านจะคุยกัน ซึ่งพรรคประชาชนเราคุยกันแล้ว แต่ฝ่ายค้านต้องคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ด้วยไม่รู้ว่าเขาจะยื่นหรือไม่ หรืออภิปรายหรือไม่ ยังไม่สะเด็ดน้ำ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เราคงไม่คุยการกำหนดวันชัดเจน เพราะยังไม่ทราบว่าพรรคอื่นขยายความสื่อสารอะไร ทำให้สิ่งที่เราพยายามจะเคี่ยวกันไปให้ถึงห้วงเวลาเหมาะสม หลุดไปก่อนหรือไม่

