ภคมน รับหนังสือร้องทุจริตสอบนายอำเภอปี 68 แฉยับเรียกหัวละ 3 ล้าน ชี้ “คีย์แมน” โกงสอบนายอำเภอ โยงตัวการใหญ่ทุจริตสอบท้องถิ่นด้วย จี้ “นฤชา” มาให้ข้อมูลด้วย แนะ ปค.อย่าปัดความรับผิดชอบ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 2 กันยายน ที่รัฐสภา นางสาวภัคมน หนุนอนันต์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ รับหนังสือร้องเรียนทุจริตสอบนายอำเภอปี 2568 จาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์”
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 เกี่ยวกับการจัดสอบนายอำเภอ มีการเรียกรับผลประโยชน์หัวละ 3 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย จากนั้นก็มีการยื่นต่อ ป.ป.ช.แม้จะมีการยื่นให้ชะลอการจัดสอบไปแล้ว และเหตุผลในการยื่นฟ้องวันนี้เนื่องด้วยมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะว่ามีพระเอกของเรื่อง ไปเกี่ยวข้องกับการโกงสอบทุจริตท้องถิ่นครั้งนี้ คนคนเดียวกัน เลยนำประมวลภาพหลักฐานทั้งหมดหลังจากหลังจากที่ไปร้อง ป.ป.ช.มา มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ชัดถึงขนาดว่าให้ไปตรวจสอบหน่อยว่านายอำเภอที่สอบได้ที่บุรีรัมย์อย่างน้อย 10 คน ส่งชื่อนามสกุลมา เลขรหัสสอบมา ตนจึงร้องกรรมาธิการพัฒนาการเมืองตรวจสอบ
น.ส.ภคมน กล่าวว่า กรรมาธิการฯ เคยพิจารณาการทุจริตสอบนายอำเภอหลังจากที่มีปลัดในสามจังหวัดชายแดนใต้ยื่นร้อง เพราะผู้ร้องสังเกตเห็นพิรุธและเก็บหลักฐาน ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้เก็บหลักฐานมาสู่การพิจารณา แต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน โดยพบข้อพิรุธการสอบนายอำเภอปี 2566 หลังจากการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวพบว่าประชาชนที่ได้ติดตามเรื่อง รวมถึงกรมการปกครองได้ออกหนังสือส่งความเห็นแย้งต่อกรรมาธิการฯ ทันทีว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของกรมการปกครองชุดปัจจุบัน เหตุใดจึงไม่ตรวจสอบย้อนหลัง หรือตรวจสอบในอนาคตไม่ให้เป็นการปัดความรับผิดชอบ และมีคนส่งข้อมูลมาให้กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองจำนวนมาก ว่าการสอบนายอำเภอมีพิรุธและมีการเรียกรับเงินกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพียงปี 2566 แต่ปี 2568 เป็นปีที่น่าจับตา เพราะได้รับข้อมูลเพิ่มขึ้น ได้เห็นข้อมูลที่นายภัทรพงษ์ยื่นมาแล้วเป็นข้อมูลคล้ายกันที่ได้รับมาจากประชาชน ย้ำว่าเรื่องนี้ต้องมีคำตอบต่อสังคม เพราะการทุจริตสอบท้องถิ่นยังคงเป็นข้อกังขา ประกอบกับคนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตและเรียกรับในการสอบนายอำเภอ ก็เป็นคีย์แมนสำคัญของเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเช่นเดียวกัน
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า จากการทุจริตฮั้ว สว.ที่มีการเปิดเผยข้อมูลมา หากสืบสาวให้ถึงที่สุดบุคคลคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับการฮั้วสว. เชื่อว่าไม่ใช่แค่เพียงการสอบข้าราชการรับคนบรรจุ แต่คือโครงข่ายสำคัญที่จะมีการวางอำนาจกินรวบประเทศไทย ซึ่งต้องบอกว่ากระบวนการแบบนี้ไม่ใช่แค่เพียงการเรียกรับสินบน แต่คือการพยายามวางฐานอำนาจเพื่อค้ำจุนอำนาจบางอย่างให้อยู่ต่อไป ในฐานะ ส.ส.และประธานคณะกรรมาธิการการเมือง ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหาคำตอบ หลังจากนี้กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง จะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการและเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดเผยเอกสารตามที่ ป.ป.ช. ได้เรียกจากกรมการปกครองมาแล้ว และจะเชิญอธิบดีกรมกรมการปกครองมาชี้แจงด้วย ซึ่งยังไม่ลดละความพยายาม เพราะสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องและเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
“ฝากไปถึงกรมกรมการปกครองว่า อย่ารอเพียงเอกสารที่จะโต้กลับกรรมาธิการ กรรมาธิการพัฒนการเมืองเปิดพื้นที่ให้กับอธิบดีกรมการปกครอง และตัวแทนจากกรมการปกครองเสมอ อยากให้มาชี้แจงด้วยวาจาอาจจะได้เห็นข้อมูลที่มากขึ้นแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้ท่านปกป้องศักดิ์ศรีของท่านด้วย ถูกกล่าวหาเยอะแยะมากมายทั้งเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นและมาเรื่องอีก เชิญท่านนฤชาอธิบดีกรมการปกครองให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองสักครั้งหนึ่ง” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ต้องการรับทราบรายงานผลสอบของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เกี่ยวกับการสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น แต่เท่าที่รับทราบในตอนนี้ คือเรื่องจบที่อธิบดี 2 คน แต่ต้องถามว่าวันนี้ประชาชนเชื่อแบบนั้นหรือไม่ เพราะคนที่ซื้อขายตำแหน่งไม่สามารถเดินไปซื้อที่ร้านชำ แต่ต้องติดต่อกับนักการเมืองท้องถิ่น และประสานนักการเมืองระดับระดับชาติ



