หน้าแรก การเมือง โรม ผงะยอดโกง...

โรม ผงะยอดโกงสอบท้องถิ่น ทะลุ 5 พัน ชี้ทำเป็นระบบ เหมือนองค์กรอาชญากรรม ข้องใจกุนซือนายกฯเกี่ยวอะไร

3.09.26 | 16:41 น.

“โรม” ผงะตัวเลขรายชื่อทุจริต สถ. เกิน มศว. กว่า 5,000 ราย สงสัย “ที่ปรึกษาอนุทิน” ฉะ “นายกฯ-ป.ป.ช.” ล่าช้า ซัดทำเป็นระบบเหมือนองค์กรอาชญากรรมที่มีคนระดับรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ข้อมูลรายชื่อที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีเกินกว่ารายชื่อที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มี 5,121 คน ซึ่งรายชื่อมากที่สุดอยู่ที่ภาคใต้ โดยขณะนี้กมธ.พุ่งประเด็นไปที่คนที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ หรือส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการสอบ ซึ่งผู้ชี้แจงบางคนฝั่งรัฐยืนยันว่า สถ.ได้มีการประสานงาน นายทองเจือ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้นายทองเจือไปพูดคุยกับ มศว ให้รวมศูนย์ตรวจข้อสอบ แต่ทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่าคุยกับนายทองเจือจริง แต่ไม่ได้คุยกันเรื่องตรวจข้อสอบ


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้จึงได้ข้อเท็จจริงว่า สถ.ไปดึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการสอบเลย และยังไม่มีข้อเท็จจริงว่านายทองเจือถูกมอบหมาย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงเกิดคำถามว่านายทองเจือมายุ่งเกี่ยวอะไรกับการจัดสอบ จนนำไปสู่การทุจริตและการซื้อขายตำแหน่ง เปลี่ยนแปลงผลสอบอย่างมโหฬาร แบบไม่น่าเชื่อมาก่อน

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อีกประเด็นคือก่อนที่นายอนุทินจะมีมติชะลอการเซ็นสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งตามกำหนดเวลาจะต้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ถึง 16 มกราคม 2567 แต่มติของนายอนุทิน ออกมาวันที่ 17 มกราคม ซึ่งเกิดหลังจากช่วงเซ็นสัญญา 1 วัน แต่ไม่มีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้น และมีข้อเท็จจริงเพิ่มว่าวันที่ 5 มกราคม ได้มีการร้องเรียนต่อนายอนุทินในขณะนั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนจากศรีสะเกษ ทำให้วันที่ 17 มกราคมไม่ได้มีการเซ็นสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา จึงต้องตรวจสอบต่อไปว่าใครเป็นคนชักนำ เพราะหลังจากที่มีการชะลอเรื่อง มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่กรรมการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ไม่พบว่ามหาวิทยาลัยบูรพามีการทุจริต และแนะนำว่าการสอบภาค ก. ควรเอาผลจาก กพ. ซึ่งทาง คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เห็นว่าควรจะสอบเอง

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วย่วา จึงมีสมมุติฐานที่ว่า การทุจริตเรื่องการสอบทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้ ได้เริ่มต้นและทำการเป็นระบบ ไม่แตกต่างจากองค์กรอาชญากรรมมาตั้งแต่ท่านอนุทิน เป็นรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ทั้งนี้ทราบจากบันทึกการประชุมว่าผู้ช่วยเลขา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ท่านหนึ่ง ร่วมประชุมในขณะที่นายอนุทินประชุมด้วย

Advertisement

“วันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจากจุดเริ่มต้นที่มีการทุจริตกัน มีความเป็นไปได้ว่าวันที่ 17 มกราคม เป็นจุดเริ่มต้น มีหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่แน่ใจว่าการตรวจการทุจริการสอบท้องถิ่น ตกลงเราจะได้ความจริงเมื่อไหร่ เพราะหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง มีการกระทำอย่างเป็นระบบ จัดวางรับลูกส่งลูก เชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือองค์กรอาชญากรรมที่มีรัฐ มีผู้มีอำนาจระดับรัฐมนตรี มีข้าราชการระดับสูง ภาคธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมถึงมหาวิทยาลัยทั้งหมดนี้ ทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อขายตำแหน่ง เพื่อตัดโอกาสของคนที่อุตส่าไปเรียนหนังสือ เตรียมตัวสอบเป็นอย่างดี และคนเหล่านี้ไม่สามารถสอบได้ สิ่งที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้คือองค์กรอาชญากรรมที่มีคนระดับรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ”นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า คณะทำงานของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการรวบรวมข้อมูล จนถึงวันนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าวจึงไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรี รออะไร ทำไมไม่ส่งตามที่คณะทำงานต้องการจะเช็คบิล ทำไมถึงชะลอเรื่องนี้เอาไว้ ทำไมไม่ส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช.

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบเรื่องกระดาษคำตอบอยู่เลย ซึ่งชี้แจงว่าได้ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผ่านมาแล้วหลายเดือน ป.ป.ช. ทำไมปล่อยให้ล่าช้าขนาดนี้ไม่เอากระดาษคำตอบมาตรวจสอบ

เมื่อถามถึงการศึกษาการจัดตั้งศูนย์สอบแห่งชาติ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาไปถึงขั้นนั้น ขอบเขตการพิจารณาของ กมธ.ฯคือตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ถามจากหัวใจผ่านมาหลายเดือนข้อสอบยังไม่ดู คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเราจนถึงวันนี้ มีแค่อธิบดี สถ.ที่ถูกกล่าวหามากที่สุด ในขณะที่คนอื่นรอด คิดจริงหรือว่าการสอบท้องถิ่นจะทุจริตและเกิดขึ้นปีนี้ แต่ความเป็นจริงดำเนินการกันมาก่อนหน้านี้ บางคนทำหน้าที่เป็นนักร้อง บางคนเป็นหน้าที่บอกว่าป้องกันการทุจริต บอกว่ามหาวิทยาลัยบูรพาไม่ได้มีการนำเสนอวิธีการป้องกันการทุจริต แต่ทีโออาร์รัฐเป็นคนร่าง แล้วไปใส่ร้ายมหาวิทยาลัยบูรพา

“เมื่อมหาวิทยาลัยบูรพาไม่ได้งานก็ทำทีโออาร์ใหม่ มศว. ก็นำเสนอว่าวิธีการป้องกันการทุจริตได้ดีที่สุดต้องทำแบบนี้ คุณไม่เอา เราไปประสานงานกับที่ปรึกษารัฐมนตรีเพื่อให้ไปเคลียร์ เขาไม่ได้ไปเคลียร์ สุดท้ายเขาไปทำอย่างอื่นหรือไม่ก็ต้องตรวจสอบต่อไป ถ้าวันนี้เรายังรู้สึกว่าทุกอย่างแปลก แล้วตัดตอนให้จบ ผมว่าเราไม่ได้เห็นสังคมแบบเดียวกัน สิ่งที่พวกเราทำคือเอาคนชั่วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ แล้วคนชั่ววันนี้ยังมีอำนาจพวกเราทนกันได้จริงหรือ ทนให้คนฟังการเมืองมีอำนาจ และเป็นหัวขบวนขององค์กรอาชญากรรมแบบนี้จะทนกันได้จริงเหรอ ผมทนไม่ได้ แล้วเราจะยอมให้ตัดตอน ข้าราชการรับ หลังจากนี้เค้าก็ไปพัฒนาฝีมือกระบวนการระบบในการที่จะทำให้เกิดการทุจริตเรื่องนี้ต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังขอข้อมูลจาก ป.ป.ช. กรณีที่บริษัทเอกชนมอบข้อมูล IP ให้เพื่อตรวจสอบว่ามี IP ไหน สมัครทีละหลายคน ต้องพิจารณากันต่อไปว่าจะตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงใคร กระทรวงใด