หน้าแรก การเมือง ร่องรอย หวั่น...

ร่องรอย หวั่นไหวคดีฮั้วส.ว.

5.09.26 | 12:25 น.

ร่องรอย หวั่นไหวคดีฮั้วส.ว.


ไม่แปลกเลย ที่ ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลื่อนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ขึ้นมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ในวันส่งท้ายการประชุมประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่า ก่อนหน้านั้น วิปฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล หารือกันแล้ว มีข้อตกลง จัดระเบียบวาระ โดยลำดับแรก ได้แก่การรับทราบรายงาน ผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567 ก่อนก็ตาม

เพราะแม้วิป 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงแล้วก็ตาม

สุดท้าย ย่อมขึ้นอยู่กับ สภาผู้แทนราษฎร ขึ้นอยู่กับเสียงของสมาชิกอยู่ดี

Advertisement

และเรื่องแบบนี้ ใช่ว่า ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่จะมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ เหมาะควรหรือไม่ ในการโหวต ให้นำญัตติด่วนว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปาดหน้า ขึ้นมาพิจารณาก่อน รายงานของ กกต.นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในความเห็นของฝ่ายค้าน ส.ส.พรรคประชาชน และประชาธิปัตย์ มองว่า การที่สภา มีมติ 266:108 เสียง งดออกเสียง 33 และไม่ลงคะแนน 2 เสียงเห็นชอบตามที่ ส.ส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา

แรงจูงใจการโหวต นำญัตติปัญหาชายแดนใต้ ขึ้นมาเสียบแทนรายงานของ กกต.

มาจากรัฐบาล ต้องการปกป้อง กกต. ไม่อยากให้ ส.ส.อภิปรายองค์กรอิสระแห่งนี้ ที่มีนัดหมายตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.วันที่ 14 กันยายน ไม่แต่เท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญยังจะวินิจฉัย เรื่องการติดบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 28 กันยายน

จึงต้องการปิดปากฝ่ายค้าน

ที่เตรียม อภิปรายชำแหละว่าด้วยการฮั้วเลือก ส.ว. และการโกงการเลือกตั้งครั้งมโหฬาร

ไม่แต่เท่านั้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังฉงน สนเท่ห์ เหตุใดญัตติ ที่ได้เสนอเรื่องการแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ถึงไม่ได้รับการบรรจุ (เพิ่งมาชิงโหวตบรรจุพิจารณา)

คณะกรรมการ กกต. นัดหมายประชุม วันจันทร์ 14 กันยายน

วาระสำคัญ คือการวินิจฉัย ตัดสิน คดีฮั้วเลือก ส.ว. ว่า จะส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัคร-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่

แต่กระนั้น รัฐบาล ที่มีสมาชิกระดับรัฐมนตรี ส.ส. แกนนำใน-นอกสภา ถูกกล่าวหา อยู่เบื้องหลัง เป็นองค์กรนำจัดฮั้ว ส.ว.อย่างเป็นระบบ ไม่แสดงท่าทีหวั่นวิตก ทุกข์ร้อนกับการตัดสินที่จะมีขึ้นแม้แต่น้อย

มิหนำซ้ำยังดูเหมือนมั่นใจเป็นพิเศษว่า ไม่ผิด

ความมั่นใจนั้น ไม่ว่าเกิดจาก รู้ตัวดีว่า บริสุทธ์ผุดผ่องหรือเหตุใดก็ตาม

คงมิใช่เรื่องที่ต้องคาดคั้น เค้นถาม ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมีสิทธิที่จะต่อสู้คดี ปกป้องตัวเองอย่างชอบธรรม และเชื่อมั่นว่า ไม่ผิด

เพียงแต่อีกด้าน ของความมั่นใจนั้น กลับปรากฏร่องรอย ของความหวั่นไหวซ่อนอยู่ ผ่านกระบวนการพิจารณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระอย่าง กกต.

ดูเหมือนว่า แม้สามารถ บริหารจัดการ ควบคุมสถานการณ์ได้แทบทั้งหมด กำหนดวาระให้เป็นไปตามความต้องการได้แทบทุกอย่าง

แต่สิ่งอัน บริหารจัดการได้ลำบากยากยิ่งของฝ่ายรัฐบาล คือ การบริหาร จัดการอารมณ์ ความรู้สึกของประชาชน ที่ได้รับรู้ ข้อมูล รอบด้านระดับหนึ่งของการได้มาซึ่ง ส.ว. และเพียงพอต่อการตัดสินแล้ว

จึงไม่ต้องการให้ฝ่ายค้าน ใช้สภา เป็นเวทีอภิปราย โน้มน้าว ปลุกประชาชนเชื่อมั่นในข้อมูลที่ฝั่งตนนำเสนอเท่านั้น

ใครกันจะยอมให้ฝ่ายค้าน ใช้อาวุธทรงพลังที่สุด ฟ้องประชาชน กดดัน กกต.ที่จะตัดสินคดีอันมีส่วนได้เสียในไม่กี่วันข้างหน้า