หน้าแรก การเมือง นายกฯรับฟังข้...

นายกฯรับฟังข้อเสนอวปอ.68 สอดรับแนวทางรบ. ปลุกใจเป็นพวกเดียวกัน ใช้เครือข่ายช่วยสนับสนุนรัฐ

7.09.26 | 10:35 น.

‘นายกฯ’ รับฟังข้อเสนอ วปอ.68 ชู ‘สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน-พร้อมรับโลกเปลี่ยน’ ชี้สอดรับแนวทางรัฐบาล ยก 3 เรื่อง ‘เปลี่ยนเครื่องมือเศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาทุนมนุษย์’ ลั่น วปอ.ไม่ใช่การเมือง ปลุกใจ ‘เป็นพวกเดียวกัน’ แนะใช้เครือข่ายช่วยสนับสนุนรัฐ สื่อสารนโยบายทำความเข้าใจ ปชช.ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ

เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 7 กันยายน ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดีรังสิต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะศิษย์เก่า วปอ.รุ่นที่ 61 เป็นประธานในการจัดกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด Resilient ในการนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 แกนยุทธศาสตร์หลัก แลข้อเสนอ 6 ประเด็น


เมื่อมาถึงนายกฯได้ถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหาร ตัวแทนนักศึกษา วปอ.รุ่น 68 และชมนิทรรศการผลงานวิจัยระดับยอดเยี่ยม ที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยมีผู้แทนเหล่าทัพและนักศึกษาหลักสูตร วปอ.ให้การต้อนรับ

จากนั้น นายกฯกล่าวว่า รู้สึกยินดีและดีใจที่ได้กลับมาที่ วปอ. ที่จริงงานจะจัดวันที่ 9 ก.ย.นี้ แต่ตนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้ปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ในการพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ซึ่งจะมีพระราชพิธีในวันที่ 9 ก.ย.นี้ จึงเปลี่ยนมาจัดงานวันนี้ ซึ่ง วปอ.68 เป็นชุดแรกของตน และให้คนที่ชื่อออกไปแล้วได้กลับเข้ามาใหม่ ไม่ได้มีเรื่องของการเมืองหรืออารมณ์ใดที่ให้เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของ วปอ.ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กองบัญชาการทหารสูงสุด และกระทรวงกลาโหม กลั่นกรองมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้คนนอกไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องและควรให้เกียรติกับผู้ที่ได้รับการกลั่นกรองมาแล้ว

นายกฯกล่าวว่า ในฐานะศิษย์เก่าของ วปอ. สิ่งที่ได้จากการศึกษาที่นี่ไม่ใช่แค่เฉพาะในห้องเรียน แต่ได้เห็นประเทศไทยจากหลายมุมเข้าใจคนจากหลายภาคส่วน และมีเพื่อนอีกมาก ทำให้เกิดความเข้าใจว่าการมีเพื่อนอายุขนาดนี้มีมีความหมาย

Advertisement

นายกฯกล่าวต่อว่า ได้ฟังภาพรวมผลการศึกษาของ วปอ.รุ่นที่ 68 ในฐานะนายกรัฐมนตรีรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับฟัง ซึ่งแนวคิด “Resilient“ ตั้งโจทย์มานั้นตรงกับโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลกำลังตั้งไว้ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่เพียงเพียงแค่อยู่รอด แต่ยังก้าวหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่ง และในสปีชคำดังกล่าวของผู้นำแต่ละประเทศในการประชุมต่างๆ ไม่มีที่ไหนขาดคำนี้ รวมถึงคำว่า Partnership และ Susceptibility เมื่อเราผ่านอุปสรรคแล้วจะมีประสบการณ์ที่แข็งแกร่งและความรอบ ดังนั้น ความหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงแข็งแกร่งด้วยความพร้อมรู้ประสบการณ์และบทเรียน การเดินหน้าต้องมั่นคง รอบคอบ มีความสำเร็จเป็นเป้าหมาย แม้วิธีคิดและการนำเสนอ บางเรื่องอาจไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีคิดเดิมแต่ต้องสร้างระบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เนื่องจากโลกเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องนึง และความมั่นคงของประเทศไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้านหรือภัยที่จะมาคุกคามประเทศเรา แต่ต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก สามารถรับความเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลภายนอกได้ ไม่ใช่แค่ล้มแล้วลุกเลยหรือรอวิกฤตเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ แต่ต้องทำให้ประเทศแข็งแรงที่จะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงและเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ

นายกฯกล่าวอีกว่า ข้อเสนอขอนักศึกษาสอดรับกับที่รัฐบาลดำเนินการ สร้างความแข็งแกร่ง 3 อย่าง คือ 1.เปลี่ยนเครื่องมือเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยรัฐบาลเข้ามาท่ามกลางสภาวะความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้รัฐบาลรับมือได้คือความพร้อมของกองทัพ และขอให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลและกองทัพดำเนินการปกป้องประเทศในช่วง 1 ปีเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นและเหมาะสมต่อสถานการณ์ ตราบใดที่ความสัมพันธ์ทางการทูตยังไม่ได้สถาปนากลับมาและเรามีความพร้อมตรงนี้ ซึ่งภาคเอกชน ราชการ สามารถดำเนินงานได้ต่อไปอย่างอยู่เป็นปกติ เน้นย้ำให้ทุกคนมั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าด้วยพลังแข็งแกร่งและมั่นคง 2.ปฏิรูประบบราชการ ไม่ใช่การลดคน แต่เปลี่ยนวิถีคิด วิธีทำงาน และบทบาท เรื่องใดที่เอกชนและประชาชนทำได้รัฐต้องไม่เข้าไปสร้างขั้นตอนและปัญหา ส่วนเรื่องความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานการดูแลประชาชนในยามวิกฤต รัฐต้องกล้าที่จะทำอย่างรวดเร็ว รัฐต้องไม่เทอะทะ แต่ทำงานได้รวดเร็ว และ 3.พัฒนาทุนมนุษย์ ตรงกับสิ่งที่ วปอ.68 ได้นำเสนอ ซึ่งประเทศที่แข็งแรงไม่ใช่ปิดตัวเองจากโลก แต่ต้องเป็นผู้เปิดประเทศเชื่อมกับโลก ดึงเงินลงทุนเทคโนโลยีความรู้และคนเก่งเข้ามาในประเทศ ยิ่งโลกภายนอกมีความผันผวน ภายในของเราต้องยิ่งแข็งแรงและแข็งแกร่งมากขึ้น

นายอนุทินกล่าวว่า ในฐานหัวหน้ารัฐบาล พร้อมรับข้อเสนอของนักศึกษา วปอ.เพื่อไปศึกษาว่าสิ่งใดทำได้และสิ่งใดต้องมีการปรับเปลี่ยน และอยากขอร้องว่าการปรับเปลี่ยนประเทศไทยเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน หลายเรื่องที่เรากำลังทำเป็นเรื่องใหม่ ความเปลี่ยนแปลงจึงมาพร้อมกับความกังวล ความเข้าใจผิดและการต่อต้าน หน้าที่ของรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ากำลังทำอะไร มีเป้าหมายอย่างไรประเทศได้อะไร มีความเสี่ยงตรงไหนและจะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไร

“อยากจะฝาก วปอ.68 เอาไว้เพราะส่วนใหญ่เป็นคนของรัฐบาล และเป็นข้าราชการที่มีนโยบายของรัฐบาลเป็นศูนย์กลาง ขอให้ช่วยสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ เมื่อเข้าใจจะเกิดความร่วมมือและทำให้ภารกิจของเราบรรลุผลสำเร็จยิ่งขึ้น และขอแรงช่วยสนับสนุนในการสื่อสารให้ทุกคนรับทราบว่าประเทศกำลังจะเดินทางไปที่ไหนและคนไทยจะมีที่ยืนตรงไหนในอนาคต อยากให้เครือข่าย วปอ.เป็นมากกว่าเครือข่ายผู้นำ แต่เป็นเครือข่ายแห่งความเข้าใจและการลงมือทำ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นปลายทางเดียวกันเพื่อไปให้ถึงและนำประชาชนเดินไปด้วยกันด้วยความมั่นมั่นคงและมั่นใจ และขอให้เครือข่าย วปอ.ใช้สายใยตรงนี้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยให้เกิดความเชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศไทยโดยปราศจากแรงกดดันจากภายนอก“ นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯกล่าวให้ข้อคิดกับนักศึกษา วปอ. ประธานรุ่นได้มอบเสื้อแจ็คเก็ต วปอ.รุ่นที่ 61 ให้กับนายกฯเป็นที่ระลึก