‘ณัฐชา’ แฉขุดบ่อน้ำบาดาลประเคนพื้นที่ ‘ภูมิใจไทย’ บอกหากอธิบดีทรัพยากรน้ำไม่ทำตามจะถูกปรับโยกย้าย ‘พูนศักดิ์’ แนะ ‘กระทรวงทรัพย์ฯ’ โยกงบมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อนทุ่มกับโครงการก่อสร้าง
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2 เข้าสู่การพิจารณามาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลของบรายจ่ายปี 70 วงเงิน 1,501 ล้านบาท เพื่อขุดบ่อน้ำบาดาล จำนวน 281 โครงการ เป็นโครงการบ่อบาดาลในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย 141 โครงการ คิดเป็น 57.3% มูลค่า 861 ล้านบาท รองมาเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย 57 โครงการ 270 ล้านบาท พรรคกล้าธรรม 52 โครงการ 198 ล้านบาท พรรคพลังประชารัฐ 8 โครงการ 53ล้านบาท พรรคไทรวมพลัง 9 โครงการ 48 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ 6 โครงการ 21 ล้านบาท ขณะที่พรรคประชาชน 8 โครงการ 47 ล้านบาท

“เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไม่ได้ บรรทัดฐานการใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังคงเท่าเดิมเหมือนตอนใช้งบกลางปี 69 ที่มีการจัดโครงการลงพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย กระทรวงทรัพยากรฯ มีเสียงลือเยอะมากว่ากันว่าหากอธิบดีไม่ทำตามจะถูกปรับเปลี่ยนโยกย้าย มีเสียงหนาหูมาก เป็นเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากล น่าสงสัย ฉะนั้น จึงไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้จริงๆ” นายณัฐชากล่าว
จากนั้นเวลา 18.50 น. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณในหลายหน่วยงานให้น้ำหนักกับการก่อสร้างที่มียอดรวมถึง 1.2 พันล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์ประเทศที่กำลังมีปัญหา แต่กลับไม่มีการจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จึงขอเสนอว่าหากมีงบประมาณอะไรที่สามารถโยกได้ ก็ควรนำมาดำเนินการในการแก้ปัญหาก่อน
นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการตั้งงบค่าที่ปรึกษาการประเมินคาร์บอนฟรุตปรินท์ ไว้ถึง 30 ล้านบาทที่จะพัฒนายกระดับการบริหารจัดการคาร์บอนฟรุตปรินท์ ซึ่งตนเห็นด้วยแก๊สเรือนกระจก แต่เราจะได้อะไรจากโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรน้ำมีภารกิจอยู่แล้วเรื่องการกำจัดน้ำเสีย ตนคิดว่าควรนำงบประมาณมาจัดทืำตามภารกิจหลักที่ได้รับ และอีกประเด็นคืองบประมาณด้านกำจัดน้ำเสียของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการตัดงบประมาณของระบบน้ำเสีย เทศบาลนครสงขลาระยะที่ 3 จำนวน 5.5 ล้านบาท และระบบในการควบคุมประสิทธิภาพของที่เดียวกัน อีก 2 แสนบาท นี่คืองบผูกพัน
“ฉะนั้น จึงอยากสอบถามว่าเพราะเหตุใดจึงตัดงบในส่วนที่มีความสำคัญและเป็นงบผูกพันด้วย หากไม่มีงบประมาณไปดำเนินการต่อจะมีผลอะไรกับโครงการในระยะปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร” นายพูนศักดิ์ กล่าว
///




