หน้าแรก การเมือง ลงทะเบียนต.ค....

ลงทะเบียนต.ค.นี้ โซลาร์เซลล์ภาคปชช. รัฐหนุน 5 หมื่น การันตีใช้ไฟน้อย ขายคืนรัฐได้เดือนละพัน

9.09.26 | 12:30 น.

เตรียมตัวลงทะเบียน ต.ค.นี้! ‘เอกนิติ’ กางแผนโซลาร์เซลล์ภาค ปชช. รัฐหนุน 5 หมื่น พร้อมแบงก์รัฐหนุนเงินกู้ ชูขายไฟคืนสร้างรายได้ ล็อคเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์

เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง โดยรัฐเตรียมสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคประชาชนนั้นว่า โครงการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคประชาชน เป็นโครงการที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนจากวิกฤตราคาพลังงานที่แพงขึ้น และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานเมื่อมีเหตุสงครามความขัดแย้ง อาทิ สงครามตะวันออกกลาง โดยเบื้องต้นรัฐบาลจะสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาบ้านและบนพื้นดิน ตั้งเป้าหมายคลอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน และขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะขยายให้ครอบคลุมถึง 1.5 ล้านครัวเรือน


นายเอกนิติ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท จะเป็นเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังน้อยกว่างบประมาณที่ใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมาที่ใช้ไปถึง 6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การเปลี่ยนประชาชนจาก “ผู้บริโภค” ให้กลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า” และสามารถขายไฟคืนให้รัฐได้ ขณะเดียวกัน ภายในศุกร์นี้กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียดเพื่อขอใช้เงิน ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานมายังกระทรวงการคลัง หรือช้าสุดไม่เกินสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ และตั้งเป้าให้โครงการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570

ประชาชนที่ไม่มีเงินก้อนไม่ต้องกังวล เพราะเราดึงสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งธนาคารออมสิน, ธอส. และ ธ.ก.ส. เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน จากนั้นการไฟฟ้าฯ จะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองเลย” นายเอกนิติ กล่าว

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับผลตอบแทนนั้น ประเมินเบื้องต้นว่าหากติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ และครัวเรือนนั้นมีการใช้ไฟน้อย จะมีรายได้จากการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าฯ ประมาณเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งจะสร้างรายได้ระยะยาวตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ถึง 25-30 ปี หรือหากเป็นบ้านที่ใช้ไฟเยอะ ก็จะช่วยลดรายจ่ายค่าไฟลงได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญของผู้เข้าร่วมโครงการคือ จะต้องเป็น “เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ และรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนก็ต่อเมื่อการไฟฟ้าฯ เข้าไปดำเนินการเชื่อมต่อระบบ แบบจัมป์ไฟเรียบร้อยแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริตหรือการแอบอ้าง นอกจากนี้ การไฟฟ้าฯ ยังเตรียมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) รุ่นใหม่, ทำระบบ Smart Grid, ขยายสายส่ง และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Storage)

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากการสร้างรายได้ให้ประชาชนแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างงานและสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ โดยได้หารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อเตรียมจัดการฝึกอบรม (Training) ให้กับคนไทยในการสร้างอาชีพ ทั้งในด้านการประกอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษา ขณะเดียวกันในด้านอุตสาหกรรมการผลิต ได้มีการประสานกับเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย โดยจะพิจารณาลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าในกลุ่มวัตถุดิบที่ไทยยังผลิตเองไม่ได้ เช่น ตัวเซลล์รับแสง เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในประเทศที่มีกำลังการผลิตอยู่แล้วหันมาขายสินค้าในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างซัพพลายเชน (Supply Chain) ให้แข็งแกร่ง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากประเทศจีนได้อีกด้วย