⦁…การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่จันทร์ที่ 7 ก.ย. “เข้มข้น-ดุเดือด” โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 9 ก.ย. ด้วยการปะทะระหว่าง “รัฐบาล” กับ “ฝ่ายค้าน” เมื่อฝ่ายค้านโวยว่า รัฐบาลเดินเกมยื้อเวลาพิจารณางบ เพื่อไม่ให้ไปถึงเรื่องของ “องค์กรอิสระ” สกัดฝ่ายค้านที่เล็งเป้าถลกงบประมาณของ “กกต.” ที่กำลังเตรียมสรุปความเห็น “คดีฮั้ว ส.ว.” ในวันที่ 14 ก.ย. และเนื้อหาที่ตามมาในการประชุมสภาวันรุ่งขึ้น ก็เป็นไปตาม “การประเมิน” ของรัฐบาล
⦁…การประชุมในวันที่ 10 ก.ย. ซึ่งมาถึงงบประมาณของ “องค์กรอิสระ” เรื่องของ “กกต.” ก็กลายเป็นเนื้อหาสำคัญ ส.ส.จากพรรคประชาชนหลายคน ลุกขึ้นอภิปรายคดีฮั้ว ส.ว.แบบเนื้อๆ โดยเฉพาะการที่ “กกต.” ใช้เวลามากเกินไปไม่เร่งเสนอสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยในคดีฮั้ว ส.ว.ไปให้ “ศาลฎีกา” เป็นผู้วินิจฉัยตัดสิน และวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงการขอ “งบประมาณ” เพื่อดำเนินการในเรื่องต่างๆ ของ กกต. รวมไปถึงการของบอบรมเจ้าหน้าที่ และงบจัดหลักสูตรอบรม สร้าง “คอนเน็กชั่น” ไปจนถึงการของบดูแล “แอพพ์ตาสับปะรด” เปิดมา 8 ปี จากปี 2562 เพื่อเป็นหูตาจับโกงเลือกตั้ง ฯลฯ แน่นอนว่า การอภิปรายของพรรคประชาชน คงไม่กระทบมติใน “วาระที่สาม” ที่ภาครัฐบาลต้องผนึกกำลังให้เสียงโหวตหนักแน่นเป็นเอกภาพ แต่จะมีผลต่อ “องค์กร กกต.” จะบวกหรือลบอย่างไร น่าจะได้เห็นกันในเร็ววัน
⦁…ปัญหาของ “กกต.” โดยเฉพาะในเรี่องการ “เลือก ส.ว.” ว่าไปแล้ว มีเหตุปัจจัยมาจาก “รัฐธรรมนูญ 2560” ที่ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ อดีตอาจารย์รัฐศาสตร์ระดับ “คณบดี” บรรยายที่ วปอ.รุ่น 68 เมื่อ 7 ก.ย. ระบุว่า ความไว้วางใจต่อ กกต. ค่อนข้างต่ำสะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อสถาบันทางการเมืองและองค์กรอิสระในปัจจุบัน และเล่าด้วยว่าประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับ 2560 บอกว่า เสียใจและเห็นว่า ระบบการเลือก ส.ว. คือความผิดพลาดที่สุด
⦁…ต้นแบบของ “องค์กรอิสระ” ที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิดขึ้นใน “รัฐธรรมนูญ 2540” กำหนดผู้สรรหาจาก “ประธานองค์กรต่างๆ” แล้วนำเข้าขอความเห็นชอบจาก “ส.ว.” ที่ออกแบบให้มาจาก “เลือกตั้ง” แต่หลังจาก “รัฐธรรมนูญ 2540” ถูกฉีกโดย “รัฐประหาร 2549” รัฐธรรมนูญหลังจากนั้น ไม่ได้ให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งอีก ทำให้องค์กรอิสระหลังจากปี 2549 มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจ การเปลี่ยนแปลง “องค์กรอิสระ” จึงต้องแก้ในระดับ “รัฐธรรมนูญ” เพื่อให้มีความยึดโยงกับ “ประชาชน” มากขึ้น ทาง “อ.บวรศักดิ์” เอง ที่ขึ้นเวทีเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เสนอเองว่า การให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ ควรแก้ไขให้ผ่าน “รัฐสภา” ไม่ใช่ “ส.ว.” องค์กรเดียว
⦁…จบจากการเห็นชอบ “พ.ร.บ.งบประมาณ 70” มองทะลุไปยังสัปดาห์หน้า การเมืองในสภา จะร้อนฉ่าต่อไป เพราะมีวาระ “รายงานผลการดำเนินงานของ กกต.” รอการพิจารณา คาดว่าฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน คงจะเดินเครื่องลุยกรณีนี้กันต่อไป และสัปดาห์หน้า วันที่ 14 ก.ย. กกต.จะสรุปสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. ว่าจะ “ฟ้อง-ไม่ฟ้อง-ฟ้องบางส่วน” ผู้เกี่ยวข้อง 229 รายในคดีฮั้ว ส.ว.ที่สังคมกำลังจับตาอยู่ ก่อนจะต่อเนื่องไปถึง ฉากสำคัญของการเมือง คือ “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” และก็ต้องจับตา “เกมตอบโต้” ของ “ภูมิใจไทย” ซึ่งก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
⦁…การเมืองไทยจะไปทางไหน ภายใต้กติกาและอำนาจอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน “มุมมอง” ของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า ยังเป็นภาพที่พร่ามัวไม่ชัดเจน แต่ “จะเกิดการสะสมของความคับข้องใจ ความอึดอัด ความอิหลักอิเหลื่อ เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังไม่ได้เช่นปัจจุบัน” และความคาดหวังของคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ก็จะยกระดับขึ้น แต่เป็นการยกระดับที่ไม่มีทิศทางและกระจัดกระจาย จะเป็น “สิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนา” สำหรับการพัฒนาทางการเมืองในอนาคต ถือว่า น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย











