หน้าแรก การเมือง กมธ.ป.ป.ช. ลง...

กมธ.ป.ป.ช. ลงนาม MOA ต้านคอร์รัปชั่น ด้าน โสภณ ประกาศนำร่อง สภาฯ เป็นองค์กรยุติธรรม

11.09.26 | 10:47 น.

กมธ.ป.ป.ช. ลงนาม MOA ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ผลักดันไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 71 ด้าน”โสภณ” ประกาศนำร่อง “สภาฯ” เป็นองค์กรยุติธรรม-มีธรรมาภิบาล หนุนปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ปรับกฎหมายให้มีธรรมาภิบาล นานาประเทศยอมรับ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสัมมนา เรื่อง “การยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศไทยตามมาตรฐาน OECD” โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงาน ว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่ได้ประกาศการต่อต้านการทุจริตเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD เร็ว ๆ นี้ ด้วยนโยบายของประเทศไทยที่จะมีการเพิ่มมาตรการในการที่จะป้องกัน และแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเรามีกมธ.ฯ ที่มีความตั้งใจในการทำเรื่องนี้


นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะประธานสภาฯ มีนโยบายว่าเราต้องทำบ้านเมืองของเราให้เป็นตัวอย่าง จึงประกาศว่าเราจะนำร่องในเรื่องนี้ ซึ่งเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีข้าราชการกว่า 3,000 คน และสภาแห่งนี้ ก็เป็นหลักในการบัญญัติบทกฎหมายเพื่อการป้องกันเพื่อการแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นของภาคส่วนที่ได้นำเงินของประชาชนมาบริหาร ฉะนั้นในฐานะที่เป็นองค์กรเล็กแต่อำนาจใหญ่ แต่เราจะใช้อำนาจของเราอย่างไร เพื่อให้ได้รับความร่วมมือก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา ฉะนั้นถ้าแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่ากระทรวง ทบวง กรม ได้เริ่มการป้องกันการคอร์รัปชั่นก็ต้องเริ่มจากหน่วยงานเล็ก ๆ ไปจนถึงหน่วยงานใหญ่ หน่วยงานไหนทำได้ต้องทำก่อน ขณะที่ธรรมาภิบาลต้องยึด 2 หลักคือธรรมาภิบาลกับคน ระเบียบกฎหมายจะดีอย่างไรถ้าคนไม่ได้รับการพัฒนาถ้าไม่ได้ปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ก็ทำผิดกฎหมายในทางกลับกันคนดีอย่างไรถ้ากฎหมายไม่ได้รับการปรับปรุงระเบียบนั้นก็ไม่สมบูรณ์ฉะนั้น

“สองสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของนิติบัญญัติ ที่จะต้องปรับระเบียบกฎหมายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าสู่สากลในนานาประเทศที่เขายอมรับได้ โลกที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงนี้เราต้องมีธรรมาภิบาล เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศให้เป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ใช้ทรัพยากรของประเทศของโลก ให้เป็นประโยชน์กับพลเมืองของโลก ไม่ใช่ทรัพยากรนั้นไปใช้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะทรัพยากรของโลกก็เป็นทรัพยากรของคนทั้งโลกที่จะใช้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน” นายโสภณ กล่าว

Advertisement

ขณะที่นายอาสพล สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีความมุ่งมั่นมีความตั้งใจ และเรามีเป้าหมายที่จะร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยไปเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และเพื่อประกาศให้กับทุกคนได้ทราบว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และกมธ.ฯ เราพร้อมให้การสนับสนุนภาคประชาชนและภาคประชาสังคมในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ขอให้คำมั่นว่าจะทำงานด้านการปราบปรามการทุจริต กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

จากนั้นเป็นพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดย นายวิเชียร พงศธร รองประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือดังกล่าวว่า กรณีที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มีความสำคัญต่อประเทศไทย เพราะสมาชิกสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม ซึ่งสร้างความไว้วางใจและศรัทธาจากนานาประเทศ ที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทย ที่มีระบบมาตรฐานธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม มีผลต่อความเป็นอยู่ของคนไทย ทั้งนี้องค์กรต่อต้านคอร์ัปเชื่อมโยงกับเอกชนสนับสนุนกกระบวนการให้เกิดความสำเร็จ

“การรร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กมธ.ฯและ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เป็นจุดเชื่อมสำคัญกับประชาชนและเอกชน แก้ปัญหาการทุจริตของประเทศไทย เป็นความพยายามที่มีเจตจำนงเข้มแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแสดงเจตจำนง จากนั้นคือความพยายามสร้างงผลงงานแก้ปัญหาทุจริต สร้างระบบธรรมาภิบาลโดยรวม” นายวิเชียร กล่าว