หน้าแรก การเมือง พลพีร์ รุดเอง...

พลพีร์ รุดเอง ตรวจสุสานยิว แปดริ้ว จี้เช็ก 4 ศพใช่ชาวอิสราเอลหรือไม่ สั่งสแกนสุสานทั่วปท.

11.09.26 | 13:34 น.

มท.2 ลุยตรวจสุสานยิวฉะเชิงเทรา พบ 4 ศพไม่มีรายละเอียดแจ้งตาย ฟากบริษัทแจ้งจะย้ายออกพรุ่งนี้ ชี้ชัดไร้ใบอนุญาต สั่ง DSI-ปปง.ขยายผลสอบนอมินีฟอกเงิน ด้านชาวเสม็ดใต้ชูป้าย ‘ไม่เอาผี Get Out ออกไป’

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี สุสานชาวยิว JEWISH CEMETERY THAILAND ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ทันทีที่ถึงนายพลพีร์มาถึง นายอำเภอบางคล้า และผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รายงานสถานการณ์ โดยนายพลพีร์ได้สอบถามนายอำเภอถึงการอนุญาตสุสานยิว โดยนายอำเภอได้อธิบายว่าโดยระยะห่างของถนนทางหลวงและแหล่งตามหลักเกณฑ์ยังถือว่าได้อยู่ ก่อนที่นายพลพีร์จะบอกว่า “ท่านดูดีๆ นะระวังจะสาวมาถึงท่าน”


จากนั้นนายพลพีร์ได้เดินไปทักทายคณะชาวเสม็ดใต้ที่ได้มาถือป้าย ขอบคุณ มท.2 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและบุคลากรทุกหน่วยงาน ที่ไม่ทิ้ง มาช่วยไล่ผีจากบ้านเรา “ผียิว ออกไป ชาวเสม็ดใต้ไม่เอาผี Get Out ออกไป” โดย นายสันต์ ศรีเจริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลเสม็ดใต้ ได้กล่าวกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าพื้นที่นี้บริษัทมาได้อย่างไร หรือขอสัญชาติไทยได้อย่างไร ทั้งที่เป็นคนต่างชาติ รวมถึงผู้ว่าราชการฯคนเก่า ที่ได้เซ็นอนุมัติไว้ ไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์อะไรเลย ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ฝากให้รัฐมนตรีดำเนินการด้วย ซึ่งนายพลพีร์รับปาก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ อบต.ไขกุญแจเปิดประตูให้นายพลพีร์ ได้เข้าไปดูภายในสุสาน ขณะที่บริเวณด้านหน้าได้มีการติดป้ายห้ามใช้อาคาร ซึ่งเป็นคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ ที่ประกาศไว้ ณ วันที่ 7 ก.ย.หากมีการฝ่าฝืนคำสั่งจะมีโทษทั้งทางอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

Advertisement

นายพลพีร์ให้สัมภาษณ์หลังตรวจพื้นที่ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีใบอนุญาตในการประกอบเป็นสุสาน หรือพิธีทางศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น และยังเจอศพอยู่ข้างในจริง 4 ศพ โดยมี 3 หลุมโบกปูนแล้ว และได้พิสูจน์ว่าเสียชีวิตปี 2566 2568 และ 2569 ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามาในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนอีก 1 ร่างที่ยังอยู่ในเต็นท์ ยังไม่ได้โบกปูน เชื่อว่าน่าจะมาในปีนี้ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอได้คุยกับบริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่แล้ว ได้รับแจ้งว่าจะมาย้ายศพวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่ประเด็นการย้ายไม่ใช่สาระสำคัญสำหรับตน แต่สิ่งสำคัญคือ ทั้ง 4 ร่างเป็นคนต่างชาติจริงหรือไม่ ชื่อที่โบกปูนและสลักหินอ่อนไว้ ใช่บุคคลที่อยู่ข้างล่างจริงหรือไม่ เพราะโดยข้อมูลของท้องที่และท้องถิ่นเราไม่ทราบเลยว่าคนที่เสียชีวิตเสียอย่างไร และเป็นต่างชาติจริงหรือไม่ ตนจึงให้อธิบดีกรมการปกครอง และสาธารณสุขตรวจสอบข้อมูล สาเหตุการเสียชีวิต เพราะวันนี้เราไม่รู้เลยว่าเสียชีวิต โดยปกติหรือไม่ หรือเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาแล้วเสียชีวิต แต่ไม่มีการแจ้งหน่วยงานรัฐบาลเลย อยู่ดีๆ ก็เอาร่างมามันถูกต้องตามกระบวนการตามกฎหมายไทยหรือไม่ และหากข้างล่างไม่ใช่ร่างของชาวต่างชาติ แต่กลายเป็นคนไทย แล้วจะยังไงต่อ จึงอยากให้ทางบริษัทที่นำร่างมา ได้ส่งเอกสารต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนย้าย

นายพลพีร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าอยากจะย้าย 3 ร่างไปสุสานย่านเจริญกรุง ซึ่งขณะนี้มีร่างของชาวอิสราเอลอยู่ประมาณ 49 ราย ไม่แน่ใจว่ามีที่เพียงพอหรือไม่ แต่ก่อนย้ายต้องขอเอกสารยืนยัน เพราะไม่อยากให้มีการอำพรางร่างผู้เสียชีวิตในประเทศไทย ทั้งนี้ ยอมรับว่าสงสัยว่าได้รับใบอนุญาตครั้งแรกมาได้อย่างไรตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งขอในปีนั้นและได้รับในปีนั้นเลย แต่ในปี 2566 ไม่ได้รับการต่ออายุ ซึ่งนายอำเภอได้รายงานว่าถนนบางเส้นในตอนนั้น อาจจะยังไม่ได้ยกสถานะเป็นถนนทางหลวง หรือถนนทางหลวงชนบท หรือถนน อบต.แต่ทั้งหมด ณ นาทีนี้ถือว่าผิดอยู่แล้ว จะให้ทางจังหวัดทำเอกสารถึงศาลปกครอง เพราะไม่ทราบว่าตอนที่เขาไปร้องศาลปกครอง พยานหลักฐานเป็นอะไร และวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลใจ รวมตัวกันถือป้าย จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำเอกสารเหน็บเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา

เมื่อถามว่าจากข้อมูลข้างต้นสถานที่นี้ซื้อขายหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ชื่อบริษัท กาน ชาบาด จำกัด มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวอิสราเอลที่ได้สัญชาติไทย 3 คน เมื่อได้สัญชาติไทยแล้วก็สามารถซื้อที่ได้ ที่ดินบริเวณนี้ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท และยังพบว่าผู้ถือหุ้นนี้ เป็นผู้ถือหุ้นที่ชาบัดที่ป่าตอง จ.ภูเก็ตด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง DSI และ ปปง.กำลังขยายเครือข่ายนี้อยู่ถึงแหล่งที่มาของเงินที่มาดูแลรักษาหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกับบริษัทที่ชลบุรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปค้น ซึ่งถ้าเชื่อมโยงกันจริง ก็ต้องตรวจสอบเข้มข้นกว่านี้ เป้าหมายของตนถ้าหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง มีการฟอกเงิน ธุรกิจสีเทาหรือสิ่งที่ผิดกฎหมายจริง เราสามารถถอนสัญชาติ และเชิญออกนอกประเทศได้ การที่เขามีสัญชาติไทยไม่ได้แปลว่าจะได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างอื่นนอกจากการซื้อที่ดิน กฎหมายไทยก็สามารถอายัดทรัพย์สินได้

เมื่อถามว่าเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการฟอกเงินหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า สุสานนี้ยังไม่เจอ แต่เครือข่ายที่ชลบุรีอาจมีความสัมพันธ์กับหลายบริษัทที่มีชื่อเป็นกรรมการบริหาร เราพบแล้วว่าเป็นนอมินีแน่ๆ ในการถือครองที่ดินโรงแรม อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่นๆ ตอนนี้กำลังจะขยายเครือข่ายที่เราทำอยู่แล้วประมาณเดือนกว่า และในวันที่ 15 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตน DSI ปปง. ปปท. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย จะประชุมสรุปร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการ ว่าเครือข่ายเขาเป็นอย่างไรและจะมีการนำเสนอนายกรัฐมนตรี

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า วันนี้เขาให้เราเข้าไป โดยทิ้งกุญแจเอาไว้แต่ตัวแทนบริษัทไม่มา การนำร่างเข้าท้องที่ต้องรู้ก่อนว่าบุคคลนั้นคือใคร สาเหตุการเสียชีวิตคืออะไร ในเมื่อไม่มีการแจ้ง 3 ศพจาก 4 ศพถือว่ามีความผิดปกติอยู่แล้ว และการที่เขามีความกล้าในการนำมาฝังทั้งๆ ที่รู้ว่าใบอนุญาตหมดอายุอันนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ซึ่งตนได้บอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองอธิบดีกรมการปกครองที่มาในวันนี้ ว่าวันนี้ต้องรู้แล้วว่าหากจะร้องทุกข์ร้องโทษข้อหาที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง เพราะ พ.ร.บ.สุสาน พ.ศ.2528 อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะโทษอยู่ที่ 2,000 บาท แต่วันนี้ผ่านมา 40 ปี 2,000 บาทมันน้อยนิด ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายของเราเลย มีความกล้าเอาศพมาก็เอามา จะเอาศพออกก็เอาออก อย่างนี้มันไม่ได้ ตายก็ไม่แจ้ง คนตายมีชื่อรูปพรรณสัณฐานหรือเป็นคนจริงๆ เราก็ไม่รู้

ด้าน นายสันต์ ศรีเจริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลเสม็ดใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สบายใจ กังวลใจ เพราะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ขอให้ตรวจสอบว่าได้สัญชาติไทยได้อย่างไร ย้ำว่า ชาวบ้านไม่ยอมให้มีการสร้างสุสานยิวแน่นอน

ขณะที่ นางนวลพันธ์ ชาวบ้านยอมรับว่า ได้รับทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสุสานตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว ซึ่งชาวบ้านเคยคัดค้านมาแล้ว มีการยื่นหนังสือไปที่ อบต. แต่ได้รับคำตอบว่ามีการขออนุญาตสร้างรั้ว จากนั้นไม่นานมีศพมาฝัง ซึ่งการรื้อเต็นท์ออกไป ศพมีกลิ่นคลุ้ง มีน้ำเหลือง ทำให้ชาวบ้านกังวล เพราะเป็นช่วงหน้าฝน อาจมีน้ำไหลออกไปในพื้นที่เกษตร ที่อาจจะมีสารปนเปื้อน สารพิษหรือสารเคมี ที่ทำให้ได้รับกระทบได้ โดยก่อนหน้านี้เคยพบกับชาวต่างชาติที่เข้าไปฝังศพแล้ว 1 ครั้ง สามารถเปิดรั้วเข้าไปได้ จึงได้สอบถามไปว่าทำไมถึงมาที่นี่ ซึ่งเขาบอกเป็นพื้นที่ของเขา ตนได้แจ้งไปแล้วว่าชาวชุมชนไม่ต้อนรับ เพราะเป็นพื้นที่การเกษตร จึงได้มีการยื่นเรื่องไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และศูนย์ดำรงธรรม แต่มีศูนย์ดำรงธรรมเพียงที่เดียวที่ตอบกลับมา