หน้าแรก การเมือง นายกฯ นำทีมแถ...

นายกฯ นำทีมแถลง โกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์ 320 ล้าน เตรียมขยายผลต่อ

11.09.26 | 15:20 น.

อนุทิน นำทีมแถลงความคืบหน้าโกงสอบท้องถิ่น ยัน คดียังไม่จบเตรียมขยายผล เผยอายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท ขอประชาชนอย่ากังวล ย้ำไม่มีอิทธิพลใดช่วยผู้กระทำผิด ลั่นรัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามให้สิ้นซาก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) , พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก) ร่วมด้วย


โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนและผู้ที่เกี่ยวข้องจากปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และตำรวจ มาแถลงความคืบหน้าคดีสำคัญของประเทศ เกี่ยวกับการสอบบรรจุการราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง ต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการไทย ที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดว่าคดีนี้จบแล้ว แต่จริงๆยังไม่จบ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลทุกรูปแบบ ที่ผ่านมาแล้วคือส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่เพิกถอนผู้ที่มีการทุจริตออกจากตำแหน่งเท่านั้น และได้มีการแจ้งชื่อทั้งหมดไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินการเลิกจ้างผู้ที่มีส่วนในการทุจริตสอบราชการท้องถิ่นประมาณ 5,000 กว่าราย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีนี้เริ่มขึ้นจากเอ็มโอยู 7 หน่วยงานตามที่ตนได้สั่งการตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้การดำเนินการในคดีนี้มาจากผลบูรณาการความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ภายใต้กรอบกฏหมาย และพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ทำให้ยึดอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดได้แล้วคิดเป็นมูลค่า 320.86 ล้านบาท ขณะนี้สำนักงานปปง. อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงิน และทรัพย์สิน รวมถึงประสานข้อมูลพยานหลักฐานการกระทำผิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจึงถือโอกาสนี้ยืนยันต่องั้นภาครัฐ และประชาชนว่ารัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรืออยู่ในตำแหน่งใดโดยยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม หากปรากฏว่าพยานหลักฐานหรือเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโปร่งใสเป็นธรรมตรวจสอบได้ และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ คืนความยุติธรรม และคืนสิทธิ์ให้ผู้เข้าสอบด้วยความรู้ความสามารถของเขาเองโดยสุจริต

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และด้วยความถูกต้อง การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะการปราบปรามผู้กระทำผิด แต่เป็นการปกป้องระบบคุณธรรมของระบบราชการไทย ซึ่งการดำเนินแต่ละช่วงเวลาจะมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้าไปมาก เบื้องต้นจับผู้ต้องหาได้หลายราย และยังมีการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ขยายผลไปอย่างต่อเนื่อง

“เบื้องต้นสามารถยึดอายัดทรัพย์สินรวมแล้วมูลค่ากว่า 320.86 ล้านบาท เรื่องของคดีขอให้ประชาชนอย่ากังวลว่าจะมีอิทธิพลใดๆ มาทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไปในทางเอื้อหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดได้ เราทำร่วมกันตามเอ็มโอยู และหน้าที่เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการแปลงคดีหรือทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริง หน่วยงานป.ป.ช.ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตามที่เราร้องขอ ขณะที่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงทุกหน่วยงานในกำกับของรัฐบาล” นายกรัฐมนตรี กล่าว