หน้าแรก การเมือง รมช.เกษตร หัว...

รมช.เกษตร หัวโต๊ะถกเคาะใช้งบกลาง 350 ล้าน ลุย 7 มาตรการเดิม เร่งแก้หมอคางดำ หลังลามกาฬสินธุ์

16.09.26 | 14:02 น.

‘วัชระพล’ นั่งประธานถก 29 หน่วยงานเคาะใช้งบกลาง 350 ล้านบาท ลุย 7 มาตรการเดิม เร่งตัดวงจรปลาหมอคางดำ หลังลามหนักเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ สั่ง ฝ่ายกฎหมาย ‘กรมประมง’ เร่งหาผู้ทำผิด เชื่อ มีคนพาไป ไม่ได้ว่ายไปเอง วางกรอบชัด 30 วันต้องเห็นผล ไม่สน ครม.เงา จี้เปลี่ยนตัว รมต.

เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 16 กันยายน ที่รัฐสภา นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 29 หน่วยงานเข้าร่วม


โดยนายวัชระพล กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า สถานการณ์ของปัญหาปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ โดยในปี 2567 สมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐนตรี ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณไว้ที่ 450 ล้านบาท เพื่อจัดการปลาหมอคางดำ ซึ่งผ่านมา 2 ปี ในปี 2569 สถานการณ์ถือว่าคลี่คลายไปบ้าง แต่ไม่ได้ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อเราทราบสถานการณ์หลายอย่าง ว่าปัญหาลุกลามไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการและคณะกรรมการศูนย์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ปลาหมอคางดำ วันนี้จึงมาประชุมเพื่อระดมความคิดและสรรพกำลังความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะบริหารจัดการเรื่องนี้

จากนั้นนายวัชระพล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การประชุมนัดแรกเป็นการรายงานสถานการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ว่ามีอะไรบ้าง และที่ผ่านมากรมประมงรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำอะไรไปบ้าง ประเด็นสำคัญที่สุดในวันนี้ คือปัจจุบันและอนาคตเราจะทำอะไรบ้าง โดยสิ่งแรกที่เราจะทำได้เลยคือ 7 มาตรการ ที่กรมประมงเคยวางกรอบไว้ในอดีต แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่องและไม่ทราบว่ากรมประมงบริหารจัดการอย่างไร แต่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาที่ตนเข้ามาบริหารงานได้เร่งผลักดันมาตรการต่างๆ

Advertisement

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า 7 มาตรการดังกล่าวที่ประชุมให้ความเห็นว่ายังเป็นมาตรการที่ดีอยู่ สามารถทำต่อเนื่องและต้องจริงจัง โดยกรมประมงได้เตรียมงบประมาณของตัวเองภายใต้ข้อจำกัดที่มี วงเงิน 15 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยแบ่งเป็นหลายมาตรการภายใต้วงเงินนี้

นายวัชระพล กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้ง 29 หน่วยงานใช้งบกลางไม่ว่าจะวงเงินเหลือเท่าไหร่ จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าเหลือประมาณ 350 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยอนุมัติไว้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ใช้งบประมาณก้อนนี้

“ผมเองเข้ามาทำงาน ผมต้องการอย่างเดียวทำให้จบ ทำให้เร็ว ทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้เราจะไม่เลี้ยงไข้อีกต่อไป ยังไงก็ต้องจบ เช่น คำสั่งศาลเองที่มี 180 วัน ภายใต้นโยบายของนายสุริยะ ท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องรอ ลุยเลย เราไม่ได้บอกว่าคำสั่งศาลจะมีผลกับเราอย่างไร แต่ต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วน” นายวัชระพล กล่าว

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หลายด้านและเป็นห่วงสถานการณ์นี้ โดยมีอธิบดีกรมทรัพยากรทะเลชายฝั่ง จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความเห็นว่าสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะหากปลาหมอคางดำอยู่ในพื้นที่น้ำกร่อย หรือชายฝั่งทะเล อาจจะขยายพันธุ์ได้ไม่ดีเท่ากับน้ำจืดที่จะขยายพันธุ์ได้เร็ว ดังนั้น ตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประมงจะลงพื้นที่ด้วยตนเอง โดยกำลังวางแผนว่าจะลงพื้นที่ในจุดใด วันใด ภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

เมื่อถามถึง การแบ่งงานกับ 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวัชระพล กล่าวว่า สำหรับภายในกระทรวงเกษตรได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวง ประสานความร่วมมือทุกกรม เช่น กรมชลประทาน ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำมีเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือในการตัดตอนวงจรที่จะระบาดไปที่อื่นเพราะเขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนใหญ่ กินพื้นที่หลายจังหวัด ลำน้ำจากจังหวัดกาฬสินธุ์เชื่อมไปจังหวัดอุดรธานี อาจจะต้องกั้นฝายหรือทำเครื่องมือเพื่อตัดตอนวงจร โดยมอบหมายให้ไปศึกษารายละเอียด

นายวัชระพล กล่าวอีกว่า ส่วนกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ ก็มีบุคลากรกำลังคนที่จะให้ความร่วมมือในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์ ส่วนกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าร่วมการประชุม ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มอบหมายบุคคลสำคัญเข้ามาประชุมในทุกหน่วยงานเพราะกระทรวงมหาดไทยมีกลไกในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ เครือข่ายท้องถิ่น ที่จะเข้ามาเสริมงานกรมประมงได้

เมื่อถามว่า งบประมาณ 350 ล้านบาท มีแผนว่าจะนำไปดำเนินการแก้ไขในส่วนใดบ้าง นายวัชระพล กล่าวว่า มีเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นหนึ่งในวาระการประชุมซึ่งจะแยกตาม 7 มาตรการ โดยอาจจะยังต้องมีการปรับรายละเอียดว่าใช้ไปกับอะไรบ้างให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

เมื่อถามถึง กรณีที่ผู้ได้รับผลกระทบสะท้อนมาว่า 7 มาตรการที่แก้ไขอาจจะยังไม่เพียงพอ นายวัชระพล กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมได้พูดคุยในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราต้องทำเร่งด่วนที่สุด คือการลงไปดูพี่น้องประชาชน พร้อมกับปรับงบประมาณที่จะได้รับให้สอดคล้องกับ 7 มาตรการ และมุ่งตรงไปพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องลงไปดูในรายละเอียดว่าควรจะดูแลเยียวยาอย่างไรด้วย

เมื่อถามว่า จะสื่อสารกับประชาชนได้อย่างไรนั้น นายวัชระพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะในอดีตกรมประมงและคนที่ดูแลเรื่องดังกล่าวขาดการประชาสัมพันธ์ ฉะนั้น เราต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอย่างน้อยที่สุดทุกสัปดาห์หรือทุกเดือนจะต้องมีการอัปเดตว่า 21 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำระบาดนั้น สถานการณ์ลดระดับลงหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ตนจึงได้ขอความร่วมมือไปยังกรมประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ

เมื่อถามว่า ที่ประชุม ครม.เงา บอกว่าถ้าภายใน 3 เดือนไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงให้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองอย่างไร นายวัชระพล กล่าวว่า ตนคงไม่มีความเห็น เพราะเรื่องการปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตามที่นายสุริยะได้มอบหมายมา แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย เพราะถ้าการขอใช้งบกลางไม่สำเร็จหรือยังไม่ได้รับงบประมาณมา เราก็ต้องทำภายใต้ข้อจำกัดที่มี

“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของกรมประมงอย่างเดียวหรือผมคนเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกหน่วยงาน หากได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้ง 29 หน่วยงานที่ร่วมประชุมในวันนี้ เชื่อว่าประสิทธิภาพเต็มแน่นอนและเร็วที่สุด” นายวัชระพล กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่ได้มีการรวมกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดสมุทรสงคราเพื่อฟ้องศาล แต่ศาลไม่ได้มีคำสั่งลงโทษอะไร จะมีมาตรการอย่างไรในการเอาผิดผู้กระทำผิด นายวัชระพล กล่าวว่า ตอนนี้กรมประมงได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายไปสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ว่าสถานการณ์เกิดจากอะไร พร้อมดูรายละเอียดคำสั่งของศาล รวมถึงการรวมกลุ่มของประชาชนในการฟ้องศาล คาดว่าจะเป็นช่วงบ่ายวันนี้ ฉะนั้น หากมีข้อสรุปจะแจ้งให้ทราบ แต่ยืนยันว่าจะไม่ก้าวล่วงอำนาจของศาล และดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้น 30 วัน ต้องเห็นผล 60 วัน ก็ต้องเห็นผล และ 180 วัน ก็ต้องเห็นผลให้ชัด

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า สำหรับการหาผู้กระทำความผิด กรมประมงได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้แล้ว ขอยืนยันว่าในอดีตเราไม่ทราบ แต่สถานการณ์ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ปลาหมอคางดำไม่สามารถว่ายจากทะเลชายฝั่งข้ามไปยังเขื่อนได้อย่างแน่นอน จึงต้องมีการพาไปหรืออะไรที่นำพาไป