สุรเชษฐ์ ห่วง ครม.ตัดงบ สร้างตึกคมนาคม 4 พันล้าน แค่ยัดไส้ เปลี่ยนไปเช่าหน่วยงานในกำกับแทน
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตึกใหม่คมนาคมเกือบ 4 พันล้านบาท เหมือนจะจบสวย แต่ไม่ใช่! เพราะมีการแอบ ‘ยัดไส้’ ในมติ ครม.
วันนี้คณะรัฐมนตรีมีมติขอยกเลิกตึกใหม่ของกระทรวงคมนาคม ได้แก่ รายการค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ 3,621.1 ล้านบาท (ผูกพันงบประมาณปี 2569–2571) และรายการค่าควบคุมงานก่อสร้าง 108.7 ล้านบาท (ผูกพันงบประมาณปี 2569–2571) รวมวงเงินทั้งสิ้น 3,729.8 ล้านบาท
หากดูเผินๆ เหมือนจะจบสวย เพราะเรื่องนี้ ผมและพรรคประชาชนคัดค้านมาตลอดว่าตึกราชการแห่งใหม่ตามที่ออกแบบไว้นี้ แพงไปและโอ่อ่าเกินไปมาก ห้องประชุมใหญ่กว่า iMax ICON Siam น่าเกลียดกว่าตึก สตง. ที่ถล่มไปเสียอีก เพราะงบต่อหัวสูงกว่า 3 เท่า! ควรตั้งงบมาแบบ “เห็นหัวประชาชน” บ้าง ย้อนชมคลิปการอภิปรายเรื่องนี้ได้จาก [1]
ดังนั้น การตัดงบก้อนนี้ออกไป ก็ดูเหมือนดี น่าจะจบสวยแล้ว แต่เมื่อตามมาดูไส้ใน ตามมติ ครม. ในวันนี้แล้ว มีความน่าเป็นห่วงอยู่มาก เพราะระบุไว้ในข้อ 2.3 ว่า”ส่วนในระยะยาว คค. จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการก่อสร้างโครงการฯ ที่ได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วเป็นรูปแบบการเช่าแทนโดยให้หน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง”
กล่าวคือข่าวลือที่ผมได้ยินมาและพยายามซักถามในชั้น กมธ. เป็นความจริง!
ปัญหาคือตึกโอ่อ่าและแพงเกินไปมาก แต่กระทรวงคมนาคมเล่นแง่ คือพอไม่ให้งบประมาณก็จะไปสั่งให้ SRT-Asset ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงคมนาคมไปสร้างแทน แล้วสำนักปลัดกระทรวงคมนาคมก็จะไปเช่าอยู่ ทยอยจ่ายโดยใช้เงินภาษีจากประชาชนไปจ่ายแพงอยู่ดี ซึ่งเป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงเคยประกาศไว้ว่า “กลับไปที่เดิม ตามเจตนาเดิม” ย้อนชมคลิปการถามตอบในชั้น กมธ. ได้จาก [2]
ข้าราชการและรัฐมนตรีก็จะได้ไปอยู่ในตึกโอ่อ่าราคาแพง ตั้งอยู่กลางใจเมืองติดสถานีกลางบางซื่อ เหมือนเดิม ตามแบบเดิม ที่โดนตัดงบไป
จึงขอฝากนักข่าวไปถามท่านรัฐมนตรีชัดๆ ว่า ตัดงบตึกนี้ไปแล้ว แต่ในอนาคต ตึกนี้ก็จะถูกสร้างอยู่ดี ในที่เดิม ตามแบบเดิมซึ่งโอ่อ่ามาก ใช่หรือไม่?
- หากท่านรัฐมนตรี “ไม่ทราบ” ข้อ 2.3 ล่วงหน้า แปลว่าถูกยัดไส้โดยข้าราชการ
- หาก “ทราบ” ล่วงหน้า แปลว่าพูดอย่างทำอย่าง (พูดว่าตัดงบ แต่จริงๆ คือแอบไปทำสิ่งเดิม โดยใช้เงินจากกระเป๋าอื่น แต่ประชาชนต้องตามไปจ่ายคืนอยู่ดี)




