ลิซ่า ซัด กกต.ปมคดีฮั้วเลือก ส.ว. ชี้มีทางเลือกส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด แต่กลับเลือกส่งเพียง 77 ราย พร้อมเตือนการปฏิบัติหน้าที่อาจนำไปสู่ความรับผิดตามมาตรา 157
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ รับทราบรายงานผลปฏิบัติการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
จากนั้นเวลา 14.50 น. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนอยากรู้ความรู้สึกของเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ขณะนี้ว่ามีความรู้สึกกันอย่างไรบ้าง เมื่อคืนนอนหลับกันหรือไม่ ตนเชื่อว่าอย่างน้อยในวันนี้ท่านก็ต้องเตรียมใจมาแล้วบ้างว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แม้คนที่นั่งอยู่ในวันนี้จะไม่ใช่คนที่ลงดาบโดยตรงในการตัดสินใจไม่ฟ้องผู้ที่มีพฤติกรรม พฤติการณ์ที่น่าสงสัยที่อาจเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการโกงส.ว. ทั้ง 229 คน ตามการพิจารณาของอนุชุดที่ 26 แต่ท่านหนีไม่พ้นเพราะเป็นองค์กรของท่าน และทุกความคิดเห็นที่ตนได้วิพากษ์วิจารณ์ในวันนี้หารเท่าทุกคน สำหรับรายงานการปฏิบัติงานกกต. ที่ได้รับมาในปี 2567 และปี 2568 รวมกัน 2 เล่มหนาพอใช้ได้ แต่ตนคิดว่าบาง บางกว่าผิวหนังของพวกท่านเยอะ
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ผลงานปี 2567 ที่โดดเด่น ประชาชนรับทราบอย่างเป็นประจักษ์ คือการเลือกสว. ในปี 2567 และเมื่อวันที่ 15 กันยายน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับหลักฐานในอนุชุดที่ 26 ก็ออกมาชูคอ บอกว่าตัวเองไม่เกี่ยว แถมยังบอกว่าไม่ได้ฉลาดพอที่จะคิดระบบนั้น ซึ่งตนคิดว่าหลังๆ มานี้พวกท่านเล่นหลายบท รับหลายหน้าไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือไม่จริง และอยู่ดีๆก็แกล้งโง่เสียอย่างนั้น
“ดิฉันเชื่อว่าท่านรู้ดีว่าประชาชนเขาไม่ได้ชมว่าท่านฉลาด แต่กลายเป็นอย่างอื่นที่คิดกระบวนการเหล่านี้ขึ้น และจากมติของกกต. คำถามของดิฉันคือกกต. มีอำนาจและมีทางเลือกที่จะส่งสำนวน ทั้งหมดให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด แต่ทำไมเลือกที่จะส่งแค่ 77 ราย“ น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า เราทราบกันว่า บทบาทของกกต. ในคดีลักษณะนี้ท่านไม่จำเป็นจะเป็นผู้ชี้ขาดความผิดเอง ซึ่งกกต. สามารถส่งสำนวนทั้งหมดที่มีพยานหลักฐานเบื้องต้นเข้าสู่กระบวนการศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงานไปให้เป็นผู้ตัดสิน ท่านมีทางเลือกที่ง่ายและสง่างามกว่านี้ แต่กลับเลือกท่ายากใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เพื่อบันทึกการทำงานของท่านว่าไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ แต่ทำงานเพื่อตอบแทนคนที่แต่งตั้งท่านมาก็เท่านั้น ตลอดชีวิตของพวกท่านร่ำเรียนกันมาเพื่อให้ได้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ได้เป็นผู้ที่มีสถานะทางสังคม แต่สุดท้ายท่านเอาสิ่งที่ท่านสร้างกันมาทั้งชีวิตมาทิ้งกันตรงนี้ ธงที่ลากยาวกันมา สภาฯ วุ่นวายกันมาเกือบ 2 สัปดาห์
“ท่านมีธงอยู่แล้ว เพื่อยืดหาทางลงให้กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่เกี่ยวข้องตามหลักฐานอนุชุดที่ 26 รอดพ้นก็เท่านั้น ท่านทราบหรือไม่ว่ากำลังเป็นตรายางประทับให้ระบอบสีน้ำเงินและประกาศว่าเลือกใครและอยู่ฝั่งไหน การกระทำเช่นนี้ ประชาชนหมดความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ เพราะประชาชนรู้ดีว่ากกต. ชุดนี้ปัจจุบันบางส่วนโดยเฉพาะประธานกกต. ผ่านกระบวนการคัดเลือกมาจากวุฒิสภาชุดนี้ ชุดที่กำลังพิจารณาและเมื่อคนที่ถูกคัดเลือกมาต้องไปพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่คัดเลือกมา แล้วจะศักดิ์สิทธิ์ตรงไหน” น.ส.ภคมน กล่าว
ในระหว่างนี้มีส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงเพื่อขอให้ประธานควบคุมการประชุม ทำให้นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ที่กำลังเป็นประธานการประชุม ได้วินิจฉัยว่า ขอให้น.ส.ภคมน ช่วยอย่าพูดถึงชื่อพรรคการเมือง

ทำให้น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนขอใช้สิทธิ์พาดพิงเพราะตนเอาใจไม่ถูก ไม่เอ่ยชื่อคนนอกก็แล้ว ไม่เอ่ยชื่อพรรคการเมืองก็แล้ว ก็ยังประท้วงอีก แล้วการกระทำที่ประชาชนกังขาอยู่ในขณะนี้ จะให้คุยกันด้วยภาษาดอกไม้เกินไป เป็นไปไม่ได้ ใจอย่าบางเกินไป รับฟังกันให้ได้ และตนไม่ได้เรียกร้องให้กกต. นึกถึงหลักการหรืออนาคตของประเทศนี้ เพราะพฤติกรรมของท่านชัดเจนว่าไม่ได้ทำเพื่อส่วนรวม แต่อย่างน้อยนึกถึงอนาคตของพวกท่านเอง เพราะการกระทำเช่นนี้ กกต. อาจถูกฟ้องผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ และในอดีตกกต. ก็เคยติดคุกมาแล้ว
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สะท้อนให้เห็นกันชัดเจนว่าปัญหาความรุนแรงในประเทศประเทศไทยฝังตัวอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากที่มาของ องค์กรอิสระเชื่อมกับผู้มีบุญคุณทำหน้าที่ตรวจสอบคนที่คัดเลือกมาแล้วจะศักดิ์สิทธิ์อะไร ปัญหาสังคมบริบทบ้านเมืองมีปัญหาหนักมากพออยู่แล้ว แต่กกต. ยังเดินหน้าเย้ยหยันสังคม ดูถูกความรู้สึกของประชาชน
“เราพูดกันในฐานะคนที่เข้าใจสัจธรรมของโลกนี้ สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง ท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ อายุก็ไม่น้อยแล้ว ท่านอาจจะพบเจอกับอุปสรรคทางสุขภาพ หากเจ็บป่วยไข้อะไร ขอให้อดทน กัดฟันไว้ แม้จะทรมานสักนิดหนึ่ง อยู่รอให้เห็นการล่มสลายของระบอบที่ท่านสร้างมา” น.ส.ภคมน กล่าว



