หน้าแรก การเมือง กรณ์ ซัดปมวรภ...

กรณ์ ซัดปมวรภัค รบ.-ก.ล.ต.เป็นเป็ดง่อย จนสหรัฐออกโรงเอง ข้องใจเรื่องช้า มีการเมืองปกป้องหรือไม่

17.09.26 | 13:24 น.

‘กรณ์’ ชี้สหรัฐไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 เครือข่ายสแกมเมอร์ หวั่นไทยถูกมองด้อยประสิทธิภาพ สะท้อนอำนาจไทยเป็น ‘เป็ดง่อย’ ซัด ก.ล.ต.ทำงานช้า จนสหรัฐออกโรงเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนน มีการเมืองปกป้องหรือไม่ สงสัยเคยเรียก ‘วรภัค’ ชี้แจงหรือไม่ ฟันธง กมธ.สหรัฐลุยขยายผลแน่ เป็นเรื่องใหญ่กระทบคนอเมริกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 กันยายน ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 2 ประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร สหรัฐ เตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังของสหรัฐ ให้คว่ำบาตรบุคคลและองค์กร 28 รายชื่อ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่งผลต่อภาพรวมของประเทศอย่างไรบ้างว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ของไทยเรา หลายเดือนที่ผ่านมาก็ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็ตาม เขาควรเร่งดำเนินการด้วยหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดที่มีเพื่อประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์โดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจตลาดทุนไทย และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของไทย


นายกรณ์กล่าวต่อว่า ผลการทำงานของสแกมเมอร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เพียงแค่กระทบคนไทยหลายแสนคนที่ถูกหลอกลวง แต่มีผลกระทบกับประชากรทั่วโลกที่มีการใช้ฐานในภูมิภาคนี้เพื่อดำเนินการหลอกลวงในประเทศอื่น ซึ่งเขาเองก็เดือดร้อนและไม่นิ่งนอนใจ รอให้เราเป็นผู้ดำเนินการกับกลุ่มคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

“ถ้าเขาเห็นเราช้า พูดง่ายๆ คือเขาก็ต้องอาศัยกฎหมายหรืออำนาจทางกฎหมายที่เขามีดำเนินการโดยเร็ว เพราะประชากรของเขาไม่ได้ใจเย็นที่จะรอคอยการบังคับใช้กฎหมายเหมือนกับคนไทย ที่ในหลายสถานการณ์มีความรู้สึกด้านชากับการทำงานที่ล่าช้า” นายกรณ์กล่าว

Advertisement

นายกรณ์กล่าวอีกว่า ผู้แทนของสภาคองเกรสก็คงเกินจุดที่เขาจะรอคอย เลยขอให้รัฐบาลของสหรัฐเองใช้อำนาจทางกฎหมายที่มี Global Magnitsky Human Rights Accountability Act หรือกฎหมายที่นำมาใช้ในการคว่ำบาตรบุคคลระดับโลกในการสอบสวน ต้องขอยืนยันในความเป็นธรรมของทุกคนว่ารายชื่อทุกคนที่ปรากฏนั้น ไม่ได้เป็นตัวพิสูจน์ความผิด แต่เป็นกลุ่มคนที่เขามองว่ามีเบาะแสที่ควรต้องดำเนินการสอบสวนเชิงลึก และอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในส่วนของตัวบุคคลเหล่านั้น

นายกรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนมีผลกระทบต่อเราอย่างไรนั้น หากเขาดำเนินการไปปรากฏว่าเราเองยังไปไม่ถึงไหน ในการสอบสวนคนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง หากเราไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ เหมือนเราด้อยประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของคนไทย แต่ยังต้องเป็นที่พึ่งของต่างชาติให้เราคุ้มครองการดำเนินการในเรื่องที่เขาเสียหายจากประเทศไทยด้วย

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า สำหรับตนมองว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะรู้สึกเหมือนสหรัฐจะต้องลงมือเองแล้ว แทนที่จะสามารถพึ่งพาไทยที่ใกล้ข้อมูลมากกว่าและมีความรับผิดชอบโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเรายังไม่พร้อมที่จะดำเนินการ และไหนๆ เราอยู่ในสภาแล้วตนก็ขอพูดการเมืองด้วยว่าเรื่องนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองของเราด้วย คนที่มีชื่อปรากฏไม่ใช่คนธรรมดา เป็นบุคคลที่เคยได้รับแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และคนที่ถูกแต่งตั้งก็มีความสำคัญ เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ดังนั้น การไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใดๆ ก็จะนำไปสู่คำถามของประชาชนว่า เป็นเพราะการเมืองปกป้องหรือไม่ ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คำถามนี้มีในใจของตนและทุกคนแน่นอน จึงยิ่งเป็นเหตุทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควรเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ความชัดเจน และความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลอนุทิน 1

ต่อข้อถามว่า รัฐบาลควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายในสภาไปแล้ว และเคยตั้งกระทู้ถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลการทำงานของ ก.ล.ต. และเคยตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างของ ก.ล.ต. ซึ่งมีประธานที่ถูกสอบสวนอยู่ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับทุนเทาเดียวกันนี้หรือไม่ ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของ ก.ล.ต.ที่ค่อนข้างล่าช้ามาก ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจว่ามีความเกี่ยวโยงทางการเมือง และเหตุใดการเมืองถึงไม่ทำในส่วนที่ทำได้ เพื่อเร่งรัดให้มีข้อสรุปที่ชัดเจน

“เรื่องทุนเทาถึงแม้ว่ากระแสสังคมในช่วงหลังการเลือกตั้งจะซาลงไป โดยมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการสะสาง ผมพูดมาตลอดว่าทุนเทาข้ามชาติจะใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยฟอกเงิน เขาไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีคนไทยให้ความร่วมมือ แล้ววันนี้ดูเหมือนต่างประเทศเขาก็เริ่มเห็นเหมือนกันว่าอาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเป็นคำถามที่เราควรต้องรีบตอบ ว่าสุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร” นายกรณ์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลอนุทิน 1 โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง และพยายามส่งเอกสารไปยังสหรัฐ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายวรภัคที่จะป้องกันตนเอง ที่ต้องไปชี้แจงตัวเองกับผู้กล่าวหาที่สหรัฐ ส่วนเมื่อฟังคำชี้แจงแล้วทางสหรัฐจะมีท่าทีอย่างไร เป็นเรื่องที่สหรัฐจะวินิจฉัยเอาเอง แต่ฝ่ายไทยก็ต้องทำหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ตนได้ติดตามและพูดคุยหน่วยงานของไทยซึ่งอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลอยู่ แต่ก็เป็นประเด็นว่ารวบรวมข้อมูลนานเกินไปหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพออีกหรือ และได้ขอข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง

“พอสหรัฐระบุชื่อคุณวรภัค คุณวรภัคก็ออกมาทันทีทันใด โดยแจ้งว่าติดต่อไปแล้ว และพยายามนำข้อมูลไปเสนอ ขอถามหน่อย ทาง ก.ล.ต.ของเราเคยติดต่อคุณวรภัคหรือไม่ และคุณวรภัคเคยมีความรู้สึกว่าต้องเอาข้อมูลไปชี้แจงต่อ ก.ล.ต.ด้วยตัวเองหรือไม่” นายกรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า นายวรภัคพยายามที่จะไปชี้แจงกับกรรมาธิการของสหรัฐจะเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า เท่าที่ทราบไม่เคยมีการไปชี้แจง และนายวรภัคไม่ได้ไปชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ซึ่งกรรมาธิการการเงินของสภาของไทยจะพิจารณาในเรื่องนี้ ว่าจะร่วมมือกับกรรมาธิการของสหรัฐในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ เพราะสหรัฐมีอำนาจในการเข้าถึงเรื่องการโอนเงินระหว่างประเทศ ขณะที่กรรมาธิการไทยไม่สามารถทำได้

ต่อข้อถามว่า มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ไม่ได้มีเพียงแค่นายวรภัค เพราะหากสืบสวนถึงธุรกรรมทางการเงิน จะพบเส้นสายเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าตามหลักฐานที่เห็นมีแน่นอน แต่ไม่ตอบว่ามีบุคคลในรัฐบาลชุดปัจจุบันเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะส่วนตัวเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่าเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลไหน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร หรือเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองใด แต่ใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มสแกมเมอร์ ให้การสนับสนุนการหลอกลวงประชาชนคนไทย หรือต่างประเทศ แล้วนำมาฟอกในระบบเศรษฐกิจไทย ตลาดทุนไทย เราจะไม่ยอมปล่อยแม้แต่คนเดียว

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ทางกรรมาธิการสหรัฐจะรับไปดำเนินการหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า มีโอกาสสูงที่กรรมาธิการสหรัฐจะรับไปดำเนินการและขยายผลต่อในเรื่องนี้ เพราะประธานกรรมาธิการของสหรัฐทั้ง 2 คณะเป็นชุดใหญ่ โดยเฉพาะ 2 คน เป็นสมาชิกพรรครัฐบาล มาจากพรรครีพับบลิกัน (Republican Party)

“พูดตามตรงแนวโน้มโอกาสสูง เขาเตรียมกันมาแล้ว ต้องรอดูว่ารัฐมนตรี มาร์โค รูบิโอ จะรับลูกเรื่องนี้อย่างไร และจะกดปุ่มใช้อำนาจสอบสวนตามกฎหมายที่มีหรือไม่ แต่ผมคิดว่าโอกาสสูง เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา ประชาชนของเขาเดือดร้อนมากจากพฤติกรรมของกลุ่มสแกมเมอร์ที่มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคนี้ ไม่ว่ากัมพูชา เมียนมา ตามจดหมายที่ระบุถึง คิดว่าทางการเมืองก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนของเขา โดยใช้อำนาจของกฎหมายทั้งหมดที่มี” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีผลต่อรัฐไทย แต่มีผลต่อบุคคลที่ปรากฏในรายชื่อและผู้ที่ตั้งข้อกล่าวหา แต่ส่งผลต่อประเทศไทยในทางอ้อม ทำให้มุมมองการใช้อำนาจของไทยเปรียบเป็น “เป็ดง่อย” สุดท้ายพึ่งพาไม่ได้ ทางสหรัฐต้องมาทำเอง เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาล่าช้า ไม่มีความจริงจังที่ชัดเจน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางกรรมาธิการการเงิน สภา ส่งคำถามไปยัง ก.ล.ต. 20 ข้อ แต่ได้รับคำตอบเพียง 1 ข้อ มี 5 ข้อที่ตอบอ้อมๆ แต่ 10 ข้อไม่ได้ตอบเลย และถ้ายังไม่มีคำตอบขอให้แจ้งว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถที่จะแจ้งเราได้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ ขอให้ดูกรณีของสหรัฐเขามีความชัดเจนว่าต้องมีความชัดเจนภายใน 180 วัน ส่วนของเราไม่มีเงื่อนไขเวลาที่สามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้เลย

“เราเลยเตือน ก.ล.ต.ไปตั้งแต่วันนั้นว่า สมมุติว่าเราเชื่อว่าคุณทำผิดจริง แต่มันประเด็นปัญหาเรื่องความล่าช้าอยู่ดี เพราะความล่าช้าระหว่างนั้นคือคนที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ต้องรับผิดชอบต่ออะไร แถมหลายคนก็ยังทำในสิ่งที่เขาทำมาโดยตลอด โดยไม่มีใครไปปราบปราม ถ้าสมมุติกรณีต่างประเทศเขาาเดินเร็วกว่าเรา กับคนของเราเอง แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน นี่คือสถานการณ์ที่เตือนไปและเกิดขึ้นแล้ว ขอให้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบรีบดำเนินการและทำตามหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต” นายกรณ์กล่าว