‘กมธ.ป.ป.ช.’ สอบท้องถิ่นยังไม่จบ เผย ป.ป.ช.ติดขั้นตอนตรวจข้อสอบ 8 แสนแผ่น รอเครื่องมือพิสูจน์ข้อเท็จจริง ด้าน ปปง.รอข้อมูลเพิ่มก่อนขยายผลเส้นเงิน 320 ล้าน เผยเตรียมถกปมชาวจีนใช้สิทธิคนตาย สวมสิทธิถือครองที่ดิน-ทรัพย์สินกว่า 600 ล้าน พบข้าราชการบางส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่รัฐสภา นายธนาธาร ประมูลพงษ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการดำเนินงานกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า วันนี้มีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ข้อมูลความคืบหน้า ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
นายธนาธารกล่าวว่า สถ.ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้ที่พบว่ามีการกระทำความผิด โดยจะมีการตัดรายชื่อ คือให้พ้นจากราชการ จำนวนทั้งหมด 3,869 ราย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า ผู้ที่อยู่ในจำนวน 3,869 ราย ได้ออกจากราชการไปแล้วทั้งหมด กมธ.จึงยังต้องติดตามเรื่องนี้ต่อ โดยเฉพาะหลังจากนี้จะมีมาตรการอย่างไรเพื่อสร้างมาตรฐานและป้องกันปัญหาการทุจริตในการสอบท้องถิ่นในครั้งต่อไป ทั้งนี้ สถ.ได้ให้ข้อมูลว่าจะมีการปรับมาตรการที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 มาตรการ แต่รายละเอียดและกรอบการดำเนินการยังต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ซึ่ง กมธ.จะติดตามต่อไปว่าแนวทางดังกล่าวจะถูกกำหนดออกมาอย่างไร เพื่อให้การสอบท้องถิ่นในอนาคตมีมาตรการที่รัดกุมมากขึ้น
นายธนาธารกล่าวด้วยว่า ส่วนการดำเนินงานของ ป.ป.ช.นั้น ขณะนี้มีการสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 700 ปาก และมีกรอบว่าจะสรุปคดีได้ภายในปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยจะแบ่งผู้ที่เกี่ยวข้องออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง นายหน้า และผู้บริหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบในแต่ละส่วนต่อไป
นายธนาธารกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ กมธ.ยังมีข้อสงสัยคือเรื่องกรอบของ TOR โดยตั้งคำถามไปยัง สถ.เกี่ยวกับการจัดทำ TOR รวมถึงประเด็นการใช้แฟลชไดรฟ์และการกำหนดกรอบสำหรับเปรียบเทียบข้อมูล เนื่องจาก สถ.ชี้แจงว่าการจัดทำ TOR ได้นำกรอบการสอบของ ก.พ. และ สตง.มาเป็นแนวทางตั้งต้น ก่อนนำมาจัดทำเป็นกรอบ TOR ใหม่ อย่างไรก็ตาม กมธ.พบประเด็นที่ต้องสอบถามเพิ่มเติมว่า ในการสอบของ ก.พ. และ สตง. มีการใช้ External และมีการล็อกรหัส ขณะที่ TOR ของการสอบท้องถิ่นกลับกำหนดให้ใช้แฟลชไดรฟ์ที่ไม่ได้มีการล็อกรหัส จึงเกิดคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและกระบวนการสอบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และเหตุใดจึงกำหนดมาตรการในลักษณะดังกล่าว โดย กมธ.ได้สอบถามไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

นายธนาธารกล่าวว่า ในส่วนของ ปปง.ขณะนี้มีการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีเป็นจำนวนกว่า 300 ล้านบาท โดย ปปง.ระบุว่าจะทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.ต่อไป เนื่องจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินยังไม่ครบถ้วน และจำเป็นต้องนำข้อมูลจากหลายส่วนมาประกอบกัน เบื้องต้นพบข้อมูลรายการที่เกี่ยวข้องประมาณ 108 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 320 ล้านบาท และเกี่ยวข้องกับบุคคลประมาณ 20 ราย ซึ่ง กมธ.เห็นว่าเส้นทางการเงินในคดีทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้ยังมีจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบและขยายผลเพิ่มเติม
ส่วนกรณีเส้นทางการเงินกว่า 300 ล้านบาทของ ปปง.เกี่ยวข้องกับบุคคลในระดับใด นายธนาธารกล่าวว่า อยู่ใน 4 กลุ่มที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และนายหน้า อย่างไรก็ตาม ปปง.ยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลหรือเส้นทางการเงิน แต่ให้ข้อมูลในภาพรวม และหลังจากนี้จะต้องติดตามว่าการตรวจสอบว่าจะสามารถขยายผลไปได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากยังมีเส้นทางการเงินอีกจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบต่อ
เมื่อถามว่า จะใช้เวลาอีกประมาณกี่สัปดาห์ นายธนาธารกล่าวว่า ยังไม่สามารถให้ข้อสรุปได้ ส่วนความเชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายธนาธารกล่าวเพียงว่า กมธ.หวังและคาดหวังว่าจะตรวจสอบให้ได้ว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่
เมื่อถามถึงความคืบหน้าหลังจาก กมธ.รับทราบเรื่องดังกล่าวมาประมาณ 2 สัปดาห์ นายธนาธารกล่าวว่า การพุ่งเป้าในขณะนี้คือกรณีที่มีการพิสูจน์แล้วว่ามีเจ้าหน้าที่ทุจริต แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ ทั้งการแต่งตั้งหรือการถอดถอน เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องกรอบและแนวปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง กมธ.ได้สอบถามถึงแนวปฏิบัติและกรอบที่ชัดเจนว่า หากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวออกจากราชการ จะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะเรื่องนี้มีกรอบทางกฎหมายกำหนดไว้ และเป็นอำนาจของ อปท. แต่ขณะนี้ สถ.ยังไม่ได้กำหนดกรอบที่ชัดเจน จึงต้องการให้มีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้ อปท.สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพราะหากไม่มีกรอบที่ชัดเจนจะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศในการดำเนินการ

เมื่อถามถึงอุปสรรคในการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบ ทั้ง ป.ป.ช. และ ปปง. นายธนาธารกล่าวว่า ในส่วนของ ป.ป.ช. ขณะนี้กำลังประสานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อขอใช้เครื่องมือสำหรับตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมด โดยจะดำเนินการในเร็วๆ นี้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นจุดที่ยังติดขัดในการทำงานของ ป.ป.ช. ทั้งนี้ หากสามารถนำเครื่องมือเข้ามาตรวจสอบกระดาษคำตอบได้ จะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น และสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระดาษคำตอบได้มากขึ้น ซึ่ง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ระบุวันอย่างชัดเจน แต่มีการวางกรอบไว้ว่าภายในปลายเดือนตุลาคมจะต้องได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผู้ที่กระทำการทุจริต
นายธนาธารกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังมีมติให้พิจารณากรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวจีน ซึ่งมีการกล่าวถึงการถือครองทรัพย์สินผ่านนอมินี และการใช้สิทธิของบุคคลที่เสียชีวิตเพื่อให้ลูกซึ่งเป็นชาวจีนสามารถถือครองทรัพย์สินและที่ดินต่อไป โดยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท จากข้อมูลที่ได้รับ กมธ.ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการให้ข้อมูลของผู้ต้องหาว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของบุคคล โดยกรณีดังกล่าวมีการระบุว่ามารดาที่แท้จริงไม่ได้แจ้งว่าบุตรเสียชีวิต ขณะที่มีข้าราชการบางส่วนเข้าไปดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิดังกล่าว ก่อนนำไปสวมสิทธิกับบุคคลชาวจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะติดตามตรวจสอบต่อไป



