หน้าแรก การเมือง ผบ.ทร. นำแถลง...

ผบ.ทร. นำแถลง Hanwha สร้างเรือฟริเกต 1.6 หมื่นล้าน จ่อซื้อเพิ่ม 4 ลำ ยันไม่มีล็อกสเปก

18.09.26 | 14:34 น.

ผบ.ทร.นำแถลง แจงปมเรือฟริเกต ยันไม่ล็อกสเปก-ไม่กีดกัน ยึดกติกาเท่าเทียม โปร่งใสทุกขั้นตอน ลั่นได้เรือดี ประเทศชาติคุ้มค่าสูงสุด หัวใจสำคัญ ปกป้องผลประโยชน์ทะเล ชี้ ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ทุกบริษัทใช้กติกาเดียวกัน


เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) เป็นประธานแถลงความคืบหน้าการดำเนินดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกต ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ โดยมี พล.ร.อ. กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต, พล.ร.ต. จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ, พล.ร.ต. วสันต์ ไตรจิตร รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการจ้าง, พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำ TOR และ พล.ร.ต. ศราวุธ ชียางคบุตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารการการส่งกำลังบำรุง กรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำ TOR ด้าน Offset Policy ร่วมแถลงข่าว

พล.ร.อ. ไพโรจน์ กล่าวเปิดการแถลงข่าวว่า กองทัพเรือมีความตั้งใจที่จะสื่อสาร อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งโครงการฯ นี้ เป็นโครงการฯ ที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ​ และใช้เงินจากภาษีของประชาชน​ที่มีมูลค่าสูง​ และอยู่ในความสนใจของประชาชน จนมีความห่วงใย และเกิดคำถามมากมายในหลากหลายแง่มุม ในช่วงที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชน​ และโซเชียลมีเดีย โดยบางครั้งข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับข้อเสนอที่แต่ละบริษัทยื่นต่อกองทัพเรือ นำไปสู่ความเข้าใจผิด และความสับสน เกิดข้อกังขาต่อโครงการนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ตนในฐานะผู้นำกองทัพเรือ จะสร้างความกระจ่างชัดด้วยข้อเท็จจริงทั้งหมด

ผู้บัญชาการทหารเรือ​ กล่าวย้ำว่า​ ประเทศไทยเป็นชาติที่มีทะเล และเส้นทางเดินเรือ​, พลังงาน​, ทรัพยากร​ และปากท้องของประชาชน​ ล้วนเชื่อมโยงกับทะเลทั้งสิ้น ประเทศต่าง ๆ ในโลกรวมถึงประเทศไทย​ อยู่ในภาวะขัดแย้งระดับสูง การนำเข้าสินค้า และพลังงาน การค้าขายระหว่างประเทศ​ ล้วนต้องผ่านการขนส่งทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ กว่า 90% และเป็นที่จะต้องรักษาอธิปไตย และการคมนาคมทางทะเลให้มีความปลอดภัย และเรือฟริเกตไม่ได้ดูเพียง เพราะอยากได้เรือลำใหม่ แต่เป็นหัวใจหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการจัดหาในครั้งนี้ กองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะที่เข้มข้น สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าบริษัทใดที่ชนะการคัดเลือกในครั้งนี้ เรือลำนี้จะต้องเป็นเรือที่ดีมีสมรรถนะสูงในการรบ และคุ้มครองชีวิตกำลังพลของเราได้อย่างแท้จริง

Advertisement

ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวอีกว่า​ ในการดำเนินการคัดเลือก ตนได้กำชับคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ยึดหลักสำคัญ 5 ประการ อย่างเคร่งครัด คือ 1.​ความถูกต้องตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนที่ทางราชการ 2. ความโปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยมีผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมกับองค์กรต่อต้านคอรัปชันร่วมติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ 3. ความเป็นธรรม และเท่าเทียมแก่ผู้ที่ยื่นข้อเสนอทุกรายตามหลักนิติธรรม 4. ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานไม่ใช่เพียงแค่ราคาถูกในวันส่งมอบเท่านั้น และ 5. ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเน้นย้ำ กับคณะกรรมการในทุกระดับอยู่เสมอ

ผู้บัญชาการทหารเรือ​ กล่าวชี้แจ้งถึงข้อกังขาที่การกีดกัน หรือมีการล็อกสเปกหรือไม่​ว่า​ การชี้แจงในวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของกระบวนการที่ตรงไปตรงมาที่สุด ทุกบริษัทได้รับกติกาและเงื่อนไขเดียวกันตั้งแต่ต้นอย่างเท่าเทียม เปิดโอกาสให้บริษัทสอบถามจนเป็นที่แน่ใจ และเข้าใจตรงกัน และการตรวจพิจารณา เมื่อมีบริษัทที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สำคัญที่กำหนดไว้ กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการฯ จึงไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อเสนอหลังเปิดซองได้ เพราะคือ การทำลายความยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทอื่นที่มีการเตรียมการมาอย่างดี และถูกต้องครบถ้วน เพราะหากเปิดช่องให้ทำเช่นนั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิดกฎหมาย ทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีปัญหาไม่รู้จบ ยืนยันว่า ไม่ใช่การกีดกัน แต่เป็นการรักษากติกา และความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ขณะที่สเปกของเรือ​ เปรียบเสมือนการเลือกซื้อรถยนต์ ที่แต่ละคน อาจมองต่างมุมบางคนให้ความสำคัญกับเรื่องเครื่องยนต์​ ความหรูหรา​ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความทนทาน​ของอะไหล่​ และศูนย์บริการหลังการขาย ต่างคน จึงต่างเสนอมุมมอง ส่วนบุคคลที่ชื่นชอบ และถนัด แต่สำหรับกองทัพเรือ เราอยู่กับเรือมาทั้งชีวิต เรารู้ซึ้งว่า ในยามเผชิญวิกฤตทางทะเล​ จุดใดคือหัวใจสำคัญของความอยู่รอด และชัยชนะ กองทัพเรือไม่ได้จัดหาเรือเพื่อให้มีเพียงเรดาร์ที่ดีที่สุด​ หรืออาวุธที่ดีที่สุด​ หรือมีเครื่องยนต์ที่ทำความเร็วที่สุด​ อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เรามองถึงภาพรวมทั้งระบบทุกระบบจะต้องเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์ มีความพร้อมรบสูงการซ่อมปรับปรุงระยะยาวมีหลักประกัน และประเทศชาติได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีสูงสุด

“ผมขอยืนยัน​ต่อประชาชนว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการฯ ทุกคน ตั้งอยู่บนข้อมูลข้อเท็จจริง และหลักฐานเชิงประจักษ์​ ปราศจากการแทรกแซงใด ๆ ทั้งสิ้น และกระบวนการ ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติ​ และความรับผิดชอบต่อกฎหมาย และชาติบ้านเมือง ความน่าเชื่อถือซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่เราขอร้องให้ท่านเชื่อ แต่เกิดจากทุกขั้นตอนที่เราทำถูกต้องโปร่งใสมีเหตุผล และพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ​ และกองทัพเรือ ได้เรือที่เปรียบเสมือน​เขี้ยวเล็บที่สำคัญสร้างผลประโยชน์คืนสู่ประเทศชาติ​ กองทัพเรือได้เรือที่ดีที่สุด และประเทศไทยได้ผลประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าสูงสุด” ผบ.ทร. กล่าว

เตรียมจัดหาเรือฟริเกต เพิ่ม 4 ลำ

ขณะที่ พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการ ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและความต้องการทางยุทธการในการหาเรือฟริเกต เพื่อให้ทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นในการจัดหา รวมทั้งการกำหนดคุณลักษณะและขีดความสามารถเบื้องต้นของเรือฟริเกตเหล่านี้ โดยเรือฟริเกตเป็นยุทธโธปกรณ์ที่เป็นหัวใจหลักในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 320,000 กิโลเมตร และบางส่วนยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อน และพื้นที่พัฒนาร่วมกับเพื่อนบ้านหลายพื้นที่ ที่อาจ มีโอกาส เกิดข้อพิพาทได้ในอนาคต โดยมูลค่าผลประโยชน์เศรษฐกิจทางทะเลทั้งหมด จากการแสวงและใช้ประโยชน์สูงถึง 17.9 -24 ล้านบาทต่อปี

ในสภาวะเหตุการณ์ความมั่นคงปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความเรียบร้อยและความสงบ เช่น ปัญหาช่องแคบไต้หวัน การปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงปัญหาโจรสลัดต่างๆ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดเปราะบางของเส้นทางคมนาคมทางทะเล ดังนั้นการมีเรือฟริเกตที่พร้อมและมีขีดความสามารถสูงสุด จะทำให้กองทัพเรือมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบ จึงได้กำหนดความต้องการเรือฟริเกตไว้ในยุทธศาสตร์ อย่างน้อย 8 ลำ เพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งปัจจุบันเรามีเรือฟริเกตเพียง 4 ลำเท่านั้น ซึ่งมีอายุใกล้ถึงเกณฑ์ปลดประจำการ ทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจัดหาทดแทน

สำหรับคุณสมบัติและขีดความสามารถของเรือฟริเกตนั้น ต้องมีขีดความสามารถในการพร้อมรบ 3 มิติ คือ 1. มิติทางอากาศ การป้องกันภัยทางอากาศ ทั้งอากาศยาน อาวุธปล่อยนำวิถีและอากาศยานไร้คนขับ 2. มิติการรบผิวน้ำ การต่อต้านเรือผิวน้ำ การยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนหรืออาวุธปล่อยนำวิถี 3. มิติใต้น้ำ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ ลึก และยากต่อการรบ เราจำเป็นต้องมีการค้นหาและปราบเรือดำน้ำ และขีดความสามารถในการควบคุมและบังคับบัญชาในทะเล ที่สามารถคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล และปฏิบัติการร่วมกับ เหล่าทัพ อื่นได้

ทั้งนี้ ในการกำหนดความต้องการของเรือ ระบบอาวุธ ระบบสำคัญต่างๆ จะต้องมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรองรับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น เรือต้องมีขีดความสามารถในการปฏิบัติทั้ง 3 มิติ มีระบบอาวุธสมัยใหม่ สามารถปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานไร้คนขับในมิติต่างๆ มีขีดความสามารถในการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีของระบบเรดาร์ ระบบตรวจการสมัยใหม่ การมีระบบการเชื่อมโยงสื่อสาร tactical data link ที่สามารถแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ข้อมูลการสั่งการกับเหล่าทัพอื่นๆ และมิตรประเทศ รวมถึงการมีตัวเรือและโครงสร้างเหนือแนวน้ำที่เป็น Stealth เพื่ออยู่รอดในการปฏิบัติการในภาวะที่มีการรบ

สำหรับแนวทางการจัดหาเรือฟริเกตให้สอดคล้องกับงบประมาณ และความจำเป็นเร่งด่วน โดยงบประมาณในการจัดหา จะมีการบรรจุในแผนงบประมาณประจำปีของกองทัพเรือแต่ละปีงบประมาณ ซึ่งเป็นการลงนามจัดหาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้กองทัพเรือมีความพร้อมรบตามยุทธศาสตร์ คือ 8 ลำ โดยคำนวณจากความพร้อมปฏิบัติการ 4 ลำ การส่งกำลังบำรุงและเตรียมความพร้อม 2 ลำ เข้าซ่อม 2 ลำ ในระยะนี้จึงเสนอจัดหาเรือฟริเกต 4 ลำเป็นชุดในระยะยาว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการซ่อมบำรุง และการคำนึงถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม ต่อเรือ ในประเทศ โดยได้กำหนดให้บริษัทคู่สัญญามีแผนดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีการต่อเรือที่สามารถต่อยอดในการพัฒนาองค์ความรู้ ในการพึ่งพาตัวเองในระยะยาว

ใช้โมเดลสหรัฐทำ “ทีโออาร์”

ด้าน พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กล่าวว่า กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ โดยพิจารณาตามกรอบทีโออาร์ทุกประการ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณานั้น ทางคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างจะพิจารณาผู้ที่ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามเอกสารข้อเสนอทุกแผ่น โดยข้อเสนอต้องเป็นไปตามกฎหมาย และ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง และระเบียบของกรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง ส่วนการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคต้องสอดคล้องและเป็นไปตามทีโออาร์และข้อเสนอในการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ในส่วนการให้คะแนน ทางคณะกรรมการฯ ได้นำโมเดลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการวัดประสิทธิผลและประเมินผลของระบบอาวุธ Measuring the effectiveness of weapon system มาพัฒนาให้เหมาะสมกับการประเมินข้อเสนอสำหรับการจัดหาเรือฟริเกต

หัวข้อประเมิน ได้แก่ ขีดความสามารถของเรือ ประกอบด้วย ขีดความสามารถในการรบ, การโจมตีเป้าหมาย, การทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์, ระบบโซนาร์, ตอร์ปิโด, ระบบนำวิถีพื้นสู่พื้น-พื้นสู่อากาศ, ปืนหลัก-ปืนรอง ระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด, เรดาร์ตรวจการณ์และระบบอำนวยการรบ นอกจากนั้นยังดูในเรื่องของความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ คุณลักษณะที่มีผลต่อการอยู่รอด ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนและการรอดพ้นจากระบบตรวจค้น

ในส่วนของการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุงและเทคนิค ได้แก่ ความน่าเชื่อถือของระบบหลักของเรือ ได้แก่ระบบอำนวยการรบ ระบบเรดาร์ตรวจการณ์ ระบบควบคุมการยิงและขับเคลื่อน ในส่วนของประสิทธิภาพของผู้ยื่นข้อเสนอก็คือประสบการณ์ที่การสร้างเรือฟริเกต รวมถึงการประเมินในหัวข้อการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

แนวคิดของการจัดทำทีโออาร์จากความต้องการของกองทัพเรือ คือได้เรือที่ดี มีมาตรฐาน จึงกำหนดไว้ว่าการสร้างเรือต้อง Naval ship Rule of recognize classification society หรือเป็นไปตามมาตรฐานนาโต้และได้การรับรองจากสมาคมจัดชั้นเรือ โดยระหว่างการสร้างเรือต้องให้สมาคมจัดชั้นเรือตรวจสอบมาตรฐาน และเราต้องการให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งเห็นได้จากทีโออาร์ที่ ทร. กำหนดคุณลักษณะที่อย่างน้อยต้องมีเรดาร์ตรวจการณ์แบบ 3 มิติ ใช้เทคโนโลยีแบบ AESA (Active Electronically Scanned Array) หรือเทคโนโลยีเรดาร์แบบเรียงเฟสควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความแม่นยำสูง ตรวจจับเป้าหมายได้ โดยสามารถตรวจจับเป้าหมายขนาดเล็กได้พร้อมกัน ยากต่อการรบกวนและมีความทนทานสูง โดยบริษัทสามารถเสนออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ได้ โดยไม่ได้มีข้อจำกัด ทั้งนี้ มาตรฐานนาโต้จะมีกรอบสำคัญที่มุ่งเน้นความปลอดภัยสูง อุปกรณ์เรื่องได้มาตรฐาน และใช้งานร่วมกันได้ รวมถึงความทนทะเล

รับ เหลือผู้ผ่านคุณสมบัติ เรือฟริเกต รายเดียว

พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ กล่าวว่า ตนจะทำหน้าที่แทนคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถให้คำตอบทุกคนได้ เนื่องจากยังไม่ได้เวลาตามสัญญา ดังนั้น ตนเองซึ่งอยู่นอกเหนือจาก พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง จึงสามารถที่จะให้ข้อมูลได้บนพื้นฐานของการเคารพกติกาทางการค้า และป้องกันผลกระทบและความเชื่อถือทางธุรกิจของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จึงขอสงวนชื่อของบริษัทที่ชื่อเหล่านั้น

โดย ผบ.กร. เริ่มแจงตั้งแต่ที่มาว่า กองทัพเรือได้กำหนดความต้องการไว้เป็นเอกสารทางยุทธศาสตร์ จากนั้นมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ โดยให้ตนเองเป็นประธานกรรมการบริหารโครงการ นำไปสู่การกำหนดทีโออาร์ และคุณสมบัติเฉพาะ โดยขั้นตอนนี้ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนได้เข้ามาเริ่มตรวจสอบและนั่งด้วยทุกขั้นตอน กระทั่งมีการออกเอกสารเชิญชวนบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และมายื่นในวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเมื่อครบกำหนดก็มีผู้มายื่นข้อเสนอทั้งสิ้น 6 ราย แต่ละรายยื่นเอกสารประกอบสามส่วน คือ ซองคุณสมบัติบริษัท ซองข้อเสนอทางเทคนิค และซองราคา ซึ่งตามข้อกำหนด หากไม่ผ่านคุณสมบัติในซองแรกก็ไม่จำเป็นต้องมีการเปิดซองที่ 2 และซองที่ 3

โดย ผบ.กร. แจงกรณีบริษัทไม่ผ่านเงื่อนไข ประกอบด้วย การที่บางรายไม่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก โดยปัญหาที่พบ เช่น ไม่ยื่นสำเนางบการเงินหรือรายงานผลประกอบการย้อนหลัง และเอกสารหลักฐานแสดงมูลค่าสุทธิของบริษัท แสดงค่าเป็นบวกในวันสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นไปตามหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง เรื่องมูลค่าสุทธิของบริษัทและงบการเงิน ทั้งนี้ เพื่อคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความมั่นคงทางการเงินที่จะมาเป็นคู่สัญญาของรัฐ และลดความเสี่ยงคู่สัญญาทิ้งงาน

นอกจากนี้ พบผู้ยื่นซองอีกส่วนที่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก แต่พบปัญหาในซองที่ 2 คือ คุณสมบัติทางเทคนิค เช่น ยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไข เช่น จะส่งมอบแบบเรือให้เมื่อได้เป็นคู่สัญญาแล้ว เนื่องจากแบบเรือนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของกระทรวงกลาโหมประเทศนั้น หรือการตั้งเงื่อนไขเรื่องการแพร่คลื่นแม่เหล็กจากตัวเรือ หรือบางรายยื่นข้อเสนอแบบแปลนไม่ตรงตามทีโออาร์กำหนด เป็นต้น

ทั้งนี้ จากภายใต้ข้อกำหนด เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นซองแล้ว ไม่ให้มีการรับเอกสารเพิ่ม เพราะจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

นอกจากนี้ ภายใต้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ 56 ที่กำหนดว่า ในกรณีที่มีผู้เสนอเพียงรายเดียว หรือผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงเพียงรายเดียว ก็ให้เสนอยกเลิก ซึ่งได้นำข้อมูลเรียนผู้บังคับบัญชารับทราบ และได้รับความเห็นให้ดำเนินต่อไป

ต่อมาคณะกรรมการบริหารโครงการก็ได้ประชุมและมีมติรับทราบให้ดำเนินการต่อ โดยมีผู้สังเกตการณ์ประชาชนรับฟัง จึงเหตุผลที่กองทัพเรือต้องเดินหน้าต่อ และมีบันทึกรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐานด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า หากยกเลิกแล้วเริ่มต้นกระบวนการใหม่ ตอนนั้นเหลือเวลาอีกสี่เดือนจะหมดปีงบประมาณ และหากยกเลิกและเริ่มต้นใหม่จะต้องใช้เวลาอีก 6-7 เดือน ซึ่งจะร่วงเลยปีงบประมาณ 2569 ไป ทำให้กองทัพเรือมีความล่าช้าในการจัดหาเรือที่ทดแทนเรือที่ปลดประจำการ และมีความเสี่ยงสูงที่งบประมาณที่ได้รับอนุมัติอาจตกไป เป็นความเสี่ยงสูงต่อการวางกำลังในการป้องกันประเทศ

โดยหลังจากได้เลือกแล้ว มีการเจรจาต่อรองราคา ทำให้สามารถลดราคาลงได้อีก 270 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการ 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของมูลค่าโครงการ นอกจากราคาที่ลดลงแล้ว เจรจาให้บริษัทมอบสิทธิประโยชน์ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มเติมอย่างครบถ้วน เช่น ลิขสิทธิพร้อมแบบเรือฟริเกต รวมถึงระบบอำนวยการรบ ซึ่งรายการต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกระบุไว้ในสัญญา ซึ่งจริง ๆ มีมากกว่านี้

สถานะในปัจจุบัน เมื่อกองทัพเรือรับทราบผลการคัดเลือก รับผลเจรจาต่อรองข้อได้ นำเสนออนุมัติตามหลักชั้นตามขั้นตอน และได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ของหน่วยเหนือ และได้รับการอนุมัติสั่งจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จะได้ลงนามเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมได้แจ้งผลการพิจารณาให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วในวันเดียวกันกับที่ประกาศลงนามผู้ชนะ แต่เนื่องจากได้มีผู้ร้องคัดค้านของทัพเรือ จึงได้ดำเนินการตามระเบียบการคลัง มีการชะลอการลงนามไว้ชั่วคราว และจะมีการส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการพิจารณาผลการอุทธรณ์ โดยกองทัพเรือพร้อมปฏิบัติตามคณะกรรมการอุทธรณ์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้โครงการนี้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติต่อไป

 

ยันไม่มีล็อกสเปก ตั้ง 16 กรรมการคัดฟริเกต

พล.ร.ต.วสันต์ ไตรจิต รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ระบุว่า ในสภาวะที่มีการแข่งขันด้านอาวุธในพื้นที่ทางทะเลและมีพื้นที่ที่ทับซ้อน ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและมีแนวโน้มขยายตัว และใช้กำลังทหาร ถือเป็นภัยคุกคามที่ต้องดำเนินการ

สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในปัจจุบัน ซึ่งกองทัพเรือมีไม่เพียงพอ และมีแนวโน้มลดลง หากไม่เสริมสร้างกำลังรบทางเรือให้เหนือกว่า โอกาสแพ้ในการทำสงครามทางทหาร ย่อมเกิดขึ้น

การจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จึงเป็นการลดความเสี่ยงทั้งปวง แม้ 1 เปอร์เซ็นต์ก็เรียกว่าความเสี่ยง ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดจ้าง เมื่อได้รับมอบหมายมา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะดำเนินการให้ดีและรอบคอบที่สุด

กองทัพเรือได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดจ้างขึ้นจำนวน 16 นาย ซึ่งถือเป็น The Best ของกองทัพ คัดเลือกจากฝ่ายอำนวยการหลัก และหน่วยกำลังรบ ที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์

พล.ร.ต.วสันต์ กล่าวย้ำว่า ตนรับราชการในกองทัพเรือมา 35 ปี และมีประสบการณ์เป็นผู้บังคับการเรือ ตั้งแต่เรือ 800 ถึง 3,000 ตัน อยู่ในหน่วยกำลังหลัก นอกจากนี้ ในช่วงที่เป็นผู้ช่วยทูตกรุงโรม อิตาลี ทหารได้มีโอกาสเยี่ยมชมอู่ต่อเรือหลายแห่งในยุโรป ที่มีการต่อเรือด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และมีมาตรฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมอาวุธในกลุ่มประเทศนาโต้

“ขอให้เชื่อมั่นในคณะกรรมการชุดนี้ ได้ใช้องค์ความรู้ทั้งปวง และความสามารถในการคัดเลือกเรือฟริเกต เพื่อประโยชน์ทางราชการเป็นสำคัญ ในการจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย ที่มีการเสนอนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset) ที่มีการเสนอในโครงการยึดแบบตามอดีตผู้บังคับบัญชาวางรูปแบบ Offset ที่มีมาตรฐาน” พล.ร.ต.วสันต์ กล่าว

โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่หาผู้รับจ้างที่มีขีดความสามารถและยื่นข้อเสนอ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตาม TOR พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการกีดกันผู้รับจ้าง

สำหรับการพิจารณาข้อเสนอ พิจารณาความถูกต้อง โดยยึดถือ TOR ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ คำนำประโยชน์ของรัฐและประชาชน พิจารณาด้วยความรอบคอบ ในการดำเนินการจะชี้ให้เห็นความสำเร็จของกองทัพเรือ ที่ต้องการเรือฟริเกต เมื่อได้งบประมาณมาจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อคัดเลือกผู้รับจ้างที่มีข้อเสนอ และมีคุณสมบัติครบถ้วน รวมถึงความสามารถ และคณะกรรมการจ้างทั้งปวง ร่วมพิจารณาเพื่อความเข้มแข็งของกองทัพ และความมั่นคงของชาติ

ในส่วนผู้ยื่นข้อเสนอ เมื่อกองทัพเรือได้เชิญชวนมา ถือว่ามีโอกาสมายื่นข้อเสนอ การจะได้งานหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถ ตาม TOR ที่กองทัพเรือได้กำหนดไว้ ตามหนังสือเชิญชวนกำหนดกรอบเวลา ให้บริษัทต่าง ๆ จัดเตรียมเอกสาร 15 วัน เพื่อไม่ให้เกินกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ กองทัพเรือยังมีการผ่อนผันการยื่นเอกสาร 45 วัน เพื่อให้ได้บริษัท ยื่นข้อเสนอตรงตามความต้องการ และคณะกรรมการจัดจ้างได้พิจารณาตรวจสอบครบถ้วน ถูกต้องตาม TOR กำหนดในเรื่องสาระสำคัญ ด้วยความสุจริตต่อตนเอง ต่อหน้าที่และผู้ยื่นข้อเสนอ และหากคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดก็จะไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่อไป

สำหรับหลักเกณฑ์การให้คะแนน ยื่นข้อเสนอผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และคุณลักษณะ เข้าสู่กระบวนการให้คะแนน ยึดแบบเดียวกับของสหรัฐ จะเป็นตัวบ่งชี้คุณลักษณะของระบบ ที่พร้อมใช้ ทำงานต่อเนื่อง ดำรงสภาพความอยู่รอดในภัยคุกคาม เชื่อมโยงไปถึงความเชื่อมั่นในโครงการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี หากครบถ้วนตาม TOR มาตรฐานคะแนน 43.9 ถือเป็นการให้คะแนนร้อยเต็มร้อย สิ่งที่เพิ่มเติมคือกำไรและมีประโยชน์ต่อส่วนราชการ

ออฟเซ็ต 7,000 ล้านบาท

พล.ร.ต. ศราวุธ ชิยางคบุตร ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset) โครงการเรือฟริเกต กล่าวว่า การกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอจากต่างประเทศจะต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต่อเรือ กำหนดเป็นส่วนหนึ่งของทีโออาร์ เพื่อให้การจัดหาช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศควบคู่กับการได้ยุทโธปกรณ์

โดยกำหนดกรอบความต้องการไว้ 5 กลุ่ม ได้แก่ การลงทุนในประเทศไทย, การวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างเรือ, การพัฒนาทักษะบุคลากรไทย, การร่วมผลิตกับไทย และการใช้ประโยชน์จากแรงงาน วัสดุ และสินค้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

สำหรับเกณฑ์ขั้นต่ำ “มูลค่าแท้จริง” ในออฟเซตไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าโครงการ คือ การลงทุนและใช้จ่ายจริงเท่าใด มีที่มา รายละเอียดต้นทุน และมีตัวเลขทางบัญชี ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นลอย ๆ ซึ่งต้องมีมูลค่าเครดิตชดเชยไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของมูลค่าโครงการ ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ มูลค่าที่ใช้สะท้อนกิจกรรมและตอบเป้าหมายประเทศ จึงเป็น “เครดิตเชิงนโยบาย” ไม่ใช่เงินสดหรือเงินลงทุน ซึ่ง ทร. ไม่ได้ดูเพียงว่าเสนออะไร หรือเสนอเป็นเงินเท่าใด แต่ต้องเสนอแผนงาน ระยะเวลา เคพีไอ ผลลัพธ์ การติดตาม ความเสี่ยง และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงความพร้อมและประสบการณ์ในการส่งมอบออฟเซตทั้ง 2 ส่วน

พล.ร.ต. ศราวุธ กล่าวอีกว่า ทร. ยังวางแผนออฟเซตเรือฟริเกตลำที่ 2 โดยกำหนดให้เกิดการต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าเรือทั้งลำ

พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่า เกณฑ์ขั้นต่ำในการต่อเรือร้อยละ 20 ของโครงสร้างตัวเรือ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถสร้างเรือในประเทศได้ 100% ทั้งระบบเครื่องจักร ระบบอาวุธ และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่ง ทร. คาดหวังว่าจะผลิตระบบย่อย ๆ ได้ โดยหลายบริษัทกำลังดำเนินการ

ส่วนบริษัทที่เสนอว่าสามารถต่อเรือในประเทศได้ 100% มีรายละเอียดอย่างไร และทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งมีหลายมิติและองค์ประกอบ ถือเป็นจุดอ่อนไหว ที่ผ่านมาเคยปรากฏว่าไม่สามารถทำได้จริง ในแง่อุตสาหกรรมต่อเรือ เราหวังให้เป็นจุดตั้งต้น โดยผ่านการบังคับใช้ในสัญญา ส่วนมูลค่าออฟเซตและการเสนอเงินลงทุนเข้ามาในประเทศ ไม่ใช่ตัวเงิน 7,000 ล้านบาทที่ใส่เข้ามาในระบบทันที แต่มีต้นทุนของเขาและนำออฟเซตเข้ามา เป็นตัวเลขที่ซ้อนขึ้นมาอีกชั้น

ในขั้นตอนของ ทร. ภายหลังจบขั้นตอนอุทธรณ์แล้ว จะมีการลงนามออฟเซตอีกครั้ง ซึ่งจะมีผู้รับออฟเซตเหล่านี้ โดย ทร. ไม่สามารถรับทั้งหมด และบางส่วนก็ไม่ควรรับ ซึ่ง “ผู้ที่มารับ” จะต้องมีขีดความสามารถในการรับด้วย เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่แท้จริง โดยจะมีจุดที่จะต้องจบในส่วนของ ทร. ซึ่ง ทร. จะช่วยทำให้แข็งแรง และให้ผู้รับออฟเซตแข็งแรง ยืนได้ด้วยตัวเอง

ภายหลังลงนามสัญญาเรือฟริเกต ทร. จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับผู้ที่จะมารับออฟเซตอีกครั้ง โดยมีผู้ให้ ผู้รับ และผู้ควบคุมกำกับออฟเซต โดย ทร. จะเป็นผู้ตรวจรับ หากการส่งมอบไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจน โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ ทร. ภายหลังลงนามสัญญาแล้ว ให้จัดทำหลักเกณฑ์ออฟเซต ซึ่งจะต้องเสนอให้ ครม. รับทราบด้วย

Hanwha Ocean ได้รับการคัดเลือก ราคา 16,730 ล้านบาท

ขณะที่ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จำนวน 1 ลำ พร้อมระบบและอุปกรณ์ประจำเรือ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ภายในวงเงินไม่เกิน 17,000 ล้านบาท

จากการตรวจสอบและประเมินตามหลักเกณฑ์ทุกด้าน คณะกรรมการจ้างฯ มีมติคัดเลือกบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือ โดยบริษัทฯ เสนอราคาภายหลังการต่อรองเป็นเงินทั้งสิ้น 16,730,000,000 บาท ต่ำกว่าวงเงินโครงการ 270 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 1.6 โดยราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งปวงแล้ว

ประเทศได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากข้อเสนอขั้นสุดท้าย ภายหลังการต่อรอง บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. ได้ยืนยันข้อเสนอขั้นสุดท้าย โดยมอบผลประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่กองทัพเรือและประเทศไทย ประกอบด้วย แบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เพื่อใช้เป็นฐานองค์ความรู้และสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านการออกแบบและต่อเรือภายในประเทศ แบบยานผิวน้ำไร้คนขับ หรือ Unmanned Surface Vehicle: USV เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์และรองรับการปฏิบัติการทางเรือสมัยใหม่ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงองค์ความรู้และพัฒนาต่อยอดระบบสื่อสารทางยุทธวิธี หรือ Tactical Data Link และระบบอำนวยการรบ หรือ Combat Management System: CMS สิทธิและองค์ความรู้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการลดการพึ่งพาต่างประเทศ เปิดโอกาสให้กองทัพเรือสามารถปรับปรุง เชื่อมโยง และพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของไทยได้ในอนาคต รวมถึงช่วยวางรากฐานให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและบุคลากรไทยมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม

Offset ต้องเกิดผลจริงและตรวจสอบได้ นอกเหนือจากสมรรถนะของเรือ กองทัพเรือได้กำหนดนโยบายผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หรือ Offset Policy เป็นส่วนหนึ่งของ TOR โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทย การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การร่วมผลิต และการใช้แรงงาน วัสดุ สินค้าและบริการภายในประเทศ

ข้อเสนอของบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. มี มูลค่าการดำเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง หรือ Actual Value รวม 7,254,744,788.66 บาท คิดเป็นร้อยละ 43.36 ของมูลค่าโครงการ และมีมูลค่าเครดิตผลประโยชน์ตอบแทน หรือ Offset Credit Value รวมกว่า 53,650 ล้านบาท โดย Actual Value หมายถึงมูลค่าการลงทุนและค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นจริง ส่วน Offset Credit Value เป็นมูลค่าเครดิตที่คำนวณตามหลักเกณฑ์และตัวคูณของกิจกรรมแต่ละประเภท มิใช่จำนวนเงินที่บริษัทจะจ่ายให้แก่กองทัพเรือหรือรัฐบาลโดยตรง