หน้าแรก การเมือง ทส.-อว.ผนึกกำ...

ทส.-อว.ผนึกกำลังวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พัฒนาทรัพยากรมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก

19.09.26 | 11:42 น.

ทส.-อว.ผนึกกำลังวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน มุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก


วันที่ 18 กันยายน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดพิธีลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอว. และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีทส. เป็นผู้ลงนาม ในการนี้ มี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดทส. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดอว. ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) และคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จัดทำขึ้นโดยน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงให้ความสำคัญและทรงห่วงใยต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยทรงให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และจัดตั้งมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการัง การช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาสนับสนุนการทำงานของภาครัฐให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันต่อสถานการณ์ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุลและยั่งยืนและการมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก (Nature Positive)

Advertisement

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงอว.จะสนับสนุนและเชื่อมโยงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ นักวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมของหน่วยงานในระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาและขับเคลื่อนงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อโจทย์และปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย การบริหารจัดการ และการปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือในครั้งนี้ ครอบคลุมการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรองรับประเด็นสำคัญของประเทศ การจัดทำแผนงานหรือโครงการความร่วมมือร่วมกัน การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบหรือพื้นที่ปฏิบัติการ (Living Lab) เพื่อทดสอบและประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จริง การผลักดันและส่งเสริมการนำผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและกำลังคนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีองค์ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสม สามารถประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในระดับพื้นที่และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และขยายผลความร่วมมือไปสู่พื้นที่อื่นอย่างเหมาะสม

โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาแนวทางหรือมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภัยคุกคามและเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ อาทิ การอนุรักษ์พะยูน โลมาอิรวดี และการฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา 2.การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล อาทิ การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยเพื่อรับมือปัญหายูโทรฟิเคชัน และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน

และ 3.การลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวทางทะเลและการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลอย่างสมดุล โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาแนวทาง เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล อาทิ การจัดระเบียบและบริหารจัดการเรือท่องเที่ยว การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเล และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลที่คำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ

เพราะธรรมชาติที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งที่เรามี แต่คือการทำให้ฟื้นกลับมาแข็งแรงและให้ผู้คนสามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติภายใต้วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ทุกองค์ความรู้ ทุกงานวิจัย และทุกความร่วมมือ คือ พลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง เพื่อทะเลไทยที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน และเพื่อส่งต่อธรรมชาติที่ดีขึ้น สู่คนรุ่นต่อไป