หน้าแรก การเมือง ปลัดดีอี ชี้เ...

ปลัดดีอี ชี้เฟคนิวส์ ผ่านงบ 497 ล้านร่วม Tomorrow.io เปิดเว็บภูมิใจไทยข่าวเก่าปี 68

29.09.26 | 10:56 น.

ปลัดดีอี ชี้เฟคนิวส์ ผ่านงบ 497 ล้านร่วม Tomorrow.io เปิดเว็บภูมิใจไทยข่าวเก่าปี’68

 


จากกรณี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ Tomorrow.io บริษัท Climate Tech จากสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของไทยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยงบประมาณ 497 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 หวังยกระดับการพยากรณ์จากภาพรวมระดับจังหวัด สู่ข้อมูลละเอียดถึงระดับตำบลนั้น

อ่านข่าว – ไชยชนก เผย ครม.เคาะ 497 ล้านบาท ดึง Tomorrow.io พยากรณ์อากาศ แม่นยำระดับตำบล

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกรณีดังกล่าวผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า เรื่องดังกล่าว ตีว่าเป็น “เฟคนิวส์” ก็ได้ ดีอี จะมีหนังสือแจ้งบรรณาธิการข่าวทุกแห่งว่าข่าวที่ลงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ถ้าไม่แก้ไข จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพราะถ้าไม่ดำเนินการ เราก็มีความผิดเหมือนกัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีจะเป็นผู้ฟ้อง หรือกระทรวงจะเป็นผู้ฟ้อง นายพชรกล่าวว่า ต้องเป็นกระทรวง เพราะ Tomorrow.io ไม่มีมูลความจริงๆ ตนยังงงว่า กรมอุตุนิยมวิทยาลัยมีบทบาทหน้าที่พยาการณ์อากาศ บทบาทอีกด้านหนึ่ง คือ มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศร่วมกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นการพูดเกินความจริง กระทรวงดีอีกำลังเช็กต้นตอว่าข่าวนี้หลุดมาจากบรรณาธิการไหนเป็นที่แรก

ผู้สื่อข่าวถามว่า Tomorrow.io นี้ไม่ได้อยู่ในแผนของกรมอุตุฯ หรือกระทรวงดีอี ในการผลักดันเลย นายพชรกล่าวว่า “มันเป็นยี่ห้อและรายการ ไม่ได้อยู่แล้ว มันไม่มีอยู่แล้วในวิธีการตั้งงบประมาณ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโครงการที่จะซื้อข้อมูลจากบริษัทจากสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายพชรกล่าวว่า “ไม่มี มันมีไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้ามี คงไม่ผ่านสภาอยู่แล้ว ไม่มีทาง”

นายพชรกล่าวว่า จากที่เช็กในรอบปีที่ผ่านมา กรมอุตุฯร่วมกับหน่วยงานหลายแห่งในการพัฒนาระบบ ตัว Tomorrow.io ตนเข้าใจมาว่าก็มีการร่วมงานกัน ซึ่งอาจจะมีคนไปรายงานรัฐมนตรีว่าการดีอี ให้รับรู้ว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ

“เราไม่แน่ใจว่าข่าวลือมายังไง ไม่งั้นก็คงไม่เรียกข่าวลือ แต่ว่าการกระทำลักษณะนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย สร้างความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง ยอมรับไม่ได้” นายพชรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามข่าวรัฐมนตรีว่าการดีอีเป็นคนให้สัมภาษณ์เอง นายพชรกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการดีอีบอกให้ฟ้องเลย ทางกระทรวงขอเช็กที่มาที่ไปก่อนว่าเรื่อมจากตรงไหน ในเบื้องต้น เราจะแจ้งสำนักข่าวใหญ่ๆ ให้แก้ข่าวก่อน แต่ถ้าไม่ยอมแก้และไม่เอาออกเราคงมีความจำเป็นดำเนินการทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ โดยระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเห็นชอบ โครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยาและTomorrow.io ในการยกระดับการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติด้วยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าระบบมาตรฐานของต่างประเทศ

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว เป็นการใช้งานระบบดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของ Tomorrow.io ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ ที่ได้รับการยอมรับจาก NASA, U.S. Air Force, Bill & Melinda Gates Foundation และอีกหลายองกรชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยใช้การสังเกตการณ์จากดาวเทียมรุ่นใหม่ จำนวน 9 ดวง ที่มีระบบ Microwave Sounder ซึ่งสามารถสแกนบรรยากาศโลกได้ถี่ในระดับต่ำกว่าชั่วโมงต่อรอบ และสามารถส่งรายงานการประมวลผลด้วย AI ได้ในทุกๆ 15 นาที ทำให้สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็วเกี่ยวกับพายุ ปริมาณฝน น้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า กระแสลม และสภาพอากาศทางทะเล พร้อมกับการสร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ และนำมาบูรณาการสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาของประเทศ

“กรมอุตุนิยมวิทยาจำเป็นที่จะต้องยกระดับความสามารถในด้านการพยากรณ์อากาศ โดยการวิเคราะห์สภาพอากาศที่แม่นยำ และสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อการแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้แพลตฟอร์มของ Tomorrow.io ยังสามารถแปลงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อนให้เป็น ‘แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน’ เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป ใช้ในการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง โดยศักยภาพเหล่านี้จะยกระดับให้กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยงานศูนย์กลางของการเฝ้าระวังภัยพิบัติแห่งชาติ ช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน ดังนั้นตนจึงเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางในการดำเนินการต่อไป” นายไชยชนกกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในด้านการเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคตนั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรับมือ และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการวางระบบสำรองฉุกเฉิน ไว้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย