เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง–เลี้ยงปลาภาคตะวันออกบุกทำเนียบฯ ร้อง “นายกฯ” ช่วยพักหนี้ 1 ปี หลังน้ำท่วมเสียหายกว่า 70% ขอ เงินสินเชื่อ ซอฟต์โลนฟื้นบ่อ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ตัวแทนสมาคมกุ้งตะวันออกไทย (Thai Eastern Shrimp Association) นำโดยนายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอความอนุเคราะห์เสนอมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาภาระหนี้สินแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์อุทกภัย
สมาคมฯ ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและปลา โดยจากการประเมินความเสียหายในเบื้องต้น พบว่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เลี้ยงทั้งหมด ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้บ่อเลี้ยง ผลผลิต เครื่องจักร และอุปกรณ์ทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก เกษตรกรจำนวนมากสูญเสียรายได้ทันที และไม่สามารถประกอบอาชีพหรือฟื้นฟูบ่อเลี้ยงเพื่อเริ่มการผลิตในรอบถัดไปได้ในระยะเวลาอันใกล้
ทั้งนี้ ตัวเลขความเสียหายดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นในช่วงที่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง จึงคาดว่ามูลค่าและปริมาณความเสียหายอาจเพิ่มสูงขึ้น หลังสถานการณ์คลี่คลายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
วิกฤตดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจำนวนมาก ซึ่งมีภาระสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่างๆ ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระหนี้ตามงวดปกติได้ จึงขอความอนุเคราะห์นายกรัฐมนตรีประสานงานและขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เกษตรกรสามารถประคองอาชีพและผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้
สำหรับข้อเสนอสำคัญ ประกอบด้วย 1. พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู พร้อมขอให้คงสถานะเครดิตของเกษตรกรไว้เช่นเดิม 2. ปรับโครงสร้างหนี้และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นฟูบ่อเลี้ยงและระยะเวลาการจับผลผลิตในรอบใหม่ และ 3.จัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับปรับปรุงบ่อ ซื้อลูกกุ้ง อาหารสัตว์น้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงในรอบการผลิตใหม่
สมาคมกุ้งตะวันออกไทย ระบุว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำในภาคตะวันออกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพิจารณาและความร่วมมือจากรัฐบาล เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนให้กลุ่มอาชีพผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ ฟื้นฟูการผลิต และกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
ต่อมาเวลา 14.15 น. ตัวแทนสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยมี น.ส.สุวีรยา ทองพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมรับนำข้อเรียกร้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการต่อไป




