หน้าแรก การเมือง เจเศรษฐ์ ห่วง...

เจเศรษฐ์ ห่วงชาวภูเก็ตเสียสิทธิ เร่งถก ปภ.-คปภ. เคลียร์เกณฑ์เคลมประกันภัยพิบัติ

28.10.26 | 16:09 น.

เจเศรษฐ์ ห่วงชาวบ้านภูเก็ตหลุดสิทธิประกันภัยพิบัติ ถก ปภ.-คปภ.เคลียร์เกณฑ์สื่อสารชัด เข้าใจง่าย จ่ายไว

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมหารือร่วมกับนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเร่งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการรับความคุ้มครองตามโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ พร้อมกำชับให้สื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเข้าใจง่าย

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังจากลงพื้นที่จ.ภูเก็ตเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พบประเด็นที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับความเข้าใจของประชาชนต่อหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการรับสิทธิประกันภัยพิบัติ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงพลาดสิทธิหรือประสบปัญหาในการยื่นเคลม จึงเร่งเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือเป็นการด่วน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและสร้างความชัดเจนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน


“สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริง แต่กลับตกหล่นจากการรับสิทธิเพียงเพราะกรอกข้อมูลไม่ครบ หรือไม่เข้าใจว่าต้องใช้หลักฐานอะไร เมื่อเราลงพื้นที่แล้วพบประเด็นที่อาจเป็นอุปสรรคกับประชาชน ก็ต้องรีบประสานทุกหน่วยงานมาหารือเพื่อหาทางแก้ไข ไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ และต้องทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันมากที่สุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

คปภ.ชี้แจงว่า ผู้ยื่นคำร้องต้องแนบภาพถ่ายแสดงสภาพน้ำท่วมอย่างน้อย 1 ภาพ และไม่เกิน 3 ภาพ โดยขอความร่วมมือให้ถ่ายภาพที่เห็นตัวบ้านและความเสียหายอย่างชัดเจน กรณีบ้านมีเลขที่ ขอให้ถ่ายภาพให้เห็นทั้งตัวบ้านและเลขที่บ้านในภาพเดียวกัน ส่วนกรณีบ้านไม่มีเลขที่ ระบบมีช่องให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมรองรับไว้แล้ว สำหรับภาพถ่ายหลักฐาน กรณีน้ำท่วมให้แสดงสภาพน้ำที่ท่วมบริเวณบ้าน ส่วนกรณีน้ำป่าไหลหลากให้ถ่ายภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและพิจารณาสิทธิ

Advertisement

ในด้านคุณสมบัติ คปภ.ชี้แจงว่า โครงการประกันภัยพิบัติที่หารือครั้งนี้คุ้มครองเฉพาะผู้มีสัญชาติไทย โดยกรณีผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิต จะจ่ายเงินให้ทายาทตามหลักเกณฑ์ ส่วนกรณีทุพพลภาพ จะจ่ายให้ผู้ได้รับความคุ้มครองโดยตรง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ ส่วนการพิจารณาความเสียหาย ต้องแยกกรณีน้ำท่วมถึงตัวบ้าน ซึ่งพิจารณาตามหลักเกณฑ์บ้านที่ถูกน้ำท่วม กับกรณีน้ำล้อมบ้าน ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีผู้อยู่อาศัยจริงและได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลที่ชี้แจงไปสื่อสารต่อประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานใกล้ชิดประชาชน เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำเรื่องการกรอกข้อมูล การเตรียมหลักฐาน และการตรวจสอบสิทธิได้อย่างถูกต้อง ลดการยื่นเอกสารซ้ำ และไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเดินเรื่องหลายครั้ง ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนที่มีสิทธิเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันลดอุปสรรคในการดำเนินการ สื่อสารหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน และป้องกันไม่ให้ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิต้องตกหล่นจากระบบ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการแจ้งเคลมผ่านเว็บไซต์ ThaiNATCAT ได้ที่ https://thainatcat.org