‘รองโฆษกรัฐบาล’ โต้ ‘ภาวุธ’ เย้ยมาตรการลดค่า GP แค่ยาแก้ปวด-ไม่แก้ที่โครงสร้าง ชี้ ต้องลดต้นทุน ประคอง SME-ควบคู่ แก้ปมระยะยาว
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิจารณ์มาตรการลดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (ค่า GP) เป็นเพียงยาแก้ปวด ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ว่า รัฐบาลเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องปรับปรุงกติกาเศรษฐกิจแพลตฟอร์มให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ไม่ควรมองข้ามความสำคัญของมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กำลังแบกรับต้นทุนสูง โดยเฉพาะ SME และร้านอาหารรายย่อยที่มีอัตรากำไรจำกัด ซึ่งการเรียกมาตรการลดค่า GP ว่าเป็นเพียงยาแก้ปวด อาจมองข้ามความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนทุกวัน สำหรับร้านค้ารายเล็ก เงินค่าธรรมเนียมที่ลดลงหมายถึงสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสประคองธุรกิจให้อยู่รอด
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่ามาตรการลดค่า GP จะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการรวมประมาณ 1,930 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 6 เดือนสะท้อนให้เห็นว่าการลดต้นทุนในระยะสั้นสามารถช่วยบรรเทาภาระผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม และรัฐบาลต้องติดตามไม่ให้แพลตฟอร์มปรับเพิ่มค่าบริการประเภทอื่นมาชดเชย จนทำให้ร้านค้าไม่ได้รับประโยชน์ตามเป้าหมาย
นอกจากนั้นยังเดินหน้ายกร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อวางกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม เพิ่มความโปร่งใสด้านค่าธรรมเนียม และสร้างความสมดุลของอำนาจต่อรองระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้เลือกระหว่างการช่วยร้านค้ากับการแก้ปัญหาระยะยาว เพราะทั้งสองเรื่องต้องทำควบคู่กัน หากรอให้กฎหมายใหม่เสร็จก่อนจึงค่อยช่วยลดต้นทุน ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่สามารถประคองธุรกิจไปได้ จึงจำเป็นต้องแก้โครงสร้าง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยินดีรับข้อเสนอของนายภาวุธ เรื่องความโปร่งใสและอำนาจต่อรองของผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่ควรใช้ตัดสินนโยบายคือผลลัพธ์ ไม่ใช่เป็นมาตรการระยะสั้นหรือระยะยาว รัฐบาลต้องพิสูจน์ว่าร้านค้าเสียค่าธรรมเนียมลดลงจริง และมีแนวทางรองรับหลังครบ 6 เดือน สำหรับ SME ที่กำลังแบกรับต้นทุน การช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และการลดภาระในวันนี้ก็คือการรักษาโอกาสให้ธุรกิจเติบโตในวันหน้า“



