หน้าแรก การเมือง อภิสิทธิ์ เตื...

อภิสิทธิ์ เตือนรบ.อย่าหลงประเด็น ปัญหาวินัยคลัง คือรัฐสร้างหนี้ล้านล้าน ไม่ใช่เงินกองทุนสสส.

3.11.26 | 15:54 น.

‘อภิสิทธิ์’ แปลกใจ ไม่มี กม.จากรัฐบาลรื้อภาษีบาปตัดงบ สสส.มีแต่ของพรรคแกนนำ ชี้ทำ ก.คลัง ปวดหัวคิดภาษีสรรพสามิต ‘บุหรี่-เหล้า’ ให้ได้เท่าเดิม ย้ำปัญหาคือใช้ ‘แบงก์รัฐ’ สร้างหนี้ล้านล้าน ไม่ใช่เงินกองทุน สสส. ที่มีบทเฉพาะกาลวินัยการเงินการคลัง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ยกเลิกภาษีบาป หรือ Earmarked Tax เข้าสู่กองทุน สสส. ให้ไปใช้งบประมาณปกติ โดยอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังว่า จริงๆ เข้าใจว่านโยบายรัฐบาลมีการเขียนเรื่องการเอาเงินนอกงบประมาณเข้ามา ซึ่งเข้าใจจากสถานการณ์วิกฤตงบประมาณ แต่เป็นเรื่องแปลก เพราะคณะกรรมาธิการของตนได้นำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา จนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นกฎหมายจากรัฐบาล กลับกลายเป็นกฎหมายของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคแกนนำเท่านั้นเอง

“ที่เราทำความเข้าใจในกรรมาธิการ คือ ปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้เกิดจากตัวนี้ และวันที่เขาทำกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ถึงได้มีบทเฉพาะกาลว่า สิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้เป็นปัญหาก็สามารถดำเนินต่อไปได้ จริงๆ ปัญหาเรื่องวินัยการเงินการคลังตอนนี้ ควรไปดูเรื่องที่รัฐบาลมักใช้ธนาคารของรัฐหรือองค์กรต่างๆ ของรัฐใช้งบประมาณมหาศาลที่ตอนนี้เป็นหนี้อยู่ล้านล้านบาท นั่นต่างหากที่เป็นเรื่องเร่งด่วนวินัยทางการเงินการคลัง” นายอภิสิทธิ์กล่าว


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนองค์กรทั้งหลายที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกตรวจสอบอยู่ เห็นว่าการตรวจสอบทุกคนต้องยอมรับ แต่ดูแล้วอาจจะแก้ปัญหาเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณหรือการจัดสรรเงินทุน อย่างกรณีของ สสส. ก็ควรไปแก้เรื่องกลไกการตรวจสอบ หรือมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลมากกว่าพูดเรื่องที่มาของแหล่งรายได้ขององค์กร

เมื่อถามว่ามองการแก้ไขเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่องานสร้างเสริมสุขภาพอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความมั่นคงของงานสร้างเสริมสุขภาพ ในฐานะคนเริ่มต้นเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตอนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัย นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี คือ 1.เราต้องการให้มีความมั่นคง คนทำงานมั่นใจว่า จะมีเงินที่มาสนับสนุนการทำงานทางด้านนี้ และ 2.เราต้องการการทำงานที่หลุดออกไปจากกรอบของราชการ อาศัยภาคประชาชนมาขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ

“ดังนั้น ถ้าไปเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงบประมาณปกติ จะมีความสุ่มเสี่ยงกระทบต่องานเหล่านี้ค่อนข้างมาก ยังไม่นับรวมกระทรวงการคลังต้องปวดหัวว่าต้องไปคำนวณภาษีสรรพาสามิตอย่างไรไม่ให้ไปเปลี่ยนแปลงภาระของบริษัทเหล้า บุหรี่ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเลิกตัวนี้ไป แล้วไปใส่ในภาษีสรรพาสามิตต้องไปคำนวณให้ได้ว่าทำอย่างไรถึงจะเก็บได้เท่าเดิม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

Advertisement