มติครม. ไฟเขียว เพิกถอนพื้นที่อุทยาน เกาะช้าง และ เกาะใกล้เคียง 79 ไร่ ให้กรมชลสร้างอ่างเก็บน้ำ
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และเกาะใกล้เคียง บางส่วนในท้องที่ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้ง ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีสาระสำคัญดังนี้
1. ร่างพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และเกาะใกล้เคียง บางส่วนในท้องที่ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด พ.ศ. …. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ มีสาระสำคัญเป็นการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และเกาะใกล้เคียง บางส่วน เนื้อที่ประมาณ 79 ไร่ 40 ตารางวา ในท้องที่ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ออกจากการเป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้กรมชลประทานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวในบริเวณดังกล่าว (กรมชลประทานได้รับจัดสรรงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2569 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แล้ว) ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เป็นแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร และบรรเทาอุทกภัยทางด้านท้ายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 เห็นชอบในหลักการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากการเป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเห็นชอบด้วยแล้ว
2. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติดังกล่าวตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชนในการกำหนดพื้นที่ การขยาย และการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ พ.ศ. 2564 โดยผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เห็นด้วย (ร้อยละ 77.78) ประกอบกับกรมการปกครองได้ตรวจสอบความถูกต้องของท้องที่การปกครองและแนวเขตการปกครองที่ปรากฏในแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 (เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีการตราร่างกฎหมายหรือร่างอนุบัญญัติที่ต้องจัดให้มีแผนที่ท้าย) ด้วยแล้ว
3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบ/ไม่ขัดข้องในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้ โดยกระทรวงมหาดไทยมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ขอให้ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรให้ความสำคัญในเรื่องการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ตลอดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำรวมถึงภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ โดยจัดหามาตรการหรือแนวทางฟื้นฟูป่า ตลอดจนดำเนินโครงการเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศให้มากที่สุด สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเห็นว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติเกาะช้างดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) กลุ่มที่ 2 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบผลการปรับปรุงแผนที่ฯ แล้ว นอกจากนี้ สำนักงบประมาณแจ้งว่า กรมชลประทานได้รับจัดสรรงบประมาณในการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำดังกล่าวตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – พ.ศ. 2569 จำนวน 207.77 ล้านบาท และปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 46.57 ล้านบาท ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ และเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว จะได้ดำเนินการตรวจ พิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป



