หน้าแรก การเมือง ฝ่ายค้านโวย ร...

ฝ่ายค้านโวย ริบอำนาจปธ.กมธ. รุมซัดเดือด ‘โสภณ’ ‘อภิสิทธิ์’เตือนส่อขัดรธน. ‘ปชน.’ฉะสีน้ำเงินกินรวบ

4.11.26 | 06:20 น.
ฝ่ายค้านโวย

ฝ่ายค้านโวย ริบอำนาจปธ.กมธ. รุมซัดเดือด’โสภณ’ ‘อภิสิทธิ์’ เตือนส่อขัดรธน. ‘ปชน.’ฉะสีน้ำเงินกินรวบ ไอติมยันไม่ยื่นถลกม.152 ‘อนุทิน-เชน’โชว์ปึ้กรบ.4ปี ทักษิณหลุดเกณฑ์นิรโทษ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 (ครม.สัญจร) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ให้สัมภาษณ์กรณีร้องเพลง “ใช่เลย” ที่งานเลี้ยงอาหารค่ำก่อนการประชุมครม. มีเนื้อหาว่า “70 กำลังดี” หมายความว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาเพิ่มแล้วใช่หรือไม่ว่าเป็นการกระชับมิตรตามธรรมเนียม ครม.สัญจร ย้ำชัดไม่มีการส่งสัญญาณหรือต่อรองใดๆ ปัจจุบันพรรคร่วมมีเสถียรภาพแข็งแกร่ง

“กลไกใดๆก็ตามที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลก็ไม่ปิดทางเลือก ทั้งหลายทั้งปวงจะต้องเกิดจากความเข้าใจอันดีกับทุกฝ่าย เราไม่ทำเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง หรือทำไปเพื่อประโยชน์ของความมั่นคงของตำแหน่งนายกฯของตนเลย ตนเลยจุดนั้นไปแล้วแน่นอน สิ่งที่ตนจะทำคือและความร่วมมือของคณะรัฐมนตรีทุกท่านของพรรครัฐบาล ที่เป็นองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีชุดนี้มีเป้าหมายเดียวคือความผาสุกของบ้านเมืองความสงบความสันติความเจริญคุณคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” นายอนุทินกล่าว


ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคพท.กล่าวว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังไทยเพิ่งผ่านงานระดับโลกอย่างการประชุม IMF-World Bank มาได้อย่างสมเกียรติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพเพื่อเดินหน้าโครงการระยะยาวและอยู่จนครบเทอม 4 ปี

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า ฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าหมุดหมายสำคัญขณะนี้ คือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ตั้งใจที่จะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าปัญหาที่เผชิญอยู่ เศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพ น้ำท่วม หรือโอกาสเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางการงาน ล้วนมาจาก ต้นตอพฤติกรรม พยายามกินรวบ ทุกสถาบันทางการเมือง หรือเข้าไปพัวพันกับคดีการทุจริต และยังเป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านมีความพร้อมที่จะซักฟอกทั้งเนื้อหาและข้อมูลหลักฐาน

วันเดียวกันนายพริษฐ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าพรรคฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่า หมุดหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานช่วงเวลานี้ คือการเดินหน้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เป็นวาระที่ตั้งใจจะใช้อย่างเต็มที่ เวลานี้มีความพร้อมแล้วทั้งด้านเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน และการจัดสรรเวลาระหว่างผู้อภิปราย แต่เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ถูกขยับไปเป็นช่วงต้นเดือนธันวาคม จะใช้เวลา 1 เดือนที่เหลืออยู่จับตาและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำของรัฐบาลที่อาจไปซ้ำเติมปัญหาเดิม แทรกแซง ปกปิดหลักฐาน หรือก่อปัญหาใหม่ที่เพิ่มความไม่น่าไว้วางใจ

Advertisement

“แม้การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ฝ่ายค้านยังมีสิทธิในการเสนอ เพิ่มเติมจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แต่วันนี้ฝ่ายค้านเรามีข้อสรุปตรงกันว่าเราจะยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการตามกลไกดังกล่าว หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทางเรายังคงมีโควตาตามรัฐธรรมนูญที่จะเสนอญัตติดังกล่าวได้ 1 ครั้ง ก่อนจะปิดสมัยประชุมในช่วงสิ้นปี” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ซึ่งเหมือนเป็นการปิดทางอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายค้าน ว่า
เป็นการทำลายกลไกตรวจสอบ เพราะจะเปิดช่องให้ ส.ส. รัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมาก รวมหัวกันโหวตคว่ำการตรวจสอบเรื่องสำคัญ เช่น คดีโกง ส.ว. หรือทุจริตท้องถิ่น ชี้พฤติกรรมดองเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. และนายกฯ ไม่เคยมาตอบกระทู้ กำลังเปลี่ยนสภาให้กลายเป็นเพียง “สาขาย่อยของรัฐบาล” และส่อเค้าว่า “สีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด” เข้าข่ายความพยายามที่สีน้ำเงินจะกินรวบทุกสถาบันทางการเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญทั้ง 35 คณะ ว่า ถ้าไปตีกรอบเอาไว้แบบนี้ ถ้าถามว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย การตรวจสอบหรือการทำงานของสภาก็ทำต่อไม่ได้ ถือว่าผิดเจตนารมณ์ของกลไก ทั้งนี้ ฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าได้กลัวการตรวจสอบ ถ้าสิ่งที่ท่านทำอยู่ ถูกต้องโปร่งใสก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเรื่องการตรวจสอบ ตรงกันข้ามถ้าการตรวจสอบทำให้ท่านสามารถแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนั้นมีเหตุมีผล มันดีอยู่แล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง ถ้าการตรวจสอบโดยฝ่ายค้านหรือเสียงข้างน้อย ทำเหลวไหล ฝ่ายค้านก็เสียหายเอง จึงขอให้กลไกได้ทำงานไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาธิปไตย

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่า การยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ยังไม่มีการสรุปส่งมายังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่ ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมาย คดีทุจริตและคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรม ส่วนข้ออ้างของทนายความว่าเป็นคดีสืบเนื่องจากการรัฐประหารนั้น ต้องรอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาในแง่กฎหมายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง