ศิริโชค ชี้คดีฮั้วสว. ทำกกต.ดิ้นหลังชนฝา มองประตูศาลฎีกาเปิด สะเทือนระบอบสีน้ำเงิน เสี่ยงถึงยุบพรรค
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า กกต. ดิ้นหลังชนฝา หรือการดิ้นเฮือกสุดท้ายของระบอบสีน้ำเงิน? คดีฮั้วเลือก สว. ไม่ได้มีเพียงสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากที่ถูกกล่าวหา แต่ยังมีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ถูกขนานนามว่า “ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย” และถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงในพรรค รวมถึงรัฐมนตรีและแกนนำพรรคอีกหลายคน
ชื่อเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งถูกโยงเข้ามาภายหลัง แต่ปรากฏอยู่ในสำนวนไต่สวนร่วมของ กกต. และ DSI ซึ่งเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ ผลของคดีอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เก้าอี้ สว. แต่อาจสั่นสะเทือนไปถึงแกนนำระบอบสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย และรัฐบาลทั้งคณะ หากพบเหตุยุบพรรคตามกฎหมาย
นายศิริโชค ระบุว่า แต่เมื่อสำนวนมาถึง กกต. ชุดใหญ่ กลับมีมติไม่ส่งฟ้องนายอนุทิน นายเนวิน และแกนนำพรรคหลายคน พร้อมยืนยันว่าคำวินิจฉัยของตนเป็นที่สุด! คดีที่อาจสะเทือนถึงรัฐบาล จึงมาถึงจุดที่ต้องถามว่ามติของ กกต. จะเป็นคำตอบสุดท้ายจริงหรือ? วันนี้กลุ่ม สว.สำรองได้นำข้อโต้แย้งเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแล้ว หากศาลมีอำนาจตรวจสอบและพบว่ามติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจเปิดทางให้ข้อกล่าวหาที่ถูกยกไปกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
และหากพิสูจน์ได้ว่ากรรมการ กกต. คนใดจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา จากผู้มีอำนาจชี้ชะตาคดี ก็อาจกลายเป็นผู้ต้องเผชิญคดีอาญาเสียเอง นี่อาจไม่ใช่เพียงการดิ้นของ กกต. แต่เป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของระบอบสีน้ำเงิน เพราะหากคดีนี้เดินหน้าจนพิสูจน์ความผิดของแกนนำและนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยได้ ก็อาจหมายถึงจุดสิ้นสุดของระบอบสีน้ำเงินที่ครองอำนาจอยู่ในวันนี้
กกต. อาจปิดสำนวนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปิดประตูศาลฎีกาได้ ตราบใดที่ประตูศาลยังเปิดอยู่ ความหวังของประชาชนก็ยังไม่สิ้นสุด ศาลฎีกาที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน และความหวังสุดท้ายของประเทศ!



