หน้าแรก การเมือง รัฐบาล เดินหน...

รัฐบาล เดินหน้า 3 ขอ ปลดล็อกเงินชราภาพประกันสังคม เปิดทางผู้ประกันตน เพิ่มทางเลือกทางการเงิน

8.11.26 | 10:54 น.

รัฐบาล เดินหน้า 3 ขอ ปลดล็อกเงินชราภาพประกันสังคม เปิดทางผู้ประกันตน เพิ่มทางเลือกทางการเงิน

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” ได้แก่ “ขอเลือก ขอคืน ขอกู้” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตน ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนที่ต้องการมีทางเลือกในการบริหารเงินออมเพื่อวัยเกษียณ และสามารถเข้าถึงเงินบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์จำเป็น

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า หัวใจสำคัญของมาตรการนี้ คือ “เงินออมเพื่อวัยเกษียณ ไม่ควรเป็นเพียงหลักประกันในวันข้างหน้า แต่ควรมีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยประคองชีวิตในวันที่ประชาชนเผชิญวิกฤตด้วย” โดยร่างกฎหมายกำหนดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. “ขอเลือก” เลือกอนาคตการเงินได้ด้วยตัวเอง เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และเข้าเงื่อนไขอายุหรือการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินชราภาพเป็น “บำนาญรายเดือน” หรือ “บำเหน็จเงินก้อน” เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและแผนชีวิตของแต่ละคน


2. “ขอคืน” ยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ต้องรอถึงวัยเกษียณ กรณีเกิดวิกฤตหรือภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างร้ายแรง ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนถึงเกณฑ์ปกติได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองชีวิตในช่วงเวลายากลำบาก

3. “ขอกู้” เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน โดยใช้สิทธิเงินชราภาพเป็นหลักประกันผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถนำเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

”ทั้งนี้ การใช้สิทธิขอคืน และขอกู้ รวมกัน ต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสมทบกรณีชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือในปัจจุบันกับความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ“ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

Advertisement

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลและกระทรวงแรงงานจะผลักดันให้การปรับปรุงกฎหมายเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมคำนึงถึงความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมและสิทธิประโยชน์ระยะยาวของผู้ประกันตน

“รัฐบาลรับฟังเสียงของผู้ประกันตน และกำลังผลักดันให้ข้อเรียกร้องกลายเป็นสิทธิที่จับต้องได้ เพราะเงินประกันสังคมไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่เป็นหลักประกันชีวิตของคนทำงานและครอบครัว การเพิ่มทางเลือกจึงต้องตอบโจทย์ทั้งวันที่ประชาชนเดือดร้อน และวันที่ประชาชนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่า มาตรการ “3 ขอ” ยังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย ผู้ประกันตนจึงยังไม่สามารถใช้สิทธิใหม่ได้ในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีผลใช้บังคับก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันระบบประกันสังคมให้มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม และตอบสนองต่อความจำเป็นของคนทำงานทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง