หน้าแรก การเมือง ปชน.ยก 5 ข้อ ...

ปชน.ยก 5 ข้อ ซัด ‘โสภณ’ ติงไม่เป็นกลาง-เอื้อผู้มีพระคุณ สกัดกมธ.ตรวจสอบรัฐบาล

9.11.26 | 06:01 น.

ปชน.ยก 5 ข้อ ซัด ‘โสภณ’ ติงไม่เป็นกลาง-เอื้อผู้มีพระคุณ สกัดกมธ.ตรวจสอบรัฐบาล เร่งแก้รธน.ปมองค์กรอิสระ ภท.ชี้เรียกอนุทินแจงเสี่ยงผิด โวยใช้อำนาจเกิน-ไร้หลักฐาน

 

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 7 ต่อ 0 เสียง ให้ดำเนินการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียก พ.ศ.2568 ต่อนายกรัฐมนตรี ตามที่กล่าวหาว่านายกฯหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อกมธ.ฯ ว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายและอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 มีประเด็นสำคัญคือ ข้อเท็จจริงปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ประสานอธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อกมธ.ฯ แต่อธิบดีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ได้มีหนังสือชี้แจงเหตุจำเป็นดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ดังนั้น จึงมีข้อสงสัยว่าการไม่เข้าร่วมประชุมของอธิบดี เป็นเหตุจำเป็นที่สมควร หรือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำเรียกของกมธ. ซึ่งการนำเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมมาเป็นข้อสรุปว่าผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการ อาจเป็นการตีความเกินขอบเขตและไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรองรับ


ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จดหมายเปิดผนึกจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน มีการเขียนทิ้งท้ายไว้ว่าประธานสภา มีหน้าที่ต่อสภาและประชาชนทุกฝ่าย ไม่ใช่ต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อรักษาความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ เกียรติภูมิของฝ่ายนิติบัญญัติ ให้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างเข้มแข็งและถูกต้องตามกฎหมาย ตนเห็นด้วยกับประโยคนี้ แต่กลับเห็นว่านายโสภณกำลังดำเนินการที่สวนทางกับหลักการในประโยคดังกล่าว คือ 1.เห็นชอบกับแนวทางการดำเนินงานของกมธ.สามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ เช่น การบรรจุวาระ การเชิญผู้ชี้แจง ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะกระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของกมธ.โดยเฉพาะเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เปิดช่องให้ส.ส.รัฐบาล เสียงข้างมากในกมธ.ร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้กมธ. ตรวจสอบเรื่องที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า 2.ปิดประตูไม่ให้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ซึ่งภาคประชาชนได้มีการรวบรวมรายชื่อไปแล้ว 59,503 คน ได้เข้าสู่การพิจารณาในสภาด้วยการวินิจฉัยว่าร่างดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตที่ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 (3) เนื่องจากมีหลักการไม่เป็นไปตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย 3.ดองคำร้องที่ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน และส.ว. บางส่วน ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อให้ประธานรัฐสภาส่งต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะมาไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงก่อให้เกิดคำถามว่าความล่าช้าในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว เป็นเพราะคำร้องในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวที่มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า ปฏิเสธที่จะนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ยังไม่เคยมีการประชุมแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เปิดสมัยประชุมนี้ในวันที่ 25 สิงหาคม เพื่อพิจารณา 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่พรรคประชาชนเสนอเข้าสู่สภาตั้งแต่ 7-8 เดือนที่แล้ว เกี่ยวกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรอิสระ ให้ไม่เป็นอิสระจากประชาชน และ 5.ปล่อยให้เกิดความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการบริหารหน่วยของรัฐสภาไทยสำหรับการดำเนินกิจการในเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องถูกรับรองในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่ยังไม่มีการนัดตามข้อ 4 ซึ่งทำให้ขาดพื้นที่สำหรับทุกฝ่ายทั้ง

Advertisement