ไอซ์ รักชนก ซัดแรง เกมการเมือง ภท. สกัดอำนาจ กมธ. จนรีบแก้ปัญหาสารหนูแม่น้ำสายไม่ได้ ฉะบ้าอำนาจ คิดแต่จะเอาชนะฝ่ายค้าน
จากกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย ยื่นประธานสภาฯ พิจารณาวินิจฉัยและกำหนดแนวทางเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เนื่องจากมองว่า กมธ.บางคณะอาจมีประเด็นซ้ำ
ต่อมา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของ กมธ.สามัญ ทั้ง 35 ชุด ของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมมีแนวทางดำเนินงานเบื้องต้น 4 ข้อคือ 1.การตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของ กมธ. มิอาจตีความขยายขอบเขตอำนาจจนซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของ กมธ.คณะอื่นได้ 2.การนัดประชุมของกมธ. ให้กำหนดโดยมติที่ประชุมกมธ.ในการประชุมนัดแรก เพื่อกำหนดการประชุมกมธ.ประจำสัปดาห์ ประธานกมธ.มีอำนาจนัดประชุมเป็นพิเศษได้ เมื่อเห็นสมควรหรือเร่งด่วน โดยมิใช่การนัดประชุมต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ 3.ประธานกมธ.ไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมที่กำหนดโดยมติที่ประชุมได้ แม้ประธาน กมธ.มีอำนาจบรรจุวาระได้ แต่มิได้หมายความว่าจะใช้อำนาจอย่างไม่มีข้อจำกัด และ 4.การใช้อำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารของกมธ. ต้องอาศัยมติที่ประชุมกมธ.เท่านั้น
กระทั่ง นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร สะท้อนปัญหา กมธ.ปภ.ไม่สามารถตั้งเรื่องด่วน แก้ปัญหาสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำสาย เหตุติดคำสั่งนายโสภณนั้น
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เร่งด่วนและสำคัญกับชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนับแสน แต่ กมธ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่มีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นประธาน กลับไม่สามารถที่จะเร่งบรรจุวาระนี้เพื่อพิจารณาในกรรมาธิการได้
เราแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ เพราะเกมการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่พยายามจะสกัดอำนาจการตรวจสอบของกรรมาธิการ เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านมีเครื่องมือใดใดตรวจสอบรัฐบาลเลย จึงเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ให้ประชุมได้ยากขึ้น
คิดแต่จะเอาชนะฝ่ายค้าน จนหลงลืมว่าเครื่องมือนี้ก็เอาไว้ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน
บ้าอำนาจ เลือดเย็น อำมหิต สิ้นคิด โง่เขลา



