Wolfgang’s Steakhouse Thailand (วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์)
ร้านดังจากนิวยอร์ก สเต๊กชิ้นใหญ่ยักษ์เป็นกิโล
โครงการ One Bangkok (วัน แบงค็อก) ถนนวิทยุและถนนพระราม 4 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มาบัดนี้ยังไม่ถึงปี มีร้านอาหารนานาชาติและคาเฟ่เพิ่มขึ้นมามากมาย ไปชิมได้เป็นเดือนไม่ซ้ำกัน
มีข่าวดีมาบอก Wolfgang’s Steakhouse (วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์) ร้านสเต๊กเฮาส์ชื่อดังของนิวยอร์กที่มีอยู่ทั่วโลก (ในเอเชียที่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น) ได้มาเปิด สาขาที่ 40 สาขาแรกในประเทศไทย บนชั้น 3 ของ The Storeys Building ที่ One Bangkok สมควรอย่างยิ่งที่เหล่าบรรดาสมาชิกชมรมคนชอบกินเนื้อต้องมาลิ้มลองเมนูโด่งดังตลอดกาล คือพอร์ตเตอร์เฮาส์ สเต๊ก (Porterhouse Steak) ชิ้นใหญ่ยักษ์เป็นกิโล
ก่อนอื่นสำหรับใครที่เพิ่งมาเยือน One Bangkok แนะว่าให้ลงไป ชั้น B2 จอดรถที่โซนสีเหลือง จะขึ้นมาที่โซน The Storeys ได้โดยตรงนะจ๊ะ โดยมาที่ชั้น 3 เดินไปทางร้าน Tonkatsu Aoki และเปิดประตูออกไปด้านนอกกลางแจ้ง ก็จะเห็นร้าน Wolfgang’s Steakhouse (วูล์ฟแกงส์สเต๊กเฮาส์) ตั้งอยู่สุดทางฝั่งตรงข้ามร้านเดียวโดดๆ ถ้ามาลิ้มลองตอนมื้อเย็นจะเห็นวิวสวนวิวกรุงเทพฯยามค่ำคืนสวยงามมาก (ถ้าฝนตก ก็มีร่มจัดไว้ให้ตรงประตูทางออกนะจ๊ะ)
ตัวร้านตกแต่งอย่างเนี้ยบหรูหรา สวยงามคลาสสิกผสมความเนี้ยบทันสมัยเหมือนอยู่ที่นิวยอร์ก จะมากันกรุ๊ปเล็กกรุ๊ปใหญ่ได้ทั้งนั้น แต่งตัวโก้เก๋ แต่ไม่ถึงกับเป็นทางการ
ผู้ก่อตั้งร้านนี้คือ คุณวูล์ฟแกง ชวีเนอร์ (Wolfgang Zwiener) มีประสบการณ์อยู่ในวงการสเต๊กในกรุงนิวยอร์กมานานกว่า 40 ปี และมาเปิด Wolfgang’s Steakhouse สาขาแรกที่ย่าน Park Avenue แมนฮัตตัน ใจกลางกรุงนิวยอร์ก เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

ใครๆ มาที่วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์ก็เพราะสเต๊กเมนูซิกเนเจอร์ชื่อดัง พอร์ตเตอร์เฮาส์ (Porterhouse) ชิ้นใหญ่ 1 กิโลขึ้นไป สั่งกันแทบทุกโต๊ะ ซึ่งเนื้อส่วนพอร์ตเตอร์เฮาส์ (Porterhouse) คือสเต๊กที่มีกระดูกเป็นรูปตัว T คั่นกลางระหว่าง สตริ๊ปลอยน์ (Striploin หรือ New York Strip) หอมมัน และ สันใน (Tenderloin) นุ่มๆ คล้ายกับสเต๊กทีโบน (T-Bone) แต่จะมีขนาดของชิ้นที่ใหญ่และหนากว่ามาก อีกทั้งมีส่วนของสันในนุ่มๆ เยอะกว่า (กว้างอย่างน้อย 1.25 นิ้ว) และหนากว่า
ที่วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์คัดสรรเนื้อของอเมริกา แบล๊ก แองกัส (Black Angus) เกรดสูงสุด USDA Prime นุ่มหอมสุดๆ โดยนำเข้ามาทางเครื่องบิน เป็นเนื้อควบคุมอุณหภูมิแช่เย็น (ไม่แช่แข็ง) และนำมาดรายเอจ (dry-aged) หรือบ่มที่ร้านเป็นเวลานาน 28 วัน เพื่อดึงรสชาติความหอมให้มากยิ่งขึ้น เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วโลก
ซึ่งเชฟใหญ่ประจำร้านคือเชฟชาวไทยชื่อว่า Kenny จะย่างเนื้อด้วยเตา broiler ความร้อนสูงพิเศษ ทำให้ผิวเนื้อด้านนอกกรอบหอมสีน้ำตาลเข้ม ขณะที่ด้านในยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ เวลาเคี้ยวจะรู้สึกได้ทุกคำกลืนทีเดียว ซึ่งจะปรุงด้วยเกลือเท่านั้น
โดย Porterhouse Steak มีให้เลือกถึง 3 ขนาด 1-1.5-2 กิโลกรัม สำหรับ 2-3-4 คน (5.500-8,250-11,000 บาท++) แต่คิดว่าขนาด 1 กิโล คนไทย 3-4 คนแบ่งกันสบายๆ เพราะยังมีเครื่องเคียงและเมนูอร่อยอีกหลายอย่าง
ตัวสเต๊กจะเสิร์ฟมาในจานกระเบื้องใหญ่ร้อนฉ่าควันฉุย น้ำของเนื้อจะผสมกับซอสที่ทำจากเนย clarified butter หอมสุดๆ ซึ่งพนักงานจะคีบเนื้อทยอยเสิร์ฟให้พวกเราแต่ละคน ส่วนของเนื้อสันในนุ่มเนียนหนาถูกใจมากๆ เนื้อ
สตริ๊ปลอยน์ก็หอมมันกำลังดี แนะนำว่าให้สั่งความสุกแบบมีเดียมแรร์ (Medium rare) ด้านในยังเป็นสีแดงอยู่ ซึ่งความร้อนของจานและซอสเนยจะทำให้เนื้อค่อยๆ สุกเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยด้วย
เนื้อชั้นเลิศอย่างนี้ให้จิ้มแค่เกลือ ซึ่งมีทั้งเกลือทะเล (Sea salt) และเกลือหิมาลายันสีชมพู ช่วยชูกลิ่นรสหอมๆ ของสเต๊กได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่ร้านยังมีซอสจิ้มอเนกประสงค์อยู่ในขวดแก้ว คิดค้นโดยผู้ก่อตั้ง เรียกว่า ซอสโอลด์แฟชั่น (Wolfgang’s Old Fashioned Sauce) เชฟเคนนี่บอกว่ามีซอสมะเขือเทศผสมกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล (Apple cider vinegar) รสเปรี้ยวหอมนิดๆ อมหวาน เอาไว้ลองจิ้มเนื้อก็ได้นะจ๊ะ
ส่วนเครื่องเคียงมีให้เลือกถึงกว่า 10 อย่าง แค่มันฝรั่งก็มี 4 แบบแล้ว เราเลือก มันบด (Mashed Potatoes) (320 บาท++) (320 บาท++) ผักโขมใส่เนย (Creamed Spinach) (320 บาท ++) ที่นุ่มหอมมาก หน่อไม้ฝรั่งย่าง (Grilled Asparagus) (420 บาท ++) เผาในเตาเผา และที่ชอบมากอีกอย่างคือ ล็อบสเตอร์แม็กแอนด์ชีส (Lobster Mac N’ Cheese (490 บาท++) มักกะโรนีอบชีส 4 ชนิดทั้งปาร์เมซาน เชดดาร์ มอซซาเรลล่า และ Gouda (อ่านได้ทั้งกูด้า เกาด้า ฮาวด้า) และมีเมนล็อบสเตอร์ (Maine lobster) เป็นชิ้นๆ อยู่ด้านบน

คืนนั้นเรายังสั่ง ฟิเลต์มิญง Prime Petite Filet Mignon (250 กรัม 2,750 บาท++) มาด้วย เพื่อลิ้มลองส่วนสันในนุ่มๆ เพิ่มเติม ซึ่งที่ร้านยังมี นิวยอร์กเซอร์ลอยน์ (600 กรัม 3,400 บาท++) และ ริบอายสเต๊ก (900 กรัม 4,500 บาท++) ให้เลือกอีกต่างหาก แนะนำว่าคนไทยควรแบ่งกัน 2 คนเช่นกัน

ใครไม่กินเนื้อก็มี Lamb Chops (800 กรัม 3,800 บาท++) เป็นแกะจากนิวซีแลนด์ และปลาต่างๆ เช่น แซลมอน ปลาหิมะ และเยลโล่ฟินทูน่า รวมถึงเมนล็อบสเตอร์ยักษ์ (ขนาด 3 ปอนด์ 5,800 บาท++) ด้วย

ความจริงของอร่อยอื่นๆ มีอีกเพียบ จานเรียกน้ำย่อยต้องสั่ง วูล์ฟแกงส์แคร็บเค้ก (Wolfgang’s Crab Cake) (700 บาท++) ใส่ทั้งก้ามปูม้ากับเนื้อกรรเชียงปู ผสมเกล็ดขนมปัง และไข่แดงเล็กน้อย ไม่ผสมแป้งเลย เวลากัดได้เนื้อปูเต็มคำ จิ้มกับซอสทาร์ทาร์ใส่แตงดองที่เอง เมนูนี้ห้ามพลาดเลยนะจ๊ะ และมี Sizzling Bacon (480 บาท++) เบคอนชิ้นยาวมากๆ หนาๆ ทำจากหมูดำเบิร์กเชอร์ (Berkshire) รมควันจนมีกลิ่นหอม เสิร์ฟมาในจานร้อนฉ่า

ส่วนซุปก็ห้ามพลาดเช่นกัน ที่ต้องสั่งมี 2 อย่าง คือ ล็อบสเตอร์บิสก์ (Lobster Bisque) (620 บาท++) ใช้เมนล็อบสเตอร์ (Maine lobster) จากอเมริกาแบบสดๆ เป็นๆ ทำจากล็อบสเตอร์ล้วน ไม่ผสมกุ้ง ใช้เวลาเคี่ยวนาน 2 วัน ข้นๆ ครีมๆ หอมๆ อร่อยมาก

อีกทั้ง ซุปหัวหอมฝรั่งเศส (French Onion Soup) (560 บาท++) ทำจากน้ำสต๊อกเนื้อ น้ำสต็อกไก่และไวน์แดง เป็นซุปหัวหอมที่เบาๆ แต่รสชาติเข้มหอม ได้ความหอมหวานของหัวหอม โปะหน้าด้วยขนมปังบาแก็ตอบชีสกรูแยร์ (Gruyere) และมอซซาเรลล่า นอกจากนี้ ยังมีซุปประจำวัน โดยวันจันทร์-วันพุธ จะทำ ซุปใสไก่ พฤหัสฯ-อาทิตย์ เป็น ซุปครีมเห็ด

สลัดผักก็มีให้เลือกหลายอย่าง ขอแนะนำสลัดสไตล์อเมริกัน สลัดผักสับเบเวอรี่ฮิลล์ (Beverly Hill Chopped Salad) (550 บาท++) ใส่ผัก 12 ชนิด มีไส้ในของพืชตระกูลปาล์ม (Hearts of palm) ด้วย และมีข้าวโพด พริกหวานสามสี อะโวคาโด เป็นต้น อีกทั้งใส่เฟต้าชีส (Feta cheese) ชีสสดกลิ่นไม่แรงถูกใจคนไทย น้ำสลัดเปรี้ยวหอมสดชื่นทำจากมะนาวเหลือง น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์แดง (Red wine vinegar) และน้ำมันมะกอก

ส่วนของหวานมีให้เลือกหลากหลาย เช่น นิวยอร์กชีสเค้ก (New York Style Cheesecake) (460 บาท++) เข้มข้นสไตล์อเมริกัน ช็อกโกแลตมูสเค้ก (Chocolate Mousse Cake) (460 บาท++) ใช้ช็อกโกแลตชั้นเลิศจากฝรั่งเศส และยังมี เค้กวันเกิด HBD Cake (ต้องสั่ง 2 วันล่วงหน้า) ให้เลือก 3 รสชาติ (890 บาท++) เค้กคืนนั้นคือ เค้กวานิลลาสตรอเบอรี่ (Vanilla Strawberry Cake)
นี่คือร้านสเต๊กที่อยากให้สมาชิกชมรมคนชอบกินเนื้อมาลิ้มลอง วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11 โมงครึ่งถึง 5 ทุ่มครึ่ง (มื้อกลางวันสั่งได้ถึงบ่าย 3 ครึ่ง มีเมนูกลางวันด้วยเช่นพาสต้า มื้อค่ำสั่งได้ถึงสี่ทุ่มครึ่ง) โทรจองล่วงหน้าได้ที่ 06-4567-2929 นะจ๊ะ
Wolfgang’s Steakhouse Thailand (วูล์ฟแกงส์ สเต๊กเฮาส์)
ที่ตั้ง ชั้น 3, The Storeys at One Bangkok วัน แบงค็อก
199 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 06-4567-2929
เปิดบริการ 11.30-23.30 น. ทุกวัน (กลางวันสั่งได้ถึง 15.30 น. มื้อค่ำสั่งได้ถึง 22.30 น.)
แนะนำ สเต๊กพอร์ตเตอร์เฮาส์ (Porterhouse) วูล์ฟแกงแคร็บเค้ก Sizzling Bacon ล็อบสเตอร์บิสก์ ซุปหัวหอมฝรั่งเศส สลัดผักสับเบเวอรี่ฮิลล์ นิวยอร์กชีสเค้ก ช็อกโกแลตมูสเค้ก HBD Cake (เช่น เค้กวานิลลาสตรอเบอรี่ ต้องสั่งล่วงหน้า 2 วัน)

