หน้าแรก ประชาชื่น ขอเสียงให้มาก...

ขอเสียงให้มากพอ หยุดระบอบ(ส.ว.)สีน้ำเงิน ราษฎรประกาศพิชิต‘รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’

29.06.26 | 13:02 น.
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ประกาศคณะราษฎร 2569 ในหัวข้อ ‘ประชามติกับรัฐธรรมนูญใหม่ สายธารที่ไม่หวนกลับ ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน‘

เริ่มจากหยุด ส.ว.สีน้ำเงิน
ปลุกผีราษฎร พิชิต รัฐธรรมนูญประชาชน

ราษฎรัมส์ คัมแบ๊ก โหมกลองนำขบวนเข้าสู่ลานรอบฐานอนุสาวรีย์ฯ

ก่อน ปลุกผีราษฎร ด้วยการฉายโฮโลแกรม ย้อนไป 94 ปีให้หลัง

คณะราษฎร 2475 อ่านประกาศฉบับที่ 1 เปลี่ยนแปลงการปกครอง สู่ระบอบประชาธิปไตยฯ ให้อำนาจของคนไทยถูกใช้ผ่านมือของ ผู้แทนราษฎร เป็นครั้งแรก

‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎร’ และ หลัก 6 ประการ คือคีย์เวิร์ดของประกาศฉบับดังกล่าว ที่กลายเป็นจุดตั้งต้นให้กำเนิด ระบอบประกันสังคม เกิดพันธกิจของรัฐ ซึ่งจะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ ไม่ปล่อยให้อดอยาก

Advertisement

คำประกาศราษฎร 2569 ประกาศความหวัง คือไฮไลต์ ที่ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

เริ่มจาก ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พาล้วงไส้ในของ ระบอบสีน้ำเงิน ว่ามีอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก ถอดเสื้อคลุมพรรคไปสมัคร ส.ว. ผลปรากฏว่าได้ทุกคน

“ส่งญาติ ลูกพี่ลูกน้อง ไปสมัครได้หมดเลย จาก ส.ว.ชุดปัจจุบัน เรารู้ผลตั้งแต่ก่อนโหวตตลอดเวลา โหวตเหมือนกันหมด 140-150 คน”

ยังไม่รวมการส่งคนเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะตุลาการสูงสุด ที่ต้องผ่านการเห็นชอบของ ส.ว. รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ป.ป.ช., ปปง., กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน หลายสิบองค์กรที่มีหน้าที่ ตรวจสอบอำนาจรัฐ

“ใครที่ดูมีความรู้ความสามารถสักหน่อย อย่างอาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ไปสมัคร เขาไม่โหวตรับ แต่ไปเลือกศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง ไม่ใช่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ” ยิ่งชีพเปิดข้อมูล

ก่อนตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า

“นี่คือ ระบอบสีน้ำเงิน ที่กำลังจะเอา 21.6 ล้านเสียง ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้อำนาจ ส.ว. ในการเลือกคนมาร่าง พร้อมอนุมัติ จึงต้องส่งเสียงว่ากระบวนการแบบนี้เราไม่เอา

รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะเดินไปให้ถึงจุดนั้น ต้องเริ่มจาก หยุดระบอบสีน้ำเงิน ก่อน” ผอ.ไอลอว์ทิ้งท้ายด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน

ทำไมต้องอุทิศบ้านเกิดเป็นโรงไฟฟ้า?
ภาคประชาชนย้ำ ต้องได้เลือก ส.ส.ร.

“หลายคนตอนนี้กำลังอยู่ในเรือนจำ หลายคนจากบ้านไปแล้ว กลายเป็นผู้อพยพ”

คือแพตเทิร์นที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

แสงศิริ ตรีมรรคา

สำหรับ แสงศิริ ตรีมรรคา จาก กป.อพช. ทนไม่ไหวเห็นญาติสูงวัยต้องดำรงชีพด้วยเงิน 600 บาท ลูกหลานต้องเป็นหนี้เพื่อได้มีการศึกษา แต่คุณภาพกลับเหลื่อมล้ำราวฟ้ากับเหว

“ทำไมถึงทำให้ประชาชนในบ้านเกิดตัวเองหลายพื้นที่ ถูกแย่งยึดที่ทำกิน ไม่มีอากาศดีไว้หายใจ ทำลายป่าไม้ ทะเล ไล่คนออกจากพื้นที่ที่อยู่กันมาเป็น 100 ปี ทำไมเราต้องอุทิศบ้านเกิดเป็นโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ เขื่อน เหมือง ถ่านหิน เพียงเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง?”

ตัวแทนภาคประชาสังคม ตั้งคำถาม ตราบใดที่คนร่างกติกาไม่ได้มาจากประชาชน ปัญหาที่ดิน ป่าไม้ ก็ไม่มีวันถูกเขียนไว้ในกฎหมายสูงสุด

“ประชาชนต้องเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เข้าไปร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดอนาคตของประเทศ”

ร่วมลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันหลักการ ส.ส.ร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100%

“94 ปีแล้ว ของการประกาศเจตจำนงของคณะราษฎร เราจะไปต่อ เพื่อให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้น ร่วมกันลงชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ หรือใน ConforAll เพราะอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้น รัฐธรรมนูญต้องเขียนใหม่ได้ทั้งฉบับ” แสงศิริประกาศเจตจำนงอีกครั้ง

ตามด้วยเสียงเปล่งดังกังวาน ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ สนั่นราชดำเนินกลาง

จกข้าวเหนียว-จ้ำลาบ เผื่อ ‘อานนท์ นำภา’ และผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน

จ้ำลาบเผื่อ อานนท์
พ.ร.บ.สันติสุข นิรโทษกรรมใคร?

เป็นภาพบรรยากาศอบอุ่นของขบวนการต่อสู้ ที่กลับมารียูเนียนในรอบหลายปี

ล้อมวง จกข้าวเหนียวจ้ำลาบ เผื่อ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคดี ม.112

ขณะที่ วงสามัญชน ครวญเพลง ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ ส่งความคิดถึงผู้ที่ยังถูกคุมขัง

พูนสุข พูนสุขเจริญ

พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือทนายเมย์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ขึ้นประกาศ ความหวังหลังกำแพง

ไล่เรียงความสูญเสียในประวัติศาสตร์ชาติ ประชาชนกลายเป็นคนจ่ายต้นทุนให้กับความรุนแรงของรัฐเสมอมา

94 ปีที่ผ่านไป รัฐเองไม่เคยค้นหาผู้ก่อความรุนแรงมาเอาผิดได้แต่กลับใช้กฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งเพิกเฉยเพื่อลบเลือนเหตุการณ์ ตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 เรามีการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตร คนเสื้อแดง กระทั่ง กปปส.ออกมาเรียกร้องจนเกิดการรัฐประหารในปี 2559 ซึ่งนำมาสู่รัฐธรรมนูญ 60 ที่เป็นปัญหา

ม็อบราษฎร 63 คือสายธารสำคัญของประชาธิปไตย ที่ชู 3 ข้อเรียกร้อง

แต่หากมองในแง่ผลสัมฤทธิ์ ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งประยุทธ์ออกไป ก็อยู่จนครบวาระ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านมา 9 ปี ยังไม่เข้าสู่กระบวนจัดทำ ประชาชนถูกดำเนินคดีความจากการแสดงออก

“61 คน คือจำนวนผู้ต้องขังการเมือง

46 คน คือจำนวนผู้ลี้ภัยตั้งแต่ปี 63

45 คน คือผู้ต้องขังที่จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม

ผู้ต้องหาคดี ม.112 ทั้ง 45 จาก 61 คน จะเป็นคนที่ไม่ได้ประโยชน์จาก ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ ส.ว.กำลังพิจารณาอยู่ เรากำลังจะนิรโทษกรรมคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ 45 จาก 61 คน”

พูนสุขแอบหวั่น ว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะไม่ใช่การเยียวยา แต่ ตอกย้ำความไม่เท่าเทียม กองดองปัญหาให้กลายเป็นเชื้อไฟที่รอวันปะทุต่อไป

จาก 61 คน มีแนวโน้มเพิ่มจำนวน เดินหน้าเข้าเรือนจำมากขึ้นเรื่อยๆ

“การไปยื่นให้นิรโทษกรรมของ เบนจา อะปัญ อาจเป็นอีเวนต์ท้ายๆ เอกชัย หงส์กังวาน กำลังต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิการรักษาในเรือนจำ ปัน ที่ทำเพื่อสังคมที่ดีกว่า รวมถึง ครูใหญ่-ไผ่ ทะลุฟ้า

สุดท้ายขอระลึกถึง อานนท์ นำภา เป็นคนที่ยังสู้ทุกวัน สู้ในห้องพิจารณาคดี เป็นทนายความสิทธิมนุษยชน ที่อาจจะเรียกว่า เท่ที่สุดก็ได้ ใส่ชุดครุยทับชุดนักโทษ ออกมาว่าความให้จำเลย”

สำหรับ ทนายเมย์ ยังเชื่อสุดใจ ว่าเมื่อไหร่ที่ เสียงประชาชนมากพอสังคมจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

ปลุกคนไทย ปกป้องแผ่นดิน
หยุด EEC ก่อนเป็นพลเมืองชั้น 2

ถึงคราวเยาวชนอย่าง อภิศักดิ์ ทัศนี จากกลุ่ม Beach for Life สงขลา

ส่งเสียงเฮือกสุดท้าย ว่าคนไทยเรากำลังจะสูญเสีย ทะเล ภูเขา ป่าไม้ ไปหมดสิ้น!

อภิศักดิ์ ทัศนี

แม้การอภิวัฒน์สยาม 2475 ได้บอกเราว่า ประเทศนี้เป็นของราษฎร และรัฐธรรมนูญที่ดีจะทำให้เรามีชุมชนที่เข้มแข็ง ปกป้องฐานทรัพยากรได้

แต่วันนี้ สิทธิชุมชน หายไปจากรัฐธรรมนูญ มิหนำซ้ำ คสช.ยังประกาศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สอดไส้ข้อที่น่ากลัวมากคือ การประกาศให้ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นระเบียงเศรษฐกิจ พร้อมประกาศกฎหมายฉบับพิเศษ คือ พ.ร.บ.EEC (พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)

ให้สิทธิพิเศษกับ กลุ่มทุน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ เช่าที่ได้ยาวๆ ถึง 99 ปี

“เราจะกลายเป็น พลเมืองชั้นสอง ในผืนดินของตัวเอง การขยายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษออกไป จ.ปราจีนบุรี รัฐบาลต้องหยุด คุณเอาน้ำ เอาอากาศ ไปประเคนนายทุนจนหมด สิ่งที่ผมเล่าให้ฟัง มันคือ หายนะทางสิ่งแวดล้อม ทางการเมือง และประชาธิปไตย

มันคือเรื่องเดียวกันที่ผูกโยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ต่างอะไรเลยกับการเป็นเผด็จการ เพราะทำทุกอย่างเพื่อเอื้อกลุ่มทุนได้”

อภิศักดิ์ขอเรียกร้องให้ทุกคนมาช่วยกัน ปกป้องแผ่นดิน จากกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้

ความหวังในการสร้างประชาธิปไตย กระจายทรัพยากร คือความฝันของคนที่อยู่ในชุมชน ไม่ว่าเรื่องแร่ น้ำ อากาศ หรือแม้แต่พี่น้องที่ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลานี้

“ผมไม่เคยคิดว่าขบวนการต่อสู้ทางการเมืองจะแผ่วลงเลย แต่มันเติบโตขึ้นทุกครั้งที่เราถูกกดขี่ เราอยากเห็น ขบวนการทางการเมืองและประชาธิปไตย เป็นเนื้อเดียวกัน

เพราะคือหลักประกันเดียว ที่ทุกคนจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน” เยาวชนส่งเสียงขอแรง

ส่งสาร จี้ ประธานสภา
รอร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน

“หลายคนต้องจากบ้าน เพราะรัฐนี้ไม่เอื้อให้เขาได้ใช้ชีวิต

หลายคนที่ต้องสูญเสียไปก่อนที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ปรารถนาจะได้เห็น”

ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล

เสียงในหัวของ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) ยังเชื่อมั่นในฝันเดิม ที่เคยสู้ร่วมกันมาตลอด

แม้ความฝันเมื่อ 6 ปีก่อน ยังไม่สำเร็จ และมีความสูญเสียอีกมากมายที่รอชำระ

แต่นี่คือ ภารกิจของคนที่ยังอยู่ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา การที่เพื่อนเราหลายคนหายไป ลดทอนกำลังใจไปบ้าง เราจะไม่ปฏิเสธความเจ็บปวดนี้แต่เปลี่ยนแปลงเป็นพลัง สู้ต่อไป เพราะสิ่งที่ฝันยังทำได้ไม่สำเร็จ

“เราพยายามหาทางเพิ่มโอกาส ให้ประชาชนคนธรรมดาได้มีปากมีเสียง สูญเสียน้อยที่สุด กดดันสภา หาความร่วมมือกับพรรค เสนอกฎหมายด้วยตัวเอง เราทำมาหมดแล้ว เพื่อนบางคนขยับบทบาทไปอยู่ในสภา ไปเป็นสื่อมวลชน ทั้งหมดนี้เพื่อหวังว่าจะสานฝันนี้ให้สำเร็จให้ได้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังยืนหยัด คือ เรายังคงเชื่อเช่นเดิม”

สำหรับ มายด์ สิ่งสำคัญของม็อบ ไม่ใช่คนจำนวนเรือนแสนบนถนนเท่านั้น แต่ต้องอาศัย การอดทน ยืนระยะให้นานพอ

ที่ผ่านมาพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงสมองที่มี การเสนอร่าง ส.ส.ร. เลือกตั้ง 100% เป็นเครื่องมือสำคัญที่เราพยายามแล้วในการสู้ในกลไกอย่างสันติ สู้กับคนที่ไม่เชื่อว่าประเทศนี้เป็นของประชาชน

“หลักแสน เราก็ทำมาแล้ว กับแค่เสนอร่างขั้นต่ำ 50,000 รายชื่อ เราทำได้แน่ๆ

แต่ประธานสภาตอนนี้ กำลังจะบรรจุร่างฯ โดยไม่รอร่างฯของประชาชน”

“ด้วยแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี ขอส่งสารไปยังประธานสภาคุณโสภณ ซารัมย์ ขอให้รอร่างฯประชาชนเสียก่อน ถ้าหากไม่รอ นั่นเท่ากับว่า คุณไม่ได้เชื่อว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ”

คือข้อเสนอเดียว ที่ภาคประชาชนยื่นคำขาด

ว่าจะต้องได้เขียนกติกาสูงสุดของประเทศ ด้วยคนของประชาชน ที่ประชาชนเลือกเอง

อธิษฐาน จันทร์กลม