‘บุ๋ม ปนัดดา’ ทำจิตอาสา ถวาย ‘พระองค์ภา’ ยก เป็นเจ้าฟ้าแห่งความยุติธรรม ผู้อยู่เบื้องหลังช่วยปชช.
ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่ง พิมานรัตยา ทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.- 21.00 น.
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเวลา 11.30 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำต่อแถวเข้ารอถวายสักการะพระศพอย่างเนืองแน่น
โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหลายหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น การบริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทาน ห้องสุขาเคลื่อนที่ การแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาความสะอาด การจราจรและความปลอดภัย อีกทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดเดินรถ Shuttle Bus ให้บริการประชาชนฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมถวายสักการะ ตามกำหนดการของสำนักพระราชวัง
ทั้งนี้ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นำทีม องค์กรทำดี จัดตั้งโรงครัวมูลนิธิองค์กรทำดี ณ บริเวณท้องสนามหลวง พร้อมด้วย ศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง ลำยอง หนองหินห่าว หรือ สุพรรณี จรบุรมย์ และ หญิง ธิติกานต์ ไต้ไธสง มาช่วยแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนที่มาร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้น บุ๋ม ปนัดดา ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า
“ความตั้งใจในวันนี้เราก็จะคล้ายๆ ตอนของสมเด็จพระพันปีหลวง ก็คือเรามาเป็นจิตอาสาในโรงครัวพระราชทาน แล้ววันนี้ก็มาตั้งแต่วันที่ 27 เลย ด้วยความตั้งใจจริง เพราะว่ายิ่งอย่างองค์กรทำดีเราเอง เคยได้รับพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สมัยที่ท่านเป็นอัยการ ก็ได้หลายคดี หลายคดีที่ท่านทรงช่วยดูแล ตรงนี้เรายิ่งอยากจะมาตอบแทนพระคุณของพระองค์ท่าน เพราะว่าหลายๆ คดีได้รับการเคลียร์ ได้รับการช่วยเหลือ ก็จากพระเมตตาของพระองค์ท่านนั่นเอง”
วันนี้เรานำอะไรมาแจกประชาชนบ้าง?
“เมื่อเช้า วันนี้ มื้อเช้า มื้อแรกเป็นไก่ตุ๋นน้ำปลา ไก่ก็จะเป็นแบบชิ้นใหญ่ทีเดียวไปเลย ก็ปัญหาอย่างเดียวล้นกล่อง เราก็ทำอย่างสุดฝีมือเหมือนเดิม”
อย่างเมนูที่เราเลือก เราคัดสรรจากอะไรบ้าง เพราะทุกครั้งที่บุ๋มมาถึงก็จะมีเมนูมาทำ?
“ด้วยประสบการณ์การทำโรงครัวของเราที่ดูแลช่วยเหลือสังคมมามากกว่า 12 ปี ทำให้เรามีเมนูที่หลากหลาย แต่เราก็จะดูแล้วแต่วันด้วย ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์แบบนี้ ก็อาจจะต้องเป็นเมนูที่ต้องไว เพราะจำนวนคนที่มางานเยอะมาก เราเคยรับมือแบบเกือบ 1 หมื่น หลักหมื่นเลย แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาก็อาจจะดูที่สามารถทำได้หลากหลายอย่าง อย่างเช่นข้าวคลุกกะปิที่มันต้องใส่เครื่องเยอะ อันนั้นก็จะต้องใช้เวลาในการจัดกล่องสักนิดนึง แต่ถ้าเกิดเป็นวันใหญ่แบบนี้ ก็อาจจะเป็นชิ้นที่เป็นชิ้นใหญ่ใส่ข้าวแล้วแพ็กง่าย เน้นสะดวกรวดเร็ว แต่ย้ำเหมือนเดิม ไม่ว่าจะวันไหน อร่อยทุกมื้อ”
วันนี้เป็นวันแรกที่อนุญาตให้ประชาชนเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ตอนนี้เห็นประชาชนที่หลั่งไหลมา เราในฐานะพสกนิกรคนนึง เรารู้สึกยังไงบ้าง?
“บุ๋มเห็นแววตาของทุกคน บางคนยังเดินกอดรูปพระองค์ท่านอยู่เลย เราเห็นแววตาเราเห็นสีหน้าด้วยความโศกเศร้า ทุกคนยังมีแววตาแห่งความโศกเศร้า บุ๋มเลยยิ่งอยากจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด เราก็ทำในมุมที่เราทำได้ก็คืออาหารอร่อยๆ เพราะบางคนมาจากต่างจังหวัดไกลมาก บางคนมาจากสงขลา บางคนมาจากมหาสารคาม ที่มาบอกบุ๋ม ก็เรายิ่งอยากจะดูแลเขาให้ดีที่สุด เพราะว่าเขาน่าจะเหนื่อยมากกับการเดินทาง แล้วเวลาที่ในสนามหลวงแบบนี้ เราจะเจอผู้ใหญ่เยอะ 60 อัพ สิ่งนึงที่เป็นปัญหาของแม่ๆ พ่อๆ ทั้งหลายคือต้องทานยาเช้า ยาความดัน ยาเบาหวาน ยาเก๊าท์ ยาอะไรต่างๆ ที่พ่อแม่พกกันมา แต่ไม่มีอาหารเช้าที่จะทานกับยาด้วย เราก็เลยจะมีตอนเช้าก่อนที่จะเป็นมื้ออาหาร เราก็จะมีขนมนมเนยชากาแฟให้รองท้องก่อนด้วย เพราะว่าจากประสบการณ์ในการดูแลตั้งแต่งานของสมเด็จพระพันปีหลวง ทำให้เราได้ประสบการณ์ตรงนี้ในการดูแลพ่อๆ แม่ๆ คือบางทีนั่งรถทัวร์กันมาจนดึกจนดื่นใช่ไหมคะ แล้วก็มาถึงกรุงเทพตอนเช้า ผลปรากฏว่าเช้าเลยแถวนี้ก็จะหาอะไรทานยากมาก เราก็เลยจะเป็นหน่วยที่แพ็กอาหารเช้าไว้ให้รองท้องเพื่อทานยาเช้าก่อน ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่ออย่างน้อยปลอบประโลมหัวใจให้กับพี่น้องประชาชนที่มางานในครั้งนี้”
นอกจากการที่เรามาทำจิตอาสาในครั้งนี้ สิ่งที่พี่บุ๋มทำมาตลอด เป็นการแสดงความจงรักภักดีอย่างนึงที่เราสามารถแสดงออกได้?
“ใช่ค่ะ บุ๋มเองก็ในฐานะคนที่เคยเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่เยาว์วัย ประทับใจความน่ารักของพระองค์ท่าน แล้วก็เรารักพระองค์ท่านมาก ถ้าพูดจากหัวใจ ดังนั้นถ้าอะไรที่บุ๋มทำได้เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี เพื่อเป็นการตอบแทนพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้ บุ๋มก็อยากจะทำ อย่างถ้าเกิดใครจะมาเป็นจิตอาสาในมุมอื่นๆ อย่างบุ๋มยังเห็นบางคนมาช่วยเก็บขยะ บางคนเป็นหมอนวด บางคนมาช่วยแจกยาดม เราก็จะทำในสิ่งที่พวกเราพอทำได้ มาช่วยกันแจกน้ำก็ได้ ทำในสิ่งที่พวกเราพอทำได้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีตรงนี้ แล้วก็เพื่อมาดูแลหัวใจของพี่น้องประชาชนคนไทยที่หลั่งไหลกันมาวันนี้เยอะมากจริงๆ”
วันนี้ชื่นใจใช่ไหม ที่ภาคประชาชน หรือองค์กรการบันเทิง ทุกภาคส่วนก็ช่วยกัน เหมือนเป็นการหลอมรวมหัวใจเพื่อถวายพระองค์ท่าน?
“แทบไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แค่บอกว่าแม่จะจัดงานนี้ แม่บุ๋มจะมาเป็นจิตอาสาในโรงครัวพระราชทาน วันนี้น้องๆ ศิลปินดารามากันเยอะมาก โดยไม่ได้นัดหมายว่าหนูจะมากี่โมง ไม่ต้องบอกอะไรเยอะ บุ๋มแค่บอกของบุ๋มว่าเรามีโรงครัวเพราะเราต้องทำทั้งวันอยู่แล้ว แต่น้องๆ จะสะดวกมากันกี่โมงมาวันไหน อันนี้แล้วแต่น้องๆ เลย คุณก็จะได้เห็นศิลปินดารา คนในวงการบันเทิงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา เพื่อที่ว่าวันที่เขาสะดวกจากงานเขาก็จะมาร่วม เขาไม่ได้ตั้งเป็นครัวหลักเหมือนเรา แต่เขาก็จะมาร่วมบางมื้อบ้าง อย่างตอนนั้นเป็นอ้น สราวุธ มา บางคนก็จะมาร่วมตรงนั้นตรงนี้ก็แล้วแต่สะดวกเลย แต่บุ๋มก็จะรู้สึกดีใจที่ได้เจอหน้าน้องๆ มาช่วยคนละนิดคนละหน่อย มาเป็นพลังใจให้ทั้งบุ๋มเอง แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนเวลาที่เขาเห็นศิลปินดาราที่เขาชื่นชอบ เขาก็มีรอยยิ้มขึ้นมานิดนึง”
พี่บุ๋มเคยมีเคสคดีที่มีปัญหา แล้วพี่บุ๋มต้องถวายรายงานพระองค์ท่าน เพื่อทำให้คดีคืบหน้า มีทางออก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่ามันเป็นเคสอะไรคะ?
“เคสนี้ 10 กว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ของบุ๋มเลยในการทำคดี แล้วในส่วนของคดี กลายเป็นว่าในวันนั้นพูดตามตรงว่าบุ๋มก็ยังไม่ได้ดังเรื่องของการทำงานตรงนี้เท่าไหร่ แล้วคนที่เรารู้จักว่าเราจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร หรือว่าสื่อให้ความสนใจบุ๋มก็ยังไม่ได้เยอะเท่านี้ พูดกันตรงๆ แบบเปิดใจเลย วันนั้นเราเจอคดีใหญ่จริงๆ เพราะว่าผู้ที่กระทำความผิดเป็นลูกหลานพวกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งต้องเข้าใจว่าสำหรับต่างจังหวัดแล้วคือผู้ทรงอิทธิพลระดับนึง แล้วก็เกิดเรื่องคือทั้งฆาตกรรม ทั้งทำร้ายร่างกายอย่างหนัก แทงหลายแผลมาก แล้วก็มีการฉุดลงเหวกันอีก แต่กลายเป็นว่าตำรวจเขียนแค่วิวาท ซึ่งเราก็แย้งไปทางตำรวจแล้ว ตำรวจก็บอกว่าผมก็มีหลักฐานแค่นี้ แล้วเราก็ไม่รู้จะยังไงเพราะว่าถ้ายื่นส่งศาลไปแล้วทุกอย่างมันจะเปลี่ยนอะไรยากมาก เพราะศาลท่านก็จะพิจารณาตามหลักฐานที่ตำรวจส่ง เราก็เลยได้ไปปรึกษาผู้ใหญ่ ซึ่งท่านก็เป็นอัยการของพระองค์ภา ท่านก็เลยแนะนำว่าให้บุ๋มยื่นถวายรายงาน ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ท่านก็เลยส่งเรื่องมาทางตำรวจ เปลี่ยนชุดตำรวจในการสืบคดี แล้วเราได้หลักฐานที่ดีพอ จนกระทั่งทุกอย่างเป็นไปตามความเป็นจริง จนกระทั่งผู้ร้ายเองก็ถูกจับติดคุกไป เพราะไม่งั้นมันจะกลายเป็นแค่วิวาทอย่างเดียวที่ตำรวจเขียนไปในตอนแรก ซึ่งโดนแทงขนาดนี้โดนฆาตกรรมขนาดนี้ สามีตายขนาดนี้ แค่วิวาทยังไงก่อน มันแค่วิวาทไม่ได้ไง
ดังนั้นวันนั้นก็เลยรู้เลยว่า ตราบใดที่ประเทศไทยเรายังมีผู้ทรงอิทธิพลแบบนี้ ใช้อิทธิพลในทางที่ผิด บางทีการมีตัวตนของพระองค์ท่านเพื่อคานอำนาจมืดบางอย่างก็ยังอาจจำเป็นอยู่ วันนั้นเราเลยเข้าใจว่าคืออะไร แล้วพระองค์ท่านทรงมาช่วยประชาชนยังไง แต่พระองค์ท่านก็ไม่ทรงออกพระนามอะไรเลย แล้วสังเกตดูจากคดีนั้นบุ๋มไม่พูดเลยว่าเป็นขององค์กรทำดี ทำไม เพราะว่าบุ๋มถือว่าเป็นผลงานของพระองค์ท่าน บุ๋มไม่กล้าเคลมอะไรเลย แต่เราก็หลังจากคดีนั้นเสร็จสิ้นเราก็ได้ช่วยเหลือน้องในการตั้งร้านสร้างอาชีพใหม่ เปิดร้านกาแฟร้านก๋วยเตี๋ยว ให้น้องได้มีชีวิตใหม่ของเขา พระองค์ท่านช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง และทีมอัยการของพระองค์ท่านก็ยังทำงานต่อ และมีอีกหลายคดีที่ช่วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ นี่คือพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่จริงๆที่ทรงวางรากฐานในระบบความยุติธรรมของประเทศไทย”
แสดงว่าพระองค์ท่านอยู่เบื้องหลังความยุติธรรมหลายๆ อย่างที่ช่วยเหลือประชาชนที่บางคนก็อาจไม่ทราบใช่ไหมคะ?
“จริงๆ มีอีกเป็นร้อยคดี อีกเป็นร้อยคดีที่พระองค์ท่านทรงทำ แล้วก็บางครั้งก็ทรงว่าความเอง ซึ่งหลายคนไม่ทราบตรงนี้ แล้วท่านก็ไปประทับอยู่ที่หนองบัวลำภู ตอนนั้นเรายังเห็นบ้านที่พระองค์ทรงประทับเลยเราว่า เอ๊ะ ทำไม จริงเหรอ ท่านประทับอยู่ที่นั่นจริงๆ แล้วพระองค์ท่านทรงบอกกับทุกคนว่า ใครอยู่ยังไง คนอื่นอยู่ยังไง ท่านก็จะทรงอยู่แบบนั้น ซึ่งบุ๋มเองก็ โอ้โห ยิ่งเห็นในความที่พระองค์ท่านทรงตั้งใจในการทำงานด้านกฎหมายเรายิ่งประทับใจมากๆ เลย เรียกว่าเป็นเจ้าฟ้าแห่งความยุติธรรมของประเทศไทยจริงๆ”
นอกจากคดีนี้ ยังมีคดีอื่นๆ ที่เราได้รับพระเมตตา ที่ได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานของพระองค์ท่านมาช่วยอีกไหมคะ?
“มีค่ะ เพราะว่าด้วยกระบวนการบางอย่างก็อาจจะติดขัด ด้วยข้อกฎหมายเองบุ๋มก็ไม่ได้รู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างมีคดีนึงที่หาดใหญ่ เป็นโมเดลลิ่งที่หลอกเด็กร้อยกว่าคนถ่ายภาพนู้ด แล้วก็ล่วงละเมิดมีภาพข่มขืนด้วย แต่ผลปรากฏว่าในคำสั่งศาล ด้วยหลักฐาน คือศาลท่านก็ต้องถามว่าเอาหลักฐานมาจากไหน บุ๋มเองก็เลยจำเป็นต้องแสดงตัวว่าหลักฐานนี้บุ๋มได้มา แต่ไม่พอ ในการจับเขาเนี่ยมันต้องมีการสังเกตการณ์ มีการรวบรวมหลักฐานต่างๆ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงโควิด แล้วบุ๋มบินไม่ได้ ถูกไหมคะ เราไปลุยเหมือนแบบตอนนี้ ถ้าเกิดมีเรื่องปุ๊บบุ๋มยังบินไปอะไรได้ แต่ตอนนั้นมันทำไม่ได้สักอย่างเลย บุ๋มก็เอาแล้ว จะทำยังไง ก็เลยขอทางทีมอัยการของพระองค์ภา ในการช่วยดำเนินงาน จนได้จับตัวเสร็จสิ้นกระบวนการทุกอย่างเรียบร้อยเลย เด็กๆ ก็ปลอดภัยมากขึ้น คนชั่วก็ได้รับโทษของเขา นี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของทีมอัยการของพระองค์ท่านในการช่วยดูแล”
สิ่งที่บุ๋มสามารถนำมาเป็นกำลังใจหรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต หรือการทำจิตอาสาของเรายังไงบ้างคะ?
“ทุกครั้งที่เราลงพื้นที่อุทกภัยเราก็จะเจอเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เราเจอโรงครัว เราเจอทีมแพ็กถุงยังชีพ เป็นโมเดลของเราเลยในการทำความดี บางทีเรายังเอาเรือเราช่วยลำเลียงส่งถุงพระราชทานของพระองค์ท่านให้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนจริงๆ เราเห็นโครงการของพระองค์ท่านเป็นต้นแบบ ทั้งในเรื่องของความยุติธรรม ในเรื่องของการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ถุงยังชีพพระองค์ท่านใหญ่บึ้มเลย แต่ก่อนเราก็จะเห็นถุงยังชีพบางคนให้แค่นี้ ใช่ไหมคะ แต่พอของพระองค์ท่านให้อย่างนี้เลย เราก็เลยเป็นต้นแบบว่า อ๋อ จริงๆ ต้องใหญ่แบบนี้ เพราะว่าเพื่อที่จะได้ให้เขา เพราะเราไม่ได้เจอผู้ประสบภัยทุกวัน เขาอาจจะอยู่กับถุงนั้นตลอดสัปดาห์ ดังนั้นถ้าถุงใหญ่พอ ของมากพอเขาก็จะพอที่จะดูแลตัวเองได้ให้รอดพ้นในช่วงนั้นไป เราก็เลยได้ไอเดียหลังๆ องค์กรทำดีเราก็ถุงใหญ่เป็นกระสอบอย่างนั้นเลย”
มองในความรู้สึกของประชาชน พี่บุ๋มคิดว่าคุณงามความดีที่สามารถทำแล้วส่งให้ได้ พระองค์ท่านมองลงมาจากบนฟ้า แล้วพระองค์ท่านจะสามารถทรงมีความภาคภูมิใจกับเราในฐานะพสกนิกรคนนึงของพระองค์ท่าน?
“บุ๋มว่าในวันนี้สิ่งที่เราพี่น้องประชาชนทำได้ก็คือเรื่องของการไม่ย่อท้อต่อความชั่ว ถ้าเจออะไรไม่ดีเราก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา แต่ถ้าเกิดเราเจอคนดีเราก็ยิ่งต้องส่งเสริม แต่ถ้าเกิดเจอคนที่เดือดร้อนเราก็ต้องช่วยเหลือเขา พระปณิธานของพระองค์ท่านเป็นมุมมองตัวอย่างให้กับพวกเราพี่น้องประชาชนคนไทยในการเดินสังคมของเราให้เดินหน้าต่อไปได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปณิธานของบุ๋มเช่นเดียวกันที่บุ๋มนำมาใช้กับตัวเอง บุ๋มมักจะลุยกับคนชั่ว บุ๋มจะไล่จับ ไม่ใช่ให้ทานอย่างเดียว แต่เราก็ไล่จับ ใครเจอคนดีเราก็จะชวนกันมารวมตัวกันเราต้องส่งเสริมกัน ใครอ่อนแอใครเดือดร้อนเราก็ต้องลงไปช่วยเหลือกัน สังคมไทยถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ แล้วบุ๋มก็เชื่อว่านี่คือพระปณิธานของพระองค์ท่านที่พระองค์ท่านทรงตั้งใจดูแลพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด”







