พสกนิกรหลั่งไหล อาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ตัวแทนชาติพันธุ์ไตลื้อ ถวายสักการะ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

27.06.26 | 14:37 น.

พสกนิกรหลั่งไหล อาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ตัวแทนชาติพันธุ์ไตลื้อ เดินทางเข้าถวายสักการะ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่ง พิมานรัตยา ทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.- 21.00 น. แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30 – 16.00 น. ช่วงที่ 3 เวลา 20.00 – 21.00 น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงเวลา 13.00 น.บริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำต่อแถวเข้ารอถวายสักการะพระศพอย่างเนืองแน่น

โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหลายหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น การบริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทาน ห้องสุขาเคลื่อนที่ การแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาความสะอาด การจราจรและความปลอดภัย อีกทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดเดินรถ Shuttle Bus ให้บริการประชาชนฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมถวายสักการะ ตามกำหนดการของสำนักพระราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า แม้ในบางช่วงจะมีฝนตกลงมาโปรยปรายก็ตาม บรรยากาศการเดินทางมาถวายสักการะพระองค์ท่าน ยังคงเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ โดยพบว่ามีประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุ กลุ่มครอบครัว คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนกลุ่มผู้เปราะบาง ทุกคนต่างตั้งใจเดินทางมากราบถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนได้เดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาร่วมถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดี

Advertisement

นายสุทธิพงษ์ โฉมศรี ตัวแทนคุณครูโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เปิดเผยว่า ตนได้นำนักเรียนลูกเสือเนตรนารีมาทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ซึ่งกิจกรรมที่เราเตรียมไว้ก็จะเป็นการบริการประชาชน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ โดยจะคอยประจำจุดโดยรอบพระบรมมหาราชวัง สำหรับกิจกรรมที่ทางโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ได้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ภาฯ และสมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจ คือ การทำบุญตักบาตรทุกเช้าวันศุกร์ของสัปดาห์ และยังมีการทำบุญตักบาตรในส่วนของกลุ่มสาระวิชาพร้อมด้วยกลุ่มผู้ปกครองและผู้บริหารอีกด้วย

“ในฐานะคุณครู ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระราชดำรัสของพระองค์ภาฯ ที่ทั้งเป็นแรงบันดาลใจแก่ตนและนักเรียน คือ ท่านทรงกล่าวไว้ว่า “บางครั้งคนเราสามารถเป็นอะไรได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน” อย่างที่พระองค์ได้ทรงเป็นทหาร หรือเป็นอัยการในเวลาเดียวกันได้ หรือการใส่ส้นสูงทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เฉกเช่นเด็กนักเรียนที่เราได้ปลูกฝังว่าแม้พวกเขาจะเรียนสายวิชาวิทย์-คณิตกันส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรียนจบไปแล้ว จะทำหน้าที่อื่น ๆ ไม่ได้ เพราะก็เหมือนวันนี้ที่ได้มาทำจิตอาสาบริการประชาชนในงาน และช่วยเเบ่งเบาภาระในส่วนของภาคประชาชนอื่น ๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ ตนจึงหวังว่าการที่นักเรียนได้มาช่วยเหลือสังคมในวันนี้ แม้เป็นส่วนเล็ก ๆ ก็จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้” ครูสุทธิพงษ์ กล่าว

ด้าน น.ส.จันทร์เพ็ญ ชัยวุฒิ ตัวแทนคุณครูโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ กล่าวว่า โรงเรียนเราจะมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระหน้าที่พลเมือง โดยเฉพาะระดับ ม.4 จะได้เรียนรู้เรื่องของพระราชกรณียกิจ อีกทั้งเรายังมีแผนการเรียนนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์

“พระองค์ภาฯ ท่านทรงมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และท่านยังมีโครงการช่วยเหลือผู้ต้องราชทัณฑ์ ดังนั้น การให้ความรู้แก่นักเรียนในมิติของโครงการของพระองค์ภาฯ ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมาย จะช่วยเป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์แก่นักเรียนในอนาคต” น.ส.จันทร์เพ็ญ กล่าว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางพรรษา บัวมะลิ วัย 65 ปี ชาวชาติพันธุ์ไตลื้อ ที่ตั้งใจเดินทางจาก อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน โดยเผยว่า แม้ตนจะไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดและเคยเห็นเพียงแค่ในจอโทรทัศน์ว่า แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ในใจเสมอคือ ความร่าเริงแจ่มใส และความน่ารักของพระองค์ท่าน ซึ่งทำให้ตนรู้สึกชื่นชมและเคารพรักมาโดยตลอด

“อยากจะมากราบขอบพระคุณพระองค์ท่าน ที่ทรงทำคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพวกเราชาวไทยค่ะ และจะมากราบน้อมส่งดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านขึ้นไปเป็นนางฟ้า ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”

นอกจากนี้ นางพรรษา ยังได้กล่าวความในใจในฐานะสามัญชนและพสกนิกรชาวไตลื้อคนหนึ่ง เพื่อเป็นการน้อมส่งเสด็จว่า

“กราบขอบพระคุณพระองค์ท่าน ในช่วงที่พระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ท่านก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์และดีที่สุดแล้ว พวกเราในฐานะพสกนิกรชาวไทย ในฐานะชาติพันธุ์ไตลื้อคนหนึ่ง มีความปลาบปลื้มยินดีเป็นที่สุดที่พระองค์ท่านปฏิบัติต่อพวกเราทุกคน ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ค่ะ” นางพรรษากล่าว