แม่ชี ร่วมถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เผยความประทับใจ ทรงอุทิศตนเพื่อปวงชน

28.06.26 | 13:40 น.

แม่ชีเดินทางถวายสักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ทรงเก่ง-อุทิศตนเพื่อปวงชน

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยได้กำหนดเวลาเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 08.00-10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30-16.00 น. และช่วงที่ 3 เวลา 20.00-21.00 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวง ประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคต่างทยอยเดินทางมารอเข้าถวายสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบและความอาลัย

แม่ชีสุทธิสาร แจ่มจรัส อายุ 62 ปี แม่ชีประจำวัดชัยชนะสงคราม กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มาถวายสักการะพระศพ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มา พระองค์ภาฯท่านเป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีพระคุณต่อประเทศชาติ ประทับใจในพระกรณีกิจหลายอย่าง และเคยมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2568

แม่ชีสุทธิสารกล่าวต่อว่า ได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะพระศพในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เนื่องจากมีเวลาว่างจากการศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี ตอนนี้อยู่ที่วัดชัยชนะสงคราม อยู่ใกล้ไม่ห่างจากสนามหลวงมาก ไม่ได้เดินทางมาจากต่างจังหวัด พอมีเวลาว่างจึงตั้งใจเดินทางมาถวายสักการะพระศพ และตอนบ่ายจะกลับไปเรียนภาษาบาลีต่อ

Advertisement
แม่ชีสุทธิสาร

ด้านแม่ชีคมคาย คุมพันธ์ อายุ 70 ปี แม่ชีประจำวัดธรรมามูลวรวิหาร จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า รู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก พระองค์ภาฯ เป็นหญิงที่เก่งมาก มีความสามารถทั้งในฐานะนักการทูตและนักกฎหมาย ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกภาคภูมิใจที่พระองค์ท่านทรงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสมาถวายสักการะพระศพ เจอคนที่เคยรับเสด็จเหมือนกัน และรู้สึกประทับใจท่านเคยเสด็จเข้าร่วมการประชุมใหญ่คณะแม่ชีไทยอยู่ 2-3 ครั้ง และแม่ชีเองเคยมีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์ท่าน 1 ครั้ง รู้สึกว่าท่านเต็มที่กับประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่ชีหรือสามเณร อุทิศพระวรกายเต็มที่เพื่อประเทศชาติ

แม่ชีคมคายกล่าวต่อว่า ชื่นชอบและประทับใจพระกรณียกิจในโครงการที่เข้าไปช่วยเหลือและดูและผู้ต้องขังหญิงภายในเรือนจำ โดยเฉพาะกลุ่มแม่มีครรภ์และเด็กติดผู้ต้องขัง ผ่านการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” ทรงให้ความช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อแม่ต้องโทษและมีครรภ์เข้าไปอยู่ในเรือนจำ พระองค์ทรงเกื้อกูลเด็กเหล่านั้น นอกจากนี้ ยังประทับใจในคราวที่พระองค์เสด็จไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทรงลุยน้ำลุยโคลนไปช่วยประชาชนด้วยตนเอง ซึ่งภาพเหล่านี้เห็นจากในข่าว แต่ภาพที่ได้เห็นจริงๆ และได้สัมผัสด้วยตนเอง คือตอนที่พระองค์ท่านเสด็จไปปฏิบัติธรรมที่วัดปัญญานันทาราม ทรงปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังและเรียบง่ายเหมือนกับประชาชนคนอื่นๆ ทุกประการ

แม่ชีคมคาย

“แม่ชีเดินทางมาจากวัดธรรมามูลวรวิหาร จ.ชัยนาท เนื่องจากเดินทางเข้ากรุงเทพฯบ่อยครั้ง เพื่อมาศึกษาต่อด้านภาษาบาลีที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จึงได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะพระศพ” แม่ชีคมคายกล่าว