เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ความคืบหน้ากรณีบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนต้องการขุดเจาะปิโตรเลียมโดยหลุมเจาะ STN-2 ใกล้กับกลุ่มโบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณคดีพุทธศตวรรษที่ 13-14 อายุราว 1,300 ปี กระทั่งเกิดกระแสลุกฮือต่อต้านจนส่อจะบานปลาย กระทั่งล่าสุด ทางบริษัทฯตัดสินใจชะลอโครงการ พร้อมประกาศสนับสนุนการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อย่างอย่างไรก็ตาม แม้บริษัทฯจะยอมถอยโดยชะลอโครงการหลุมเจาะ STN-2 ซึ่งอยู่ใกล้มหาสถูปเขาคลังนอกแล้วก็ตาม แต่ชาวเพชรบูรณ์รวมทั้งชาวโซเชียลก็ยังไม่ไว้ใจทางบริษัททุนต่างชาติรายนี้ บางส่วนเสนอให้ยกเลิกโครงการฯหลุมเจาะ เพื่อป้องกันปัญหาไม่ต้องย้อนกลับมาอีก (ย้อนอ่าน สกู๊ป:มหาสถูป เขาคลังนอก ล้ำค่า-น่าหวงแหน , ‘เหมือนเอามีดกรีดกลางใจ’ ปธ.สภาวัฒนธรรมเพชรบูรณ์โพสต์เดือดปมเจาะน้ำมันใกล้ ‘เขาคลังนอก’ บ.อีโค่โผล่เม้นต์ตอบ)
นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ แกนนำในการต่อต้านการขุดเจาะปิโตรเลียมใกล้แหล่งโบราณสถานเมืองโบราณศรีเทพในครั้งนี้ โพสต์แสดงความเห็นบนเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งคำถามว่า “ทำไมแค่ชะลอ?? ทำไมไม่ยกเลิกหลุม STN-2 ไปเลย แล้วจึงค่อยไปร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะหาพื้นที่เปิดหลุมใหม่ที่จะไม่ให้มีปัญหาเช่นนี้อีก??? ทำไมไม่ทำเรื่องขอยกเลิก กลับไปสู่จุดเดิม คือ ไม่ได้เปิดหลุมนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หรือทำเรื่องละทิ้ง แบบบางหลุมที่คุณได้เคยทิ้งร้างไปแล้วก็ได้ ??
แต่เอาละเมื่อคุณให้เกียรติรับฟังข้อทัดทานของคนเพชรบูรณ์เราก็จะให้เกียรติคุณ เชื่อในเจตนาคุณและให้เวลาคุณ (พึงระวังหลุม STN-6 ด้วยนะครับ อย่าให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม) แต่เราก็คงต้องติดตามดูคุณอย่างใกล้ชิดแน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็ขอขอบคุณนะครับ ที่ฟังเสียงคัดค้านจากพวกเรา และหวังว่าเราจะได้เรียนรู้การที่จะอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้อย่างสงบสุข !!
นอกจากนี้ นายวิศัลย์ยังโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อเนื่องว่า น้ำมันอาจซื้อที่ไหนก็ได้แต่มรดกแห่งแผ่นดิน ไม่อาจจะซื้อจากที่ไหนกลับคืนมาได้เลย กรมศิลปากรมีท่าทีออกมาชัดเจนแล้วว่า คัดค้านการขออนุญาตขุดเจาะน้ำมันดิบใกล้อาณาบริเวณโบราณสถานเขาคลังนอก และจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอขึ้นทะเบียน เมืองโบราณศรีเทพสู่มรดกโลก ก็เป็นอันเบาใจไปได้เลย สำหรับหลุมเจาะ STN-2 แต่เราคงต้องติดตามเรื่องนี้โดยใกล้ชิดต่อไป ขอบคุณท่านอธิบดีกรมศิลปากรและทีมงาน ที่ได้รับจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังพิเคราะห์ถึงสถานการณ์นี้ ซึ่งไม่ใช่มีเพียงด้านลบแต่ในทางตรงกันข้ามในวิกฤตก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน นายวิศัลย์ตอกย้ำว่า จากวิกฤตนี้กลับกลายเป็นโอกาส คือ 1.กระตุ้นให้คนเพชรบูรณ์และคนทั้งประเทศรู้จักและเห็นความสำคัญของ “เขาคลังนอกและเมืองโบราณศรีเทพ” 2 การร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านของคนเพชรบูรณ์ในครั้งนี้ กลับจะเป็นผลบวกต่อการพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกโลก เพราะแสดงให้เห็นถึงความรัก ความหวงแหน และการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญที่จะสามารถดูแลรักษา ปกป้องมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพได้ตลอดไป
3.หน่วยงานหน่วยราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองโบราณศรีเทพ จะได้ความตระหนัก ความสำนึก ที่ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ 4.การรวมพลังต่อต้านของคนเพชรบูรณ์ไปในทิศทางเดียวกันเกือบ 100% นั้น แสดงให้เห็นถึงพลังแฝงของคนเพชรบูรณ์ที่มีอยู่ และพร้อมที่จะรวมพลังกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน ที่ใครจะปรามาสหรือมองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด ท้ายที่สุดขอกราบขอบพระคุณคนเพชรบูรณ์และคนทั้งประเทศและสื่อมวลชน ที่ออกมาร่วมกันปกป้องสมบัติของจังหวัด ของประเทศและของโลกในครั้งนี้ ซึ่งหากไม่มีพลังจากพวกท่านทั้งหมด ผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ครับ

