หน้าแรก ภูมิภาค ‘กลุ่มป...

‘กลุ่มประมงพื้นบ้านตรัง’ ประกาศยุติร่วมมือกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ปมจับกุม ‘บังเดียร์’ ชี้ ทำเกินกว่าเหตุ

18.05.19 | 22:58 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่มูลนิธิอันดามัน อ.เมืองตรัง เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง นำโดย นายอะเหร็น พระคง ประธานชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง นายอิสมาแอน เบ็ญสะอาด กรรมการบริหารชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ ตำบลบางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง เปิดแถลงการณ์ผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศยุติความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกกรณี จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม หลังจากเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าจับกุมนายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ ตำบลบางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ และเข้าข่ายใช้กฎหมายกลั่นแกล้งแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ที่ทำงานด้านการปกครองทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งมายาวนานกว่า 30 ปี (ย้อนอ่าน : จับกุม ‘บังเดียร์’ ผู้บุกเบิกธนาคารปูม้า ปมสร้างอาคารจอดรถ 5 หลัง บุกรุกป่าชายเลน)

นายหลงเฝี๊ยะกล่าวว่า การเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอาคารที่สร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน เรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนและป่าชายเลน ทั้งนักเรียน นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้จำนวนมาก นักท่องเที่ยวเข้าไปชม ถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทำอย่างนี้ อยากขอความเป็นธรรมจากกรมทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งให้ศึกษาดูว่าที่ตนทำไปนั้นผิดหรือถูก ถ้าคนทำงานอนุรักษ์เกิดปัญหาอย่างตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งในจิตใจลึกๆ เราก็ต้องอนุรักษ์ เพราะอยู่ในบ้านเราเพราะฉะนั้นก็ต้องปกป้องดูแล ป่าชายเลนที่ดูแลอยู่บ้านน้ำราบ 3,200 ไร่ แยกพื้นที่ป่าสงวน ป่าใช้สอย ป่าอภัยทาน พื้นที่อยู่อาศัยทางศูนย์ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง แต่พอเกิดปัญหาอย่างนี้ทุกคนก็หมดกำลังใจที่จะเข้าไปทำงานหรือดูแล ตนเองก็ไม่ทราบว่าทางตำรวจจะนัดขึ้นศาลเมื่อไหร่

“ส่วนเรื่องไม้นั้นตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นไม้ของใคร แต่ก่อนหน้านี้มีนายทุนมาลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทางกลุ่มต่อสู้กันมาตลอด กิจกรรมของกลุ่มทุกเดือนก็ออกตรวจลาดตระเวนตลอด ซึ่งธนาคารปูม้าทางกลุ่มก็ทำกันมานานแล้ว ไม่ได้เริ่มมาจากรัฐบาล ในส่วนของศูนย์เรียนรู้ก็เกิดขึ้นมาก่อน ทางป่าชายเลนเขาก็สนับสนุน อย่างเดียวที่เขาบอกคือทางเราไม่ได้ขอจากเขาทางกรมไม่ได้เซ็นอนุมัติ ตนเองผิดมากหรือที่ตนเองทำให้กับเขาให้คนได้มาเรียนรู้ กลายเป็นว่าตนมีความผิดมาก

“ส่วนความขัดแย้งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาตนเองกับหัวหน้าสถานีฯไม่ถูกคอกันบ้าง ทั้งนี้ การตัดไม้ทุกครั้งต้องมีการอนุมัติจากกลุ่มก่อนทุกครั้ง ซึ่งพี่น้องชาวบ้านให้การร่วมมือ ทำให้ชาวบ้านเกิดการบั่นทอนจิตใจ ทำมาอย่างดี สุดท้ายประธานกลุ่มโดนจับ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะที่กลุ่มมีผู้หลักผู้ใหญ่เดินทางเข้ามามาก คนต่างประเทศ ในประเทศ มาศึกษาดูงานมาก ตนถือว่าผลประโยชน์ตรงนี้มีผลต่อพี่น้องทั้งประเทศที่มีสถานที่ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง ซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวก็สอบถามมาตลอดว่าเป็นยังไง ยังทำการท่องเที่ยวอยู่หรือไม่ ซึ่งในส่วนตรงนี้ตอนนี้ยังมีอยู่ทุกวันเพราะมีคนอยากเรียนรู้เยอะ”

Advertisement

ด้านนายอะเหร็นกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์รู้สึกเสียกำลังใจ ท้อมาก กลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ และกลุ่มของพวกตนเสียกำลังใจมาก การอนุรักษ์ตนเริ่มทำตั้งแต่ปี 2536 ลงทุนเองทั้งนั้นเพื่ออนุรักษ์สมบัติของชาติ นายหลงเฝี๊ยะทำงานหนักกว่าคนอื่น แต่พอมาโดนแบบนี้ทุกคนหมดกำลังใจ หลังจากออกบวช เดือนหน้านี้พวกเราทางเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจะประสานทางเครือข่าย ทางสมาคม 6 จังหวัด พี่น้องทั่วประเทศ 22 จังหวัดกำลังประสานสนับสนุนว่าวันนี้จะเอาอย่างไร ซึ่งเราจะยกเลิก ไม่ร่วมทำงานกับกระทรวงทรัพยากรฯ เพราะเราทำงานร่วมกับเขา แต่เขาก็มาจับเราด้วยซึ่งมันไม่เป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น เดือนหน้านี้จะคืนบัตรคณะทำงาน บัตรคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บัตรอาสาสมัครทุกชนิด ทุกชุดของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทุกพื้นที่อย่างพร้อมเพรียงกันที่ศาลากลางจังหวัดตรัง หลังหมดช่วงเวลาการถือศีลอดในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นวันไหนเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบอีกที