หน้าแรก ภูมิภาค สะพัด! พบ &#8...

สะพัด! พบ ‘เสี่ยสิงห์แก้ว’ นักธุรกิจไทยถูกอุ้มในลาวแล้ว นอภ.เชียงแสนยันปลอดภัย

30.07.19 | 15:14 น.

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม รายงานข่าวจากชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แจ้งว่า กรณีเกิดเหตุ นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ อายุ 54 ปี ชาว ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย และเป็นประธานสมาคมส่งออกสัตว์เชียงแสน ถูกคนร้ายลักพาตัวเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีคนโทรศัพท์ติดต่อให้ข้ามฟากไปติดต่อธุรกิจที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้ามกับ อ.เชียงแสน ต่อมาถูกถ่ายคลิปจี้ปืนที่ศีรษะและเรียกค่าไถ่กับญาติเป็นเงิน 5 ล้านบาทนั้น


ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว ได้ติดตามหาตัวนายสิงห์แก้วจนพบตัวแล้ว แต่รายงานยังไม่ระบุสถานที่พบตัวชัดเจน ระหว่างเจอตัวที่หลังโครงการคิงส์โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำที่เป็นแหล่งลงทุนของนักธุรกิจจีนในเมืองต้นผึ้ง ตรงข้ามจุดผ่านแดนสามเหลี่ยมทองคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่นายสิงห์แก้วข้ามแดนไป ซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองต้นผึ้ง หรือนำตัวไปยังโรงพยาบาลเมืองห้วยทราย ซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงบ่อแก้ว ตั้งอยู่ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห่างจากเมืองต้นผึ้งที่ถูกลักพาตัวไปประมาณ 58 กิโลเมตร

อ่านข่าว : ‘บิ๊กแป๊ะ’สั่งช่วย’เสี่ยสิงห์แก้ว’ดำเนินคดีกับแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ในเวลา 18.00 น. วันเดียวกันนี้ ทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.มีกำหนดจะเดินทางไปยัง จ.เชียงราย โดยคาดว่าจะไปรับตัวนายสิงห์แก้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหากมีการส่งตัวกลับมายังประเทศไทยจะใช้ช่องทางใด เพราะปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวรที่เชื่อมระหว่างไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย จำนวน 3 แห่ง คือ จุดสามแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงแสน ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน และจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงของ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาวยังคงดูแลนายสิงห์แก้วอย่างใกล้ชิด และอาจต้องมีการสอบสวนอย่างละเอีอดก่อนถึงจะส่งตัวให้ฝ่ายไทย โดยขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาหรือสถานที่ที่ชัดเจนเช่นกัน

Advertisement

นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางฝ่ายปกครอง อ.เชียงแสน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานงานกับทางการ สปป.ลาว โดยเฉพาะที่เมืองต้นผึ้งอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี กระทั่งล่าสุดได้ทราบข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างมาก ทำให้เชื่อว่าภายในเย็นวันที่ 30 ก.ค.นี้จะได้รับข่าวดีอย่างแน่นอน แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน และรอฟังข่าวกันอีกระยะ โดยการส่งตัวคนไทยที่ประสบเหตุใกลับมายังประเทศไทย หากจะดำเนินการก็ต้องส่งกลับมายังจุดที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างแน่นอน ส่วนประเด็นการอุ้มตัวนั้นเป็นเรื่องการทำธุรกิจการค้าชายแดน แต่จะเป็นอย่างไร คงต้องรอให้ได้ตัวนายสิงห์แก้วกลับมาเสียก่อน ตอนนี้ยืนยันได้ว่านายสิงห์แก้วยังคงปลอดภัยดี

อ่านข่าว : ตร.เชิญภรรยา-ลูก ‘เสี่ยสิงห์แก้ว’ พาข้ามไป สปป.ลาว ให้ข้อมูล-เร่งประสานหาตัว

ด้านนายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า ปกติการทำการค้าชายแดนจะเป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าของแต่ละประเทศที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและมีความสัมพันธุ์ทางการค้าระหว่างกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นที่จะอุ้มหรือลักพาตัวเรียกค่าไถ่ อาจจะมีติดค้างหรือจ่ายค่างวดช้าบ้าง แต่ก็สามารถเคลียร์กันได้ ส่วนกรณีของนายสิงห์แก้วนั้นไม่ได้เป็นสมาชิกของทางหอการค้า ซึ่งเป็นการทำธุรกิจกันเองระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งทางหอการค้าก็ไม่ทราบเรื่องราว หรือเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งปกติความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง 4 ประเทศลุ่มน้ำโขง คือ ไทย ลาว จีน และเมียนมา ทำการค้ามานาน ไม่เคยขัดแย้งใดๆ จึงอยากฝากนักธุรกิจที่จะทำการค้าหรือการลงทุนตามชายแดน ควรสอบถามข้อมูล หรือประสานผ่านทางหอการค้าก็จะเป็นการดี เพราะเป็นคู่ค้าระหว่างกันอยู่กับหอการค้าของแต่ละประเทศ ก็จะช่วยลดการเกิดปัญหาที่อาจตามมา

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังเกิดเหตุนายสิงห์แก้วถูกลักพาตัวและเรียกค่าไถ่แล้ว ทางการไทยประสานไปยังตำรวจเมืองต้นผึ้ง ปรากฏว่าทางการ สปป.ลาว ได้ควบคุมตัวคนขับชื่อว่า นายสะหวาด เป็นคนสัญชาติ สปป.ลาว และชาวจีนได้อีก 1 คน รวมทั้งหมด 2 คน จากนั้นได้สอบปากคำขยายเพื่อสืบหาแหล่งที่คนร้ายได้นำตัวนายสิงห์แก้วไปคุมขังแล้วใช้ถ่ายคลิปเพื่อส่งมาเรียกค่าไถ่กับญาติดังกล่าวจนพบ จากนั้นได้เข้าช่วยเหลือแล้วนำตัวไปยังโรงพยาบาลห้วยทราย เพื่อรักษาตัวจากการถูกทำร้ายดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าเป็นอย่างไร หากว่านายสิงห์แก้วปลอดภัยดีทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ก็จะมีการสอบปากคำก่อนจะส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้วันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่เมืองต้นผึ้งก็ขอให้ญาติของนายสิงห์แก้วเดินทางข้ามฟากไปดูตัวทั้ง 2 คนแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไทยได้อำนวยความสะดวกในการพานั่งเรือข้ามไปยังเมืองต้นผึ้งแล้ว