ศาลสั่งยึดเงินประกัน-ออกหมายจับ คดีลุงวิศวกรยิงหนุ่ม17 หนีคำพิพากษาศาลฎีกา

 

คดีลุงวิศวกรยิงเยาวชน วัย 17 หนีคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลสั่งยึดเงินประกันพร้อมออกหมายจับ หากไม่พบตัวอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย 17 มิถุนายน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดี อัยการจังหวัดชลบุรีเป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี วิศวกรบริษัทไมคอล เอนจิเนียริ่ง จำกัด เป็นจำเลยในความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยใช้อาวุธปืนยิงนายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี เสียชีวิตที่บริเวณหน้าตลาดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ปรากฏว่านายสุเทพ และทนายจำเลยไม่มาศาล จึงได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 17 มิถุนายน เวลา 09.00 น.

โดยศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่านายสุเทพมีความผิดให้จำคุก 15 ปี และลดเหลือ 1 ใน 3 เหลือลงโทษจำคุกก 10 ปี โดยศาลชั้นต้นได้พิเคราะห์ว่า พรรคพวกของผู้เสียชีวิตได้มาจอดรถที่บริเวณหน้าร้านขายของฝาก บริเวณชายทะเลอ่างศิลา โดยรถตู้ของผู้ตายได้จอดขวางของจำเลย หลังจากนั้นได้มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เมื่อรถตู้ออกมาจากจุดที่โต้เถียงกัน รถของจำเลยได้ขับตามมาและจอดบริเวณสามแยกตลาดอ่างศิลา หลังจากนั้นผู้ตายได้ลงมาจากรถตู้มาพูดคุยด้วย โดยจำเลยนั่งอยู่ในรถพร้อมทั้งครอบครัว และจำเลยพูดจาไม่สุภาพ และยังมีอาวุธอยู่ใกล้ตัวอีกด้วย

หลังจากนั้นจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากในรถ 1 นัด ถูกนายนวพลและวิ่งไปเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านั้นผู้ตายขับตามรถจำเลยมาและบีบแตรยาว เปิดไฟสูงใส่รถจำเลย อันเป็นการส่งสัญญาณความไม่พอใจและท้าทาย จำเลยก็ชะลอความเร็วลงจนเกือบจะหยุดรถ เพื่อให้พวกผู้ตายขับชนท้าย และบีบแตรรถในลักษณะส่งสัญญาณโต้ตอบกลับไป อันเป็นการรับคำท้าทายของฝ่ายผู้ตายกับพวก

ทั้งมีเจตนายั่วโทสะฝ่ายผู้ตายให้เพิ่มมากขึ้น และไม่เกรงกลัวจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน เหตุที่จำเลยมีพฤติการณ์เช่นนี้ เนื่องจากจำเลยมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย แสดงให้เห็นถึงนิสัยและพฤติกรรมของจำเลยว่าพร้อมที่จะสมัครใจวิวาท เมื่อพวกของผู้ตายขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ จำเลยหักหัวรถอย่างกะทันหัน ในลักษณะปาดหน้า และขัดขวางมิให้รถยนต์ของพวกผู้ตายขับต่อไปได้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาวิวาทกับผู้ตายและพวกมาตลอดเส้นทาง

ตามพฤติการณ์เป็นกรณีจำเลยเป็นผู้เริ่มต้นก่อให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อจำเลยยั่วโทสะท้าทายจนฝ่ายผู้ตายโต้ตอบและสมัครใจร่วมวิวาทกับจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าฝ่ายผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ และเมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น จำเลยจึงจำต้องชักปืนออกมายิงเพื่อป้องกันชีวิตของจำเลยและคนในครอบครัว อันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น หลังรับฟังคำพิพากษา นายสุเทพยื่นประกันตัวเพื่อขอต่อสู้คดีต่อในชั้นศาลฎีกา ด้วยเงินสด 874,000 บาท

ทางด้านนายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายโจทก์ได้มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แต่จำเลยไม่มาศาล จึงเดินออกจากบัลลังก์ หลังจากนั้นนายวันชัยกล่าวว่า คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาให้จำคุก 10 ปี และจ่ายค่าเสียหาย 3.4 แสนบาท และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืน จำเลยจึงได้ฎีกา และวันนี้ตนได้มาฟังคำ พิพากษาศาลฎีกา เมื่อจำเลยไม่มาศาล ทั้งที่คดีอาญาจำเลยต้องมาศาลทุกครั้ง ศาลจึงไม่สามารถอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ ศาลจึงได้ออกหมายจับนายสุเทพให้นำตัวมาฟังคำพิพากษาภายใน 1 เดือน หากไม่สามารถจับกุมมาตัวได้ ศาลจะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยในวันที่ 17 มิถุนายน 2564

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดตัวเลขนักโทษ ‘คุกพิเศษกทม.’ ติดโควิดเกินครึ่ง อธิบดีราชทัณฑ์ เผยตรวจเชิงรุก100%
บทความถัดไปธรรมนัส-นฤมล นำทีมศปฉ.พปชร. บริจาคเงินรพ.ตำรวจช่วยผู้ยากไร้