กรมทางหลวงรื้อพิกัดที่ดินสร้างอาคารน้ำแร่ 4.7 ล้าน แนะจะย้ายที่ใหม่ ศึกษาใช้พื้นที่รอบคอบ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ปัญหาจากการก่อสร้างอาคารจุดบริการน้ำแร่ ภายในตลาดร้างทุ่งกระต่ายขัง ด้านข้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อ่าวน้อย ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พบว่าการใช้สถานที่ขุดเจาะบ่อบาดาลที่เชิงเขา การก่อสร้างอาคารน้ำแร่ และศูนย์การเรียนรู้อยู่ในพื้นที่ของกรมทางหลวงทั้งหมด หาก อบต.อ่าวน้อย หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 จ.ราชบุรี มีความประสงค์จะย้ายจุดก่อสร้างโครงการไปสถานที่แห่งใหม่บริเวณใกล้เคียง ควรศึกษาการใช้พื้นที่ให้รอบคอบ

“ชัดเจนว่าจุดเดิมไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของ อบต. ดังนั้น หากจะมีการย้ายโครงการไปที่แห่งใหม่ ขอให้แจ้งแนวทางการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวให้หมวดทางหลวงรับทราบ ขอให้ อบต.นำที่ดินแปลงที่อ้างว่ามีสิทธิในการใช้ประโยชน์ ไปตรวจสอบพิกัดให้ชัดเจนว่ามีการครอบครองถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ เพื่อไม่ทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนกับการใช้งบประมาณของทางราชการในภายหลัง” นายสุพจน์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด้านจ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบการทำโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลใช้งบรวม 245,694,180 บาท ก่อสร้างโครงการ 43 แห่งทั่วประเทศ สำหรับ อบต.อ่าวน้อย มีการขุดบ่อบาดาล 2 บ่อ ห่างจากสำนักงาน อบต. 200 เมตร ด้านทิศใต้ มีการติดตั้งถังเก็บน้ำสำเร็จรูป เบื้องต้นตรวจสอบพิกัดพบว่าจุดทำโครงการเป็นที่ดินในเขตป่าไม้ 2484 ที่กรมทางหลวงขอใช้เมื่อปี 2494 เมื่อสำรวจจุดก่อสร้างพบว่าในช่วงเดียวกัน อบต.อ่าวน้อย มีป้ายใช้งบ 2.98 แสนบาท จ้างบริษัทเอกชนขุดบ่อบาดาลในจุดใกล้เคียงกัน

จ่าเอกเสกสรรค์กล่าวว่า ขอให้กองช่าง อบต.ชี้ชัดว่าบริเวณที่กรมทรัพยากรน้ำฯใช้พื้นที่ทำโครงการ จุดที่ อบต.ใช้งบขุดบ่อบาดาลเมื่อเดือนมีนาคม 2564 อยู่ในที่ดินที่ อบต.รับผิดชอบหรือไม่ และจุดที่ อบต.จ้างบริษัท แสงทองพันช่าง จำกัด ขุดบ่อบาดาลอยู่บริเวณพิกัดใด

“เบื้องต้นพบว่ามีการใช้งบซ้ำซ้อน ระหว่างกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 4.7 ล้านบาท และการใช้งบของ อบต. 2.9 แสนบาท เจาะบ่อบาดาลในบริเวณเดียวกัน ขณะที่บริเวณเดียวกันการประปาส่วนภูมิภาค ( กปภ.) ได้ก่อสร้างอาคารพักน้ำดิบขนาดใหญ่ 30 ล้านบาท มีท่อน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำยางชุมตัดผ่านด้านหน้าสำนักงาน อบต. จากนั้นได้ยื่นหลักฐานให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ ป.ป.ช.เพิ่มเติม ตรวจสอบการใช้งบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่” จ่าเอกเสกสรรค์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พารากอน-ไอคอนสยาม ขานรับรัฐกระตุ้นใช้จ่าย ผุด ‘OneSiam ยิ่งใช้ยิ่งได้’
บทความถัดไป‘วันชัย’ เชื่อ พ.ร.บ.ประชามติ ผ่านฉลุยวาระสามได้ ฟันธง แก้เลือกตั้งใหม่ พรรคเล็กสูญพันธุ์